Nae T. – ChinaPhoneThai

Author Archives: Nae T.

  • -

Oukitel K8 หมัดเด็ดต่อเนื่อง ครบเครื่องเรื่องแบต

หลังจากที่ Oukitel ออกรุ่น K7 ขึ้นมาที่เรียกได้ว่าแบตเยอะมากเป็นอันดับต้นๆ ของวงการมือถือเลยที่ 10,000 mAh และยังมีอีกหลายรุ่นในตระกูล K นี้ที่แบตอึดถึกทน ทาง Oukitel ก็ได้ออกรุ่นที่เรียกได้ว่าเบาลงมานิดหน่อย แต่ว่าก็ยังถือว่าถึกทนมากเมื่อเทียบกับเหล่ามือถือเจ้าตลาดในปัจจุบัน

เรามาดูกันว่านอกจากแบตที่เป็นจุดขายที่ 5,000 mAh แล้ว เจ้า Oukitel K8 นี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจกันอีกบ้าง เริ่มกันที่สมองกลภายในนั้น  K8 เลือกใช้ชิป MTK6750T แปดคอร์ แรม 4GB รอม 64 GB ที่เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานสำหรับมือถือระดับกลางๆ ในปัจจุบัน และยังสามารถเพิ่ม MicroSD ได้เพิ่มอีกถึง 256 GB หายห่วงเรื่องเก็บรูป เก็บเพลง เก็บคลิป ถ่ายกันจนเพลินไปเลย ส่วนสายเกมก็ไม่ต้องห่วงกับชิปประมวลผลกราฟิคจาก Mali0T860 MP2 520MHz  ที่ถือว่าพี่ K8 เขาไม่ได้มาเล่นๆ หรือมีดีแค่แบต แต่การประมวลผลก็ยังสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ด้านส่วนแสดงผลนั้น เรียกได้ว่า จัดมาไม่เบาเช่นเดียวกันโดย จอของ K8 นั้นมีขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 แบบจอยาวนั่นเอง และความละเอียดระดับ FullHD+ ที่ 2160×1080 และใช้กระจกจาก Asahi ประเทศญี่ปุ่น และให้สีที่เต็มอิ่มด้วยเทคโนโลยี AUO LCD ที่นอกจากจะมีสีที่สดใสแล้ว ยังสามารถมองจอได้ในมุมที่กว้างอีกด้วย ขนาดจอ 6 นิ้วนี้แม้หลายคนอาจจะคิดว่ามันจะเทอะทะมือไหม แต่ก็ขอบอกว่าเนื้อที่จอต่อขนาดเครื่องอยู่ที่ 82.4% ซึ่งทำให้ยัดจอขนาดนี้ลงไปในเครื่องที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงได้แค่ 5.5 นิ้วเท่านั้นได้

นอกจากจอแล้ว กล้องก็ถือว่าสำคัญเอามากๆ ทาง Oukitel ไม่ได้เลือกเอากล้องโนเนมมาใส่ในเครื่อง แต่ว่าใช้เซนเซอร์ของดีระดับ SONY IMX135 13 ล้านพิกเซลและกล้องคู่ตัวที่สองที่ 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าที่ 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Face Beauty ทำให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้สวยได้ในหลากหลายสถานการณ์ เครื่องจะคิดและกำหนดค่าที่เหมาะสมออกมาให้เอง

ด้านความปลอดภัยนั้น K8 ก็ไม่น้อยหน้าใครด้วยการใช้ Face ID ร่วมกับลายนิ้วมือได้ ทำให้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่คุณเก็บไว้ได้ และปลดล็อคจอได้ ไร้กังวลเรื่องการแอบดูมือถือ

การออกแบบของ K8 ก็ถือว่าแข็งแรง มีการออกแบบความเหลี่ยมและโค้งมนให้เข้ากระชับกับมือ กระจกด้านหน้าเป็นแบบโค้งเล็กน้อยแบบ 2.5D ส่วนโครงสร้างเครื่องทำจากอะลูมิเนียม CNC และมีการเคลือบ UV เซลลูลอยด์ที่ทำให้ฝาหลังนั้นเป็นรอยเลอะจากลายนิ้วมือและความมันต่างๆ ได้ยากและดูหรูหราแบบโลหะได้อีกด้วย

ส่วนภายในก็ใช้ Android 8.0 ล่าสุดที่ทำให้การใช้งานนั้นเปี่ยมประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน และ “ลื่น” อีกด้วย ไม่ต้องทนกับแอนดรอยด์รุ่นเก่าๆ อีกต่อไป

ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ถ้าหากคุณจะหามือถือแบตอึด ใช้ได้ทั้งวัน ไม่ใช่ทุ่มนึงจะออกไปเที่ยว ไปหาของกินต่อ กำลังจะหาที่เที่ยว ที่กิน แบตก็ดันหมดเสียก่อน มันน่าอารมณ์เสียจริงๆ ที่ต้องมาชาร์จ หรือพกแบตสำรองไปกับตัวเอง แล้วก็ต้องชาร์จแบตสำรองอีก หยุดความลำบากไว้ได้ด้วยเจ้า Oukitel K8 ตัวนี้ ในราคาที่เรียกได้ว่าเลยครึ่งหมื่นมานิดเดียว พร้อมบริการส่งถึงหน้าบ้านคุณจากทางเราได้ เพียกส่งข้อความมาที่เฟซบุ๊คของเรา ChinaphoneThaiได้เลย

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Umidigi z2 pro กลับมาทวงบัลลังก์ความคุ้มค่าอีกครั้ง เสียตังค์ต้องได้เต็ม

Umidigi นั้นเป็นผู้ผลิตมือถือจากจีนที่มีมาตรฐานมายาวนาน ลบคำสบประมาทที่คนไทยมักจะชอบพูดเหยียดๆ ว่า “มือถือจีนแดง” ได้หมดไปเลยกับเจ้านี้

Umidigi z2 pro ก็เป็นอีกหนึ่งเรือธงของค่ายที่เรียกได้ว่าอยู่ในไม่น้อยหน้าเจ้าอื่นในวงการมือถือในสมัยนี้เลยที่ทั้งเสป็คจัดเต็ม สวย ครบ ไม่ต้องไปหาที่อื่นเลย! ความประทับใจแรกของเราอยู่ที่ความสวยงามของฝาหลังแบบสีเหลือบไล่สีแบบเซรามิค สวยแบบไม่อยากละสายตาเลยทีเดียว!

ความประทับใจที่สองของเราคือ หน้าจอแบบที่แม้ใครหลายคนอาจยี้เพราะติ่งกล้องหน้า แต่เจ้า umidigi z2 pro นี่ทำได้ไม่เลวเลย ลงตัว สัดส่วนหน้าจอที่ 19:9 ระดับ Full HD 1080×2246 เต็มจอ เต็มมือ สัดส่วนหน้าจอต่อเครื่องอยู่ที่ 90% เลยทีเดียวที่ทำให้หน้าจอ 6.2 นิ้วนั้นไม่ใหญ่จนเกินมือจนเกินไป กำลังดี

Z2 Pro@GearBest

นอกจากภายนอกแล้ว ภายในก็เปี่ยมขุมพลังด้วย Mediatek Helio P60 ที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของทางค่าย ที่ทั้งเร็วและประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน และยังมีฟังก์ชั่น AI อีกด้วย

สำหรับแรมนั้นให้มาเต็มเหนี่ยวที่ 6 GB LPDDR4x รอมก็ไม่หวงที่ 128 GB ที่ถ้าไม่พอก็ยังเพิ่มได้อีก 256 GB ผ่านการ์ดได้ GPU ARM Mali-G72 MP3 800 MHz ที่เพิ่มพลังโดยรวมของหน่วยประมวลผลของเจ้า umidigi z2 pro นี้มากกว่าเดิมถึง 70% เลยทีเดียว

มาถึงกล้องที่มากันเต็มเหนี่ยวที่ 4 กล้องหน้าสองหลังสอง กล้องหลังที่ 16+8 MP f/1.7 ที่ถ่ายภาพได้สวยมากทั้งหน้าและหลังและมาพร้อมระบบ AI ให้สวยทุกสภาพภาพสภาพแสงได้เลยทีเดียว

ระบบการเชื่อมต่อนั้น “หายห่วง” มีระบบชาร์จเร็วที่เร็วที่สุดในโลก รองรับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ทั้งโลก และยังเป็น 2 ซิมอีกด้วย ถือว่าเหมาะมากๆ ในการนำไปใช้ต่างประเทศ นักธุรกิจ นักเดินทางที่ต้องเดินทางหลายประเทศนี่เหมาะเอามากๆ เลย นอกจากนี้ยังมี NFC ใช้จ่ายเงิน แตะแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมากๆ

ระบบปฏิบัติการภายในเรียกได้ว่า “ใหม่จนเจ้าใหญ่ๆ อาย” โดย z2 pro มาพร้อม Stock Android 8.1 ไหลลื่น และได้รับประสบการณ์แอนดรอยด์แบบที่กูเกิลอยากให้เป็นเลยทีเดียว

สำหรับความปลอดภัยนั้นก็สามารถปลดล็อคหน้าจอได้จากการสแกนใบหน้าแบบเดียวกับเจ้าตลาดมือถือเจ้าใหญ่ๆ ที่เรียกได้ว่าสะดวก ใช้ได้ในที่มืด ที่สว่าง นอกอาคาร ในอาคาร ได้หมด

นี่แค่ส่วนเดียวนะ ยังจัดเต็มขนาดนี้ ราคาก็ถือว่า ถ้าเทียบกับเรือธงเจ้าใหญ่แล้ว น้อยกว่ากันแบบมากกว่าครึ่งต่อครึ่งอีก อยากรู้เพิ่มเติมว่าสเป็คอื่นๆ เป็นอย่างไร ชาร์จจะเร็วแค่ไหน ภาพถ่ายกล้องหลังกล้องหน้า หรือว่าราคาเท่าไหร่ สอบถามกันเข้ามาได้เลย ผ่านข้อความ fb เราจะรีบติดต่อกลับไปให้คำตอบกับคุณเอง

Z2 Pro@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Teclast F5 แลปทอปหมุนได้ 360° จอสัมผัส งานดี ราคาดิ่ง

ของแพงมักจะดี แน่นอนคำนี้เป็นจริงแน่นอน แต่ว่าก็มีคำว่า “มักจะ” แสดงว่า ของถูกและดีนั้นมีอยู่จริงในโลก แบบเจ้า Teclast F5 ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้

Teclast F5 นั้นเหมาะเอามากๆ สำหรับผู้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊กแลปทอปเครื่องเล็กๆ เอาไว้ใช้งานดูหนังฟังเพลง เล่นเน็ต พิมพ์งานทั่วไป เฟซบุ๊ค youtube แช็ทต่างๆ ถือว่าทำได้อย่างไม่มีที่ติไม่มีข้อกังขากันเลยทีเดียวกับหน้าจอขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวกที่ 11.6 นิ้ว และที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าหากคุณต้องการจะเสพการดูหนังหรือว่านำเสนองานผ่านจอภาพแลปทอปตั้งโต๊ะนั้น เจ้า Teclast นี้ก็ทำให้เป็นเรื่องง่ายด้วยการพับได้ 360 องศา แปลงร่างจากโน๊ตบุ๊กธรรมดาตั้งกับโต๊ะ ตั้งกับตักของเรา พับให้กลายเป็นเต๊นท์เพื่อดูหนังได้ พับให้จออยู่ด้านบนเพื่อนำเสนอก็เข้าที หรือแม้แต่กลายเป็นแท็บเล็ตก็ทำได้เนื่องจากเจ้า Teclast F5 นี้มีจอระบบสัมผัสนั่นเอง!

Teclast F5@Gearbest

สำหรับสเป็คด้านในนั้นเรียกได้ว่า “จัดเต็ม” สำหรับราคานี้เลยทีเดียวอย่างซีพียูก็ใช้งาน Intel Celeron N4100 ที่เรียกได้ว่าเป็นซีพียูใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกในปีนี้ แรมขนาด 8 GB DDR4 ที่เรียกว่าหายห่วงเวลาเปิดแท็บในเบราเซอร์หลายๆ แท็บ หรือหน่วยความจำฮาร์ดดิสก์ที่ 128 GB SSD ที่เหลือเฟือเอามากๆ สำหรับคนทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลงทั่วไปและการที่เป็น SSD นั้นก็ทำให้โหลดไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาดูได้อย่างรวดเร็วมากๆ อีกด้วย

จากการที่เจ้า Teclast F5 นั้นมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ทำให้สามารถใช้งานโปรแกรมที่ใหม่ล่าสุดต่างๆ ได้มากมาย ไม่จำกัดเฉพาะโปรแกรมจากสโตร์ของ Microsoft ทำให้เรามองว่าโน๊ตบุ๊กแล็ปทอปเครื่องนี้นั้นมีความรุ้มค่าเอามากๆ และยังสามารถใช้กับปากกาแอคทีฟสไตลัสเขียนงานได้โดยตรงกับจอภาพอีกด้วย สายกราฟฟิค วาดรูปก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเมาส์ปากกาใหม่มาใช้อีก

หน้าจอ 11.6 นิ้วของเจ้า F5 นี้ถือว่าขนาดกำลังดี เพราะว่าสามารถใช้เป็นแท็ปเลตได้ด้วย หากใหญ่เกินไปเกรงจะใช้งานไม่สะดวก นอกจากนี้ยังแสดงผลระดับ Full HD 1980×1080 พิกเซล แบบหน้าจอ IPS ที่ให้ความสว่างและความเปรียบต่างของสีที่ดีมาก กับโน๊ตบุ๊คเจ้าตลาด ราคานี้หาแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ และการแสดงผลกราฟิคจาก Intel ในรุ่นที่ 9 ล่าสุดก็พร้อมใช้งานในเจ้า Teclast F5 นี้อีกด้วย

การเชื่อมต่อนั้นก็เป็นแบบทันสมัยที่สุดโดยมี USB 3.1 type C, wifi ac, bluetooth 4.2 และหูฟัง 3.5 mm อีกด้วย และที่สำคัญยังมีระบบ Quickcharge อีกด้วย หรือหากใช้งานภายนอกก็ใช้ได้ถึง 5 ชั่วโมง ดูหนังได้ถึงสองเรื่องเลยทีเดียว ส่วนใครที่คิดว่าจะพกสะดวกไหม ขอบอกว่าด้วยขนาดไซส์นี้แล้วเล็กประมาณ A4 บางแค่ 13 มิล หนักไม่ถึงโลฯ เรียกได้ว่าคุณผูัหญิงเอาใส่กระเป๋าถือไปยังได้เลย

จากความคุ้มที่กล่าวมานั้นขอบอกว่าราคาไม่ได้แรงอย่างที่คิด หากสนใจจะสั่งซื้อ ขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีปัญหาอยากสอบอะไร สามารถเชิญสอบถามเราได้ทันทีที่ข้อความเฟซบุ๊คได้เลย เราพร้อมตอบคำถามของคุณทันที

Teclast F5@Gearbest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

ตัวจริง ไม่พูดเยอะ! OnePlus 6 ความคล้ายที่แตกต่าง ในราคาที่เอื้อมถึงไม่ยาก

Tags :

Category : รีวิว

เมื่อกล่าวถืงชื่อ OnePlus นั้นเรามั่นใจได้เลยว่ามือถือที่จะออกมาจากค่ายนี้นั้นจะเป็นมือถือสเป็คระดับเรือธง งานประกอบดี พร้อมเทคโนโลยีระดับแนวหน้าในตอนนั้น แต่ราคาไม่แรงเท่าเรือธงค่ายใหญ่ๆ ค่ายอื่น ไม่ต้องมีตังค์ราวสามหมื่นก็ได้สเป็คเดียวกันแล้ว (บางอย่างอาจโดนใจกว่าด้วย) ทั้งแรม รอม หน่วยประมวลผล หน้าจอ การออกแบบ ดูพรีเมี่ยม แต่ราคาหายไปหลายพัน ซึ่งรุ่นล่าสุดอย่าง OnePlus 6 นี่ก็ได้ทำให้เราผิดหวังเลยทีเดียว

คลื่นความถี่ที่ OnePlus 6 รองรับ

OnePlus 6 นี้ถือว่ารองรับคลื่นความถี่ที่หลากหลาย สามารถนำไปใช้ได้ทั้งโลก ซึ่งในไทยก็สามารถใช้งาน 3G/4G ได้ทุกค่ายเช่นกันโดยสามารถดูคลื่นความถี่ที่รองรับได้ทางด้านล่างนี้

  • GSM 2G: 850 / 900 / 1800 / 1900MHz, CDMA: BC0 / BC1
  • WCDMA 3G: B1 / 2 / 4 / 5 / 8 / 9 / 19, TD-SCDMA: B34 / 39
  • FDD-LTE 4G: B1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 12 / 17 / 18 / 19 / 20 / 25 / 26 / 28 / 29 / 66 + TD-LTE: 34 / 38 / 39 / 40 / 41

ระบบแอนดรอยด์ของ OnePlus 6

OnePlus 6 นั้นใช้แอนดรอยด์รุ่น 8.1 Oreo และครอบทับด้วย Oxygen OS ซึ่งถือว่าเป็น OS ที่ฉลาดใช้งานง่าย ไม่มีแอปส่วนเกินเพิ่มมาให้รกเครื่องมากนัก  ถ้าใครคุ้นกับ Pure Android ก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายพร้อมทั้งยังมีการปรับแต่งให้ผู้ใช้ OnePlus 6 นั้นสามารถใช้งานบางคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ไม่เหมือนใครได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็น OS ที่เราชอบมาก

ส่วนประสิทธิภาพความลื่นนั้น สเป็คระดับ OnePlus 6 นั้นเมื่อคู่กับ Oxygen OS นั้นก็ถือว่าไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหวต่าๆ นั้นถือว่าลื่น ติดมือ การสับเปลี่ยนระหว่างแอปนั้นก็ถือว่ารวดเร็วและไม่มีการกระตุก แฮงค์ให้เห็น จากการที่มีแรมและการจัดการแรมที่ดี รวมไปถึงการโหลดแอปใหม่ขึ้นมาก็ยังทำได้ดี และเราไม่เจอการแฮงค์หรือข้อผิดพลาดในการเปิดปิดโปรแกรมเลยในช่วงเวลาที่ทดสอบเครื่อง

นอกจากนี้การใช้เจสเชอร์หรือรูปแบบการลากนิ้วแทนการใช้ปุ่มบนหน้าจอนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราทดสอบแล้วชอบมากเช่นกัน ทั้งง่ายกว่าและตอบสนองได้ดีและยังทำให้เพิ่มเนื้อที่หน้าจอให้เราได้แบบสไตล์ iPhone X เลย โดยหน้าจอนั้นจะมีขนาดใหญ่ขึ้นซัก 10% เลยทีเดียว และสัดส่วนหน้าจอ 18:9/ 21:9 นั้นก็ถือว่าเป็นมาตรฐานเรือธงในสมัยนี้เช่นกัน โดย OnePlus นั้นเริ่มนำระบบนี้ใส่เข้ามาในระบบตั้งแต่ร่น 5T แล้วและใน OnePlus 6 ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว โดยหากจะไปหน้าโฮมก็เพียงลากนิ้วจากกลางหน้าจอด้านล่างขึ้นมา หากต้องการไปที่แอปที่เพิ่งเปิดใช้ก็ลากขึ้นมาและค้างนิ้วเอาไว้ ส่วนการกลับนั้นก็เพียงแค่ลากนิ้วขึ้นจากด้านซ้ายหรือขวาเท่านั้น ถือว่าระบบนี้จับการลากนิ้วของเราได้อย่างแม่นยำ ชาญฉลาดและใช้งานได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งตอนเราลองไปเรื่อยๆ แล้วจะกลับไปใช้มือถือเครื่องเดิมที่ต้องกดปุ่มนั้น เรารู้ได้เลยว่า OnePlus 6 คิดมาดีแล้ว และใช้งานได้ง่ายกว่าจริงๆ

ในช่วงทดสอบของเรานั้นได้มีอัปเดต OTA เข้ามาซึ่งเราก็ดาวน์โหลดและติดตั้งได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ เลย ตรงนี้ต้องขอชื่นชม

รูปลักษณ์ภายนอกของ OnePlus

เมื่อก่อนนั้นเรามีตัวเลือกฝาหลังแค่พลาสติก หลังจากนั้นก็เริ่มมีมือถือที่ใช้โลหะเต็มตัวซึ่งทำให้ดูดีขึ้นมาก แล้วก็เป็นยุคของฝาหลังกระจก แล้วจากนั้นพลาสติกก็กลับมาบูมใหม่  แต่ว่าครั้งนี้ไม่ใช่พลาสคิกธรรมดาถูกๆ กระแสก่อนหน้านี้นั้นเป็นพลาสติกที่สะท้อนแสงสวยงาม มองได้หลายมุมไม่มีเบื่อ หลังจากที่เราเห็นมาแล้วจากมือถือหลายรุ่นก่อนหน้านี้

ส่วนในปัจจุบันนั้นมีกระจกแบบสะท้อนแสงเหลือบ ซึ่งถือว่าไม่เหมือนสิ่งที่เคยมีมาก่อนเลย โดยเมื่อเรามองในตอนแรกนั้นในสีมิดไนท์แบล็คนั้นตอนแรกก็เหมือนพลาสติกดำด้านธรรมดาแต่เมื่อส่องแสงสะท้อนแล้วก็สะท้อนได้หลายมุมดูพรีเมี่ยมมาก และนอกจากนั้น OnePlus 6 ก็ยังมีแบบรุ่นสะท้อนแสงที่เราอธิบายได้ยากอีกด้วย แต่บอกได้คำเดียวว่า “สวย” ทำให้ไม่ว่าคุณจะชอบแบบด้านหรือแบบมันแว๊บ OnePlus 6 ก็มีตัวเลือกให้ได้เป็นเจ้าของ

แต่เราอยากบอกว่าในสีมิดไนท์แบล็คนั้น เราชอบมันตรงที่ไม่ค่อยจะติดรอยนิ้วมือด้านหลังเท่าไหร่เลย ยิ่งสวยได้ยาวนานยิ่งขึ้น

หน้าจอของ OnePlus 6

เมื่อมามองถึงหน้าจอของ OnePlus 6 ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญเพราะว่าเป็นส่วนแสดงผลที่เราต้องมองมันตลอดนั้น ในช่วงทดลองใช้นั้นเราประทับใจมากกับหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว แบบเต็มมิติตัวเครื่องคิดเป็น 80% ของขนาดจอต่อตัวเครื่อง อัตราส่วน 19:9 แบบ Samsung AMOLED ที่ให้สีสันสดใสและมีความละเอียดมากถึงระดับ Full HD 2280×1080 พิกเซลหรือ 409 PPI ที่มองจอแล้วสบายตามากมองไม่เห็นจุดพิกเซลแยกออกจากกันเลยในระยะการมองปกติที่ 1 ฟุต

คุณภาพของจอนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม มีความสว่างเท่ากันทั้งจอภาพ และแม้ว่าจะมองจากมุมมองด้านข้างก็ไม่ทำให้สีหรือความสว่างเพี้ยนไปแต่อย่างใด มีแค่เกิดสีรุ้งนิดหน่อย ซึ่งถือว่าพบได้ในจอประเภทนี้และเกิดในมุมที่เรียกได้ว่าไม่ใช่มุมมองปกติเมื่อใช้งาน การใช้งานยามอยู่กลางแจ้งมีแสงอาทิตย์นั้นก็ถือว่าแสดงผลได้ชัดเจนดี และมีโหมดการเพิ่มความสว่างพิเศษเมื่ออยู่กลางแจ้งแสงแดดจัดๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโหมดการแสดงผลที่ให้ประสบการณ์ของจอ OLED ได้เหมือนจอ OLED ทั่ว ๆ ไปที่มีความสว่าง, ค่าความอิ่มสี, สีขาวที่สว่างและสีดำที่มืดสนิทจริงที่เป็นข้อดีของจอ OLED ทั่วๆ ไป โดยมีโปรไฟล์สีทั้งแบบ sRGB, DCI-P3 และแบบ Adaptive ซึ่งถ้าคุณคุ้นเคยกับจอ IPS LCD โดยทั่วไปมาก่อนที่สีจะค่อนข้างตรงตามความเป็นจริงไม่สดมาก ก็สามารถปรับให้เป็นสี sRGB ได้ และนอกจากนี้ OnePlus 6 ยังให้คุณปรับlสมดุลแสงขาวได้อย่างที่คุณต้องการอีกด้วย โดยในยามค่ำคืนนั้นก็สามารถใช้โหมดลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาได้อัตโนมัติอีกด้วย

โดยรวมแล้วเราถือว่า OnePlus 6 มีหน้าจอที่เยี่ยมยอดและยังรองรับ YouTubr HDR และ Widevine L1 จาก Google อีกด้วย ซึ่งทำให้เมื่อคุณดูคอนเทนท์จาก Netflix นั้นคุณจะสามารถดูในความละเอียดสูง HD ได้อีกด้วย ซึ่งถ้าไม่มีเจ้า Widevine L1 จะดูได้แค่ 480p เท่านั้น

ภาพตัวอย่างจากกล้องของ OnePlus 6

กล้องมือถือระดับเรือธงแบบ OnePlus 6 เราขอบอกไว้ก่อนเลยว่าคุ้มค่าตัวมาก ทุกวันนี้มือถือระดับกลางหรือล่างราคาต่ำกว่าหมื่นนั้นก็ให้ภาพที่เป็นที่น่าพอใจสำหรับคนทั่วไปแล้ว แต่ว่าสำหรับระดับเรือธง ราคาสูงกว่านั้น OnePlus 6 ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยในการที่มีกล้องระดับแถวหน้าของวงการมือถือสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน

เมื่อเรามองภาพที่ถ่ายจาก OnePlus 6 นั้นเราจะพบว่ากล้องให้ความคมชัดที่สูง ซึ่งบางครั้งก็พบว่ามีการช่วยเพิ่มความคมของรูปเพิ่มเติมโดยซอฟต์แวร์ยิ่งขึ้น แต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมเมื่อมองจากขนาดภาพที่ดูปกติไม่ได้ขยาย หรือครอปแล้วขยายมาดูเพื่อจับความผิดปกติที่เกิดขึ้น แม้ในช่วงขอบภาพก็ถือว่ายังคมชัดและทำได้ดี ซึ่งในมือถือบางรุ่นนั้นมีการตัดขอบออกไปแต่สำหรับ OnePlus 6 นั้นถือว่าทำได้ดีมาก สีสันนั้นก็ถือว่าถ่ายออกมาได้ดีไม่ได้เพิ่มความอิ่มสีจนน่าเกลียดหรือสีเพี้ยนที่อาจพบได้ในมือถือบางยี่ห้อ

สำหรับระยะโฟกัสของกล้องหลักของ OnePlus 6 นั้นคือ 25 มมซึ่งถือว่าแคบกว่าเลนส์จากกล้องระดับสูงที่ใช้เลนส์ที่มีความยาวโฟกัส 24 มมแค่นิดเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้สิ่งที่ได้รับการปรับปรุงจาก OnePlus 5 ก็คือระบบกันสั่นจากฮาร์ดแวร์หรือ OIS ซึ่งช่วยทำให้ภาพออกมาคมชัดชดเชยจากอาการมือสั่น หรือช่วยในขณะที่ถ่ายวิดีโอและภาพเคลื่อนไหวแบบสโลว์โมชั่นหรือเมื่อถ่ายภาพโดยเปิดหน้ากล้องไว้เป็นเวลานานในสภาวะแสงน้อยได้

โดยภาพรวมแล้วเมื่อไม่มี OIS นั้นเราจะสามารถถ่ายภาพแบบที่ยังคงความคมชัดได้ที่การเปิดหน้ากล้องที่ระยะเวลา 1/20 วินาที แต่ใน OnePlus 6 นั้นเราทดสอบแล้วพบว่าจะใช้มือจับกล้องถ่ายไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง ระยะเวลาเปิดหน้ากล้องที่ 1/3 วินาทีก็ยังให้ภาพที่คมชัดอยู่ ซึ่งนี่ถือเป็นผลการทดสอบที่น่าพึงพอใจมาก

ความเร็วในการโฟกัสก็เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญเมื่อเราต้องการถ่ายภาพในฉับพลันหรือถ่ายสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ และยิ่งสำคัญเมื่อคุณถ่ายภาพในที่แสงน้อย  โดยเราทดสอบถ่ายภาพวัตถุที่ความสว่างเพียง 5 ลักซ์ และพบว่า OnePlus 6 ก็ยังถ่ายภาพได้ดี โดยมีบางครั้งที่ยังหาจุดโฟกัสไม่ได้แต่เป็นเพียงไม่กี่ครั้งและอาจเกิดจากการแตะจุดโฟกัสในภาพนั้นที่ไม่ได้ตรงกับเป้าโฟกัสของ OnePlus 6 ทั้งหมด (เราทดสอบกับวัตถุขนาดเล็กในระยะใกล้) แต่ในการทดสอบของเราก็ค่อนข้างเรียกได้ว่าสุดขั้วเพราะความสว่าง 5 ลักซ์นั้นก็ถือว่ามืดเกินกว่าการใช้งานปกติ โดยในการใช้งานปกตินั้นจะมีความสว่างกว่านี้มาก โดยถือว่าเรื่องความเร็วและความแม่นยำของการโฟกัสนั้นเราให้ OnePlus 6 อยู่ในระดับเดียวกับมือถือระดับเดียวกันในตลาด

ทดสอบกล้องหลังตัวที่สองของ OnePlus 6 จากเซนเซอร์– IMX376k

OnePlus 6 นั้นมีเซนเซอร์กล้องหลังตัวที่สองเป็น Sony IMX376k โดยมีขนาดเซนเซอร์ 1/2.8 นิ้วความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ซึ่งเล็กกว่าเซนเซอร์กล้องหลักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากการทดสอบของเรานั้นพบสิ่งที่ต่างออกไปจากรีวิวเวอร์คนอื่นบ้าง โดยเราพบว่ากล้องตัวที่สองนี้เป็นตัวช่วยที่สำคัญมากในการเก็บรายละเอียดภาพอย่างน้อยก็ภายใต้สภาพแสงน้อยที่เราได้ทำการทดสอบ และนอกจากนั้นยังใช้เพื่อคำนวณความตื้น-ลึกของวัตถุ ในการทำเอฟเฟกต์โบเก้หรือการถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลออีกด้วย โดยถ้าคุณดูภาพตัวอย่างที่เราปิดกล้องตัวที่สองนี้ในสภาพแสงน้อยตามด้านล่างแบบครอปมา 100% คุณจะเห็นความแตกต่างระหว่างปิดกับไม่ปิดได้ชัดเจนเลยทีเดียว

คุณสมบัติอื่นๆ ของ OnePlus 6

  • GPS – ระบบจีพีเอสนั้นเยี่ยมยอด จับสัญญาณได้เร็วและเชื่อมต่อกับดาวเทียม 30 ดวงได้ตลอดเวลา
  • เข็มทิศ ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • เซนเซอร์ Accelerometer – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • เซนเซอร์ Linear acceleration – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • เซนเซอร์แสง Ambient light – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • สัญญาณไวไฟ เยี่ยมยอดแม้จะห่างจากเราเตอร์ 44 เมตร หรือ 144 ฟุต ก็ยังจับสัญญาณได้อย่างรวดเร็วและเสถียรอยู่
  • OTG – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • ลำโพงภายนอก ดีมาก เสียงดังและมีความใส คมชัด
  • เซนเซอร์ลายนิ้วมือ  ดีมาก เร็วมากจนเราไม่คิดว่าจะมียื่ห้อในทำได้เร็วกว่าในตอนนี้

 

ความอึดแบตเตอรี่และการชาร์จของ OnePlus 6

ที่ชาร์จของ OnePlus 6 นั้นรองรับการชาร์จแบบ 5V 4A ซึ่งคิดเป็น 20W ซึ่งเร็วมากโดย OnePlus 6 ชาร์จได้เร็วเต็ม 100% ได้ใน 1 ชั่วโมง

การใช้งานแบตเตอรี่นั้นถือว่าทำมาได้ดีมากในมือถือเรือธงที่ใช้ชิป Snapdragon 845 โดยเราได้ทดสอบพบว่าแม้จะเปิดหน้าจอดูยูทูปแบบ 720p HD ไว้ตลอด และยังเปิดไวไฟไว้ด้วยก็ให้ความประทับใจที่ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องได้เลยทีเดียว

OnePlus 6 โดยสรุป

เราพบว่า OnePlus 6 นั้นเป็นมือถือที่ดีมากเครื่องหนึ่ง ทว่าก็ยังมีบางสิ่งที่หายไปที่เราอยากเห็นเพิ่มเติมในมือถือจาก OnePlus นี้นั้นก็คือ การถ่ายวิดีโอแบบมือโปร กำหนดค่าต่างๆ ได้เอง, ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ และการชาร์จแบบไร้สาย แต่สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นส่วนประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นและบางอย่างก็อาจเพิ่มเข้ามาได้ในการอัปเดตซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย

OnePlus 6 นั้นมีหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ที่เยี่ยยอด มีรูปร่างแบบมือถือเรือธงที่สวยงาม ชิปประมวลผล Snapdragon 845 ก็ถือว่าสูงสุดในปัจจุบันแล้วทำให้ใช้งาน เล่นเกมได้อย่างไหลลื่น เซนเซอร์เชื่อมต่อต่าง ๆ อย่างไวไฟ หรือจีพีเอสก็ดีเยี่ยม ชาร์จก็เร็วมาก กล้องก็ถือว่าดีเอามากแทบจะเรียกได้ว่าเกือบไม่ต่างจากมือถือเรือธงค่ายอื่นเลย ถ้าคุณอยากได้มือถือที่ประสิทธิภาพดีและมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาแล้วนั้น เราขอแนะนำ OnePlus 6 ให้คุณแบบแรงๆ เลย ราคานี้กับสเป็คแบบนี้ งานประกอบระดับนี้หาได้จาก OnePlus 6 เท่านั้น

ถ้าคุณอยากจะสั่ง OnePlus 6 รุ่นนี้นั้นกรุณาติดต่อเราโดยตรงหรือกดปุ่มด้านล่าง เพื่อช่วยคุณสั่ง OnePlus 6 รุ่นนี้มาให้คุณเป็นเจ้าของ ราคาของเรานั้นถือว่าดีกว่าช่องทางของ OnePlus อย่างเป็นทางการเสียอีก และดีกว่าร้านอื่นในประเทศไทยอีกด้วย อย่ารอช้าเลย!

ซื้อ OnePlus 6

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Zenfone 5 ZE620KL รีวิวมือถือสเป็คเรือธงแต่ราคาลงไปกว่าครึ่ง

Zenfone 5 ZE620KL นั้นเป็นมือถือเรือธงล่าสุดจาก Asus โดยที่ผ่านมานั้น Asus มีประวัติอันยาวนานของการเปิดตัวมือถือที่สเป็คสูงในราคาที่เอื้อมถึง ในรีวิวนี้เราจะมาลองมองดูเจ้า Zenfone 5 ZE620KL กันอย่างใกล้ๆ กัน คุณจะได้มีข้อมูลไปใช้ตัดสินใจว่ามันเหมาะให้คุณซื้อไปหรือไม่

จุดเด่นหลักๆ ของ ZE620KL:

  • Beautiful display
  • Excellent audio
  • Great cameras
  • Powerful CPU and GPU
  • Android 8.0 with OTA

หน่วยประมวลผลของ Zenfone ZE620KL

มีหลายสิ่งของ ZE620KL ที่เราชอบ โดยหนึ่งในสิ่งที่เราชอบแน่นอนเลยคือเจ้าหน่วยประมวลผลล่าสุดจาก Qualcomm นั่นคือ Snapdragon 636 โดยมีถึง 8 ชิป Kryo ของ Qualcomm และชิปกราฟิคเป็น Adreno 509

CPU

Snapdragon 636 นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป และพอสำหรับเกมสามมิติที่มีเฟรมเรตสูงได้ รวมถึงการรัน Android 8.0 นั้นก็ถือว่าใช้งานได้ลื่นเลยทีเดียว

Antutu ZE620KL

  • CPU:Qualcomm® Snapdragon™ 636 Mobile Platform with 14nm, 64-bit Octa-core Processor with AI BoostFinFET LPP (Low Power Plus) powersaving technology
  • GPU:Qualcomm® Adreno™ 509

กล้องของ Zenfone ZE620KL

อีกหนึ่งจุดแข็งของ ZE620KL นั้นก็คือกล้องโซนี่ IMX363 ที่เป็นกล้องหลัก  โดยมีขนาดเซนเซอร์ที่ 1/2.55″ ความละเอียด 12.2 MP และมีขนาดพิกเซลใหญ่ถึง 1.40 ไมครอน นั่นทำให้ ZE620KL สามารถถ่ายรูปในร่มหรือที่แสงน้อยได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งแฟลช

โดยเราได้ทำการทดลองถ่ายรูปในร่มและพบว่ารูปนั้นสว่างทีเดียวและนอยซ์นั้นก็น้อย จากข้อมูลจาก Asus นั้นกล่าวว่าเซนเซอร์นั้นมีความไวแสงในรูปแสงน้อยมากกว่าปกติถึง 5 เท่า (เมื่อเทียบกับกล้องที่มีขนาด 16 MP, F1.7 และพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน)

นอกจากเซนเซอร์ IMX363 แล้ว Zenfone 5 ZE620KL ยังมีกล้องที่สองที่ให้มุมกว่างถึง 120 องศา นั่นทำให้มุมมองภาพนั้นกว้างมากเป็นพิเศษที่ทำให้ภาพวิวนั้นแจ่มเอามากๆ

ใน Zenfone 5 ZE620KL นั้นมีระบบกันสั่นจากฮาร์ดแวร์ (OIS) มาด้วย นอกจากจะมีแค่ในซอฟต์แวร์เหมือนมือถือทั่วๆ ไปเท่านั้น นั่นทำให้การถ่ายรูปนั้นปราศจากความเบลอจากมือสั่นไปได้เลย และทำให้การถ่ายวิดีโอนั้นไม่สั่นไปสั่นมาอีกด้วย

และยังสามารถทำรูปโบเก้หรือเบลอได้เป็นอย่างดีอีกด้วยจากการใช้กล้องสองตัวในการทำเบลอโฟกัสได้ โดย ZE620KL นั้นทำสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี

Bokeh

Bokeh

Bokeh

การอัดวิดีโอนั้นสามารถอัดได้ใน 4K และยังทำสโลว์โมชั่นได้ที่ 720P@240fps หรือที่ 1080P@120fps

เลนส์หน้ากล้องนั้นก็เคลือบกันลายนิ้วมือ กันไขมันจากมือ นั่นแสดงว่ารอยต่างๆ และฝุ่นนั้นจะเกิดขึ้นยากและทำความสะอาดได้ง่าย

  • 5x light sensitivity low light photos (compared with a typical camera with 16MP, F1.7 & 1.12µm pixel size)
  • Sony flagship IMX363 12MP dual pixel image sensor – 1/2.55″ large sensor size, 1.4µm large pixel size
  • F1.8 aperture, 24mm equivalent focal length in 35mm film camera, 83° field of view
  • 0.03 seconds phase-detection autofocus (PDAF)
  • 4-axis, 4 stops optical image stabilization (OIS)
  • Pro (RAW file support / up to 32 seconds long exposure), Super Resolution (48MP), GIF Animation, Panorama, Time Lapse (with power saving mode)
  • Wide-angle camera #2: 120° (200% wider than normal) wide-angle camera200% wider view for more friends and scenery in the frame
  • Front camera: 8MP 84° field of view F2.0 aperture 24mm equivalent focal length in 35mm film camera
  • 4K UHD (3840 by 2160) video at 30 fps for main rear camera
  • 1080p FHD video recording at 30 / 60 fps, 720p HD video recording at 30 fps
  • 3-axis electronic image stabilization (OIS) for rear camera video
  • Slow Motion video (1080p at 120 fps / 720p at 240 fps)

การชาร์จและแบตเตอรี่ของ Zenfone ZE620KL

เราได้ทดสอบการชาร์จแบตและพบว่ามือถือเครื่องนี้นั้นชาร์จให้เต็มได้ใน 2 ชั่วโมงโดยชาร์จได้แบบ 5V 2A โดยการชาร์จแบบนี้ไม่ทำให้เครื่องร้อนมากและทำให้แบตไม่เสื่อมเร็ว

Battery

เราได้ลองชาร์จดูด้วยสถานการณ์จริงโดยแค่ครึ่งชั่วโมงก็ได้ถึง 60% เลยทีเดียว! นั่นหมายความว่าแค่กินข้าวหรืออาบน้ำคุณก็มีมือถือที่ใช้ได้ไปถึงครึ่งวันเลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังสามารถชาร์จแบบ 9V 2A ได้หากต้องการชาร์จเร็วขึ้นด้วย

และเพราะว่าชิป Snap 636 ของ ZE620KL ที่มีขนาด 14nm นั้นทำให้แบตที่มีให้นั้นใช้ได้นานเต็มวันได้สำหรับการใช้งานปกติของทุกๆ คน

  • 3300mAh with fast charging
  • AI & scheduled charging for battery protection
  • 5 minutes charge for 2 hours talk time
  • 38 minutes charge to 60% capacity
  • Up to 22 days 4G standby
  • Up to 25 hours 3G talk time
  • Up to 13 hours video playback
  • Up to 17 hours Wi-Fi web browsing

ระบบเสียงและลำโพง Zenfone ZE620KL

คุณภาพเสียงและความดังนั้นถือว่าดีเยี่ยม และมีลำโพง 5-แม่เหล็กคู่ ที่มีแอมป์ NXP อัจริยะคู่อีกด้วยที่รองรับระบบ DTS Headphone X และมีไมโครโฟนคู่สำหรับการอัดเสียงที่ชัดเจนและการโทรที่เสียงใสอีกด้วย

  • Speaker: DUAL 5-magnet speaker with dual NXP Smart AMP for louder, deeper and less distorted sound effect
  • Hi-Res audio 192kHz/24-bit standard that is 4 times better than CD quality
  • DTS (Digital Theater System) Headphone:X™ 7.1 virtual surround sound for headphone support
  • Dual internal microphones with ASUS Noise Reduction Technology

จอแสดงผลของ Zenfone ZE620KL

หน้าจอของ ZE620KL นั้นถือว่าสวยงามทีเดียว และมีขนาดมากถึง 90% ของขนาดโทรศัพท์อีกด้วย และสีสันก็สดใสแบบ AMOLED แต่เป็นจอ LCD ที่เนียนและสว่างกว่า AMOLED ทั่วไป ข้อความและรูปภาพนั้นก็ชัดเจนและความสว่างนั้นก็ถือว่าดีเยี่ยม คุณสามารถมองหน้าจอได้จากหลากหลายมุมและก็ยังดูดีอยู่ได้

เราได้ทดสอบความสว่างและเราทดสอบได้ถึง 485LUX ซึ่งถือว่าสว่างดีมาก ไม่มีปัญหาสำหรับการใช้งานในที่กลางแจ้ง โดยความสว่างถือว่าเท่ากันทั้งหน้าจอดี

  • 6.2-inch Full HD+ (2246 by 1080) Super IPS+ display
    90% screen-to-body ratio
  • 550nits brightness
  • 96% NTSC color gamut, supports DCI-P3
  • Corning® Gorilla® Glass for best screen protection
  • Capacitive touch panel with 10 points multi-touch (supports glove touch)

เซนเซอร์ / ซิม / โมเด็ม / ไวไฟ

ZE620KL นั้นมีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ TF-SD ที่เพิ่มความจุหน่วยความจำได้ถึง 2TB (เทราไบต์)

การจับไวไฟนั้นถือว่าใช้ได้อย่างไม่มีปัญหาแม้จะเป็นระยะกว่า 40 เมตร

และในมือถือเครื่องนี้ก็ยังมีวิทยุ FM มาให้อีกด้วย

ระบบเซนเซอร์ลายนิ้วมือนั้นถือว่าดีมาก เราได้ลองสแกนดูและใช้เวลาเพียงแค่ .2 วินาทีจากที่เอานิ้ววางไว้บนเซนเซอร์เท่านั้นในการปลดล็อคหน้าจอ โดยวางนิ้วสแกนลายนิ้วมือได้จากหลายมุมมอง

Sensors

  • FM radio, WLAN 802.11 a/b/g/n/ac 2.4 & 5GHz, Bluetooth 5.0
  • Slot 1: 2G/3G/4G Nano SIM Card
  • Slot 2: 2G/3G/4G Nano SIM Card, or the microSD card (supports up to 2TB) at a time
  • LTE Cat13 UL up to 150Mbps / Cat12 DL up to 600Mbps
  • DC-HSPA+: UL 5.76 / DL 42Mbps
  • Rear fingerprint sensor (0.3 seconds unlock, supports 5 fingerprints), Face recognition, Accelerator, E-Compass, Gyroscope, Proximity sensor, Ambient light sensor, RGB sensor, NFC

สรุป

เราชอบ Asus Zenfone 5 ZE620KL เครื่องนี้ทั้งในเรื่องกล้อง, เสียง และหน้าจอที่สวยงาม โดยมีเทคโนโลยีทุกอย่างที่มือถือเรือธงนั้นควรจะมี แต่ราคาแค่ครึ่งเดียว

ถ้าคุณสนใจที่จะซื้อ Zenfone ZE620KL คุณสามารถหามือถือเครื่องนี้ได้จาก GearBest.com ถ้าคุณต

ดู ZE620KL@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

IP68 Vernee V2 Pro ครบครัน กันน้ำ 4 กล้อง มองแล้วครบในราคาน่าคบ

Vernee V2 Pro นั้นเป็นมือถือใหม่จาก Vernee ที่เรียกได้ว่ามีจุดเด่นที่ความถึก กันน้ำได้ระดับ IP68 หรือแช่น้ำลึก 1.5 เมตรได้ถึง 30 นาทีโดยที่ไม่เป็นไรเลยทีเดียว และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบครันแบบที่มือถือระดับกลางค่อนไปทางสูงควรจะมีเลยทีเดียว

เริ่มจากหน่วยประมวลผลอย่าง MediaTek Helio P23 หรือ MT6763V ที่ประกอบด้วยชิปถึงแปดตัวคือ 4×2.0GHz Cortex-A53 + 4×1.5GHz Cortex-A53 ที่รองรับการทำงานปกติได้เป็นอย่างดีและยังประหยัดพลังงานอีกด้วย และเมื่อเราไปดูที่แบตเตอรี่ขนาด 5,800 mAh นั้นก็ถือว่า stand by เตรียมพร้อมอยู่ได้นานกว่าหนึ่งวันแน่ๆ หรืออาจจะหลายวันอีกด้วย สำหรับผู้ที่ชอบเล่นเกม ARM Mali-G71 MP2, 700MHz, สองคอร์ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่เท่าไหร่นัก

แรม 6 GB รอม 64 GB ที่ให้มานั้นถือว่าเกินความเป็นมือถือระดับกลางไปแล้ว เรือธงใหม่ๆ บางรุ่นยังไม่กล้าให้ได้เท่านี้เลย และยังสามารถเพิ่ม micro SD card ได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องกล้องนั้นถือว่าหายห่วงโดยมีถึง 4 ตัวด้วยกันโดยกล้องหลังนั้นเป็นกล้องความละเอียด 13MP และ 5MP แฟลชคู่ และในกล้องหน้าก็ถือว่าไม่ธรรมดามีกล้องหน้าสองตัวพร้อมแฟลชที่มีความละเอาียดระดับ 8MP+5MP ให้การเซลฟี่นั้นมีมิติ

หน้าจอแสดงผลขนาด 5.99 นิ้ว ที่ความละเอียดระดับ 1080 x 2160 พิกเซล หรือ Full HD Plus นั้นคือสิ่งที่มีอยู่ด้วยกันในเรือธง และอัตราส่วน 18:9 นั้นก็ทำให้เราใช้งานด้านหน้าของมือถือได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกเหลือเฟือ ตามด้านล่าง โดยที่เราอยากเน้นคือแอนดรอยด์ 8.0 ใหม่ล่าสุด, FastCharge และ IP68 ที่เรียกได้ว่าแม้มือถือจะหนักนิดหน่อยแต่ถ้าแลกมาด้วยแบตขนาดนี้และความถึกกันน้ำกันฝุ่นขนาดนี้ มองยังไงก็ คุ้ม!

  • CPU – Octa-Core 4×2.0GHz Cortex-A53 + 4×1.5GHz Cortex-A53
  • Chipset – MediaTek Helio P23 MT6763V
  • GPU –  ARM Mali-G71 MP2, 700MHz, 2-Cores
  • Camera -13MP + 5MP with Dual-LED and AF Dual Rear Camera | 8MP + 5MP Dual Front Camera with LED Flash
  • Memory – RAM- 6GB | ROM 64GB External Memory Supports Up to 128GB
  • Display – Screen size 5.99 inches FHD+ Display (1080×2160 Pixels)
  • Battery – Non-Removable 5,800 mAh Lithium-Polymer
  • SIM – Dual SIM (Nano + Nano)
  • Sensors -Proximity Sensor, Accelerometer, Ambient Light, Compass, Fingerprint, Gyroscope Sensor, Hall Sensor
  • Color – Black
  • Operating System – VOS (Android 8.0 Oreo)
  • I/O Interface – 2 x Nano SIM Slot, Microphone, Speaker, TF/Micro SD Card Slot, Type-C
  • Dimensions – 156 mm x 80 mm x 11.2 mm
  • Weight – 250 Grams (With Battery)
  • More Features -Plastic and Metal Body Design, LTE Cat 7 300 Mbps Download, 100 Mbps Upload, HSPA+, EV-DO Rev.A (1.8 Mbps Upload, 3.1 Mbps Download), OTG Support, Computer Sync, OTA Sync, Tethering, VoLTE Support, ViLTE Support, Smart Fingerprint Sensor, IP68 Waterproof, MediaTek Pump Express 3.0 Fast Charging Technology, Reversible Connector.

ดู Vernee V2@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

OnePlus 6 ชื่อที่คุ้น และคุ้มสุดขีด

กลับมาอีกครั้งกับ Flagship Killer ที่เปิดตัวทีไรก็ตกตะลึงทุกครั้งกับยี่ห้อ OnePlus กับ OnePlus 6 ที่ทุกครั้งที่ OnePlus เปิดตัวมือถือใหม่ มันจะเต็มไปด้วยคุณสมบัติระดับเรือธงใหญ่ๆ เหมือนกับ (หรือบางอย่างนั้นดีกว่า) มือถือเรือธงเจ้าดังๆ ของโลก แต่ราคาที่ย่อมเยาว์เอื้อมถึงได้มากกว่า รวมทั้งยังมี Oxygen OS ที่เป็นตัวครอบ Android Oreo รุ่นล่าสุดและมีการอัปเดตอย่างรวดเร็วอีกด้วย ส่วนจะคุ้มขนาดไหนเราต้องไปดูกัน

จากรูปร่างภายนอกที่ทันสมัยตามสมัยนิยมด้วยการมี “ติ่ง” จอเหมือนมือถือค่ายแอปเปิลรุ่นเรือธง ทาง OnePlus ก็ทำออกมาได้อย่างลงตัว ไม่เป็นแถบกว้างมากนักอยู่บนหน้าจอขนาดเต็มเครื่อง 6.28 นิ้วแบบ Optic AMOLED ที่เรียกว่า Full Optic Screen สีสันสดตามแบบ AMOLED แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ในภายหลัง และมีความละเอียดขนาด Full HD+ 2280 x 1080 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9 โดยถือว่าขนาดจอใหญ่มากขึ้นจากรุ่นเก่าในขนาดเครื่องเท่าๆ เดิม ส่วนทางด้านหลังก็ใช้กระจก Gorilla Glass 5 รุ่นล่าสุดที่ทำให้ทั้งแกร่งและสวยงามจริงๆ

หน่วยประมวลผลด้านในนั้นใช้ Snapdragon 845 ระดับที่เรียกได้ว่าสูงสุดของโลกชิปเซ็ตในปัจจุบันแล้วร่วมกับเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง  RAM LPDDR4X และ ROM ที่เป็น UFS2.1 จัดว่าอะไรใหม่ล่าสุดในโลกมือถือ ก็รวมอยู่ที่นี่แล้ว

OXYGEN OS 5.1 ที่ครอบอยู่ภายในนั้นก็ถือว่าทาง OnePlus ทำการบ้านมาได้ดี โดยได้พัฒนา ROM นี้ที่ครอบลงบนระบบแอนดรอยด์และชิปเซ็ตอย่างลงตัว เสถียรและรวดเร็ว และยังรองรับผู้ที่ชอบเล่นเกมด้วยการมี Gaming mode ที่จะช่วยส่งพลังทั้งหมดไปยังการเล่นเกมโดยเฉพาะอีกด้วย

มาถึงเรื่องกล้อง กล้องหลังของ OnePlus 6 มาพร้อมกล้องคู่ โดยกล้องตัวแรกนั้นมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนตัวรองความละเอียด 20MP รูรับแสงทั้ง 2 ตัวเท่าๆ กันที่ f/1.7 และเซนเซอร์ขนาดใหญ่ ถึง1.2 ไมครอน เพื่อเก็บแสงและสีได้ดีขึ้น และลด Noise ในการถ่ายรปในที่ๆ มีแสงน้อย และยังมีโหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอ Bokeh และ ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงและสโลว์โมชั่นได้ 240 fps อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นกล้องที่ดีลำดับต้นๆ ของโลกมือถือเลยทีเดียว

นอกนั้นคุณสมบัติที่น่าสนใจก็เช่น Dash Charge, Bluetooth 5.0, มีสารกันน้ำ, ฯลฯ โดยสเป็คอื่นๆ โดยรวมนั้นเป็นไปตามด้านล่างนี้

  • ระบบ : Android 8.1 Oreo ครอบด้วย OXYGEN OS 5.1
  • หน้าจอ : Full Optic AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2280 x 1080) อัตรส่วน 19:9
  • CPU : Qualcomm Snapdragon 845
  • GPU: Adreno 630
  • RAM : 6GB / 8GB LDDPR4X
  • ความจุ : 64GB/ 128GB / 256GB  UFS 2.1
  • กล้องหลังคู่ : 16MP f/1.7 Sony IMX519 และ 20MP f/1.7 Sony IMX376K  ระบบกันสั่น OIS + EIS
  • กล้องหน้า : 16MP f/2.0 Sony IMX371
  • ความปลอดภัย: สแกนนิ้วมือด้านหลัง 0.2 วินาที และรองรับการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า 0.4 วินาที
  • แบตเตอรี่ : 3,300 mAh + ชาร์จเร็ว Dash Charge
  • การเชื่อมต่อ : 4×4 MIMO Cat.16/13 4CA, NFC, Bluetooth 5.0, USB C, ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ขนาด : 155.7×75.4×7.75 มม.
  • น้ำหนัก 177 กรัม
  • เคลือบสารนาโนกันน้ำ

สำหรับราคาในไทยนั้นก็ถือว่าน่าสนใจมากและเพิ่มจากรุ่นที่แล้วอย่าง OnePlus 5T เล็กน้อย โดยมีสามสีให้เลือก ได้แก่ Mirror Black/ Midnight Black/ Silk White โดยจะเริ่มทยอยเปิดขายในแต่ละสีเร็วๆ นี้

ดู OnePlus 6@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว HomTom HT70 18:9 10000mAh อาวุธอาวุธ

HomTom HT70 นั้นเป็นมือถือใหม่จาก Homtom ที่มีดีที่ความจุแบตเตอรี่ที่ให้มาเยอะถึง 10,000 mAh โดยถ้าคุณชอบมือถือที่เครื่องใหญ่แล้ว HT70 นั้นอาจจะเป็นมือถือที่ใช่สำหรับคุณก็ได้ โดยเจ้า HT70 เครื่องนี้นั้นทั้งใหญ่และหนักที่อาจจะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้เลย นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ

ดู HomTom HT70@GearBest.com

ก่อนอื่นเรามาดูที่รายละเอียดสเป็คของ HomTom HT70 กันก่อน

  • Display: 6.0 inch, 1440 x 720 Pixel Screen
  • CPU: MTK6750T Octa Core 1.5GHz
  • System: Android 7.0
  • RAM + ROM: 4GB RAM + 64GB ROM
  • Camera: 8.0MP ( SW 13.0MP ) front camera + 13.0MP ( SW 16.0MP ) + 2.0MP ( SW 5.0MP ) dual back cameras
  • Sensor: Fingerprint Sensor, E-compass, Gyroscope, Gravity Sensor, Ambient Light
  • Sensor, Proximity Sensor, Accelerometer, Geomagnetic Sensor
  • SIM Card: dual SIM dual standby. 2 x Nano SIM card and 1 TF card can be inserted at the same time
  • Feature: GPS, A-GPS
  • Bluetooth: 4.0
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: WCDMA B1/B2/B5/B8
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B7/B8/B20
  • TDD-LTE B40
  • หน้าจอ: 6.0 นิ้ว,  ความละเอียด1440 x 720 พิกเซล
  • CPU: MTK6750T Octa Core 1.5GHz
  • รุ่นแอนดรอยด์: Android 7.0
  • แรม + รอม: 4GB RAM + 64GB ROM
  • กล้อง: 8.0MP ( SW 13.0MP ) กล้องหน้า + 13.0MP ( SW 16.0MP ) + 2.0MP ( SW 5.0MP ) กล้องหลังคู่
  • เซนเซอร์: ลายนิ้วมือ, เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์, ไจโรสโคป, แรงโน้มถ่วง, แสงสว่าง
  • ซิมการ์ด: สองซิม ใช้งานได้พร้อมกันขนาด นาโนซิม x2 และใส่ micro SD การ์ดได้ในเวลาเดียวกัน
  • คุณสมบัติด้านสถานที่: GPS, A-GPS
  • บลูทูธ: 4.0
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: WCDMA B1/B2/B5/B8
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B7/B8/B20
  • TDD-LTE B40

หน้าจอของ HT70 นั้นเป็นแบบใหม่ทันสมัยในอัตราส่วน 18:9 ทำให้มือถือนั้นยาวขึ้นและคุณสามารถเอาหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นนั้นเข้าไปอยู่ในมือถือขนาดเดิมได้ เราชอบมือถือที่มีหน้าจอยาวแบบนี้มาก โดยตอนนี้มือถือเรือธงในตลาดนั้นก็ต่างใช้อัตราส่วน 18:9 หรือ 21:9 กันทั้งนั้น

และจอนั้นใช้เป็น IPS LCD ซึ่งทำให้สามารถมองจอได้จากหลากหลายมุม สีสันที่ให้นั้นก็ถือว่าดีมาก

เราได้ทดสอบลำโพงและพบว่ามันดังพอทีจะใช้ฟังเพลง, ดูซีรีส์และแชทผ่านวิดีโอได้อย่างง่ายๆ เลยทีเดียว

การจับสัญญาณ GPS ของ HT70 นั้นดีมาก ส่วนการจับสัญญาณไวไฟนั้นพบว่าในระยะ 30 เมตรก็ยังจับสัญญาณได้ดี

GPS

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ติดเครื่องมาก็เป็นรุ่น 7.0 และยังอัปเดตผ่าน OTA ได้อย่างไร้ปัญหาในเจ้า HT70 นี้ ใช้งานได้อย่างไหลลื่น การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวและการเลื่อนไถจอไปมานั้นทำได้อย่างลื่นไหล การเปลี่ยนสลับแอปก็ทำได้อย่างรวดเร็วและไร้การหยุดชะงัก

การใช้งานเพลย์สโตร์ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา เราดาวน์โหลดและติดตั้งรวมถึงอัปเดตแอปต่างๆ ได้ปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ

Update

จากนั้นเราก็มาดูถึงเซนเซอร์ต่างๆ ที่มีให้ใน HomTom HT70 โดยเราพบว่าแม้มือถือจีนส่วนใหญ่นั้นจะไม่มีไจโรสโคปและเข็มทิศ แต่ HT70 ตัวนี้นั้นมี เราได้ลองทดสอบการทำงานดูแล้วและถือว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีวิทยุ FM ที่ใช้งานได้ปกติ

เซนเซอร์ลายนิ้วมือเพิ่มความปลอดภัยก็ใช้งานได้ง่าย เร็วและแม่นยำ แค่เวลาครึ่งวินาทีจากตอนที่วางนิ้วลงไปที่เซนเซอร์ก็ปลดล็อกจอได้แล้ว

ปกป้องFingerprint

แรมที่ให้มา 4GB นั้นก็ถือได้ว่ามากพอสำหรับทุกการทำงาน แม้ตอนนี้มีมือถือที่ให้มาถืง 6GB แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นนัก แค่ 4GB ก็เพียงพอแล้ว

ใช้ RAMเท่าไหร่

ความจุหน่วยความจำรอมที่ให้นั้นมีมากถึง 64 GB และเมื่อหักส่วนของระบบไปแล้ว ผู้ใช้จะเหลือหน่วยความจำไว้ใช้ถึง 53GB ให้เก็บไฟล์

RAM ROM System

แล้วนอกจากนี้เรายังเพิ่มการ์ด TF หรือไมโครเอสดีการ์ดได้อีก หรือว่าใช้สล็อตที่ไม่ซ้ำกับที่ใส่ซิม ให้คุณเลือกได้เองเลย

ต่อมามาดูช่วงคลื่นที่ HT70 รองรับนั้นเราก็พบว่ารองรับได้เยอะและเพียงพอสำหรับเครือข่าย 2g/3g/4g ทั้งหมดของไทย

ส่วนเซนเซอร์กล้องนั้นก็เป็น SONY IMX135 และ GalaxyCore GC8024 โดยเรามีรูปตัวอย่างให้ชม โดยกล้องนั้นให้ภาพที่ดีพอสำหรับการอัปรูปไปไว้บนเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมและการแชร์ผ่านโซเชียล

Sony IMX135

และมาถึงจุดขายที่สำคัญของ HT70 นั่นคือแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 10,000 mAh โดยให้มาขนาดนี้นั้นคุณสามารถใช้งานได้เต็มวันโดยไม่ต้องชาร์จแน่นอน และใช้งานแบบเปิดจอต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำและหากคุณใช้งานง่ายๆ อย่างแชทหรือเฟซบุ๊คก็ใช้ได้ 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ HomTom HT70 บ้าง? เขียนลงในช่องความคิดเห็นเฟซบุ๊คด้านล่างนี้เลย ทุกคนที่เขียนความคิดเห็นลงด้านล่างนี้จะได้รับส่วนลด 150 บาทในการซื้อผลิตภัณฑ์ครั้งต่อไปกับ ChinaPhoneThai โดยส่วนลดนั้นจะใช้ได้กับโทรศัพท์ที่ซื้อผ่านเวปไซต์ GearBest

ดู HomTom HT70@GearBest.com

มาลองดู HomTom HT70 ในร้านค้าออนไลน์กันโดยคลิกที่ปุ่ม และถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือในการสั่ง HT70 หรือมือถือรุ่นอื่นๆ กรุณาติดต่อเราได้โดยตรงและเราจะดูแลทุกขั้นตอนให้กับคุณเอง

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ทั้งราคาประหยัด Redmi Note 5 และเรือธง Mi Mix 2S

สายมือถือของแรง สเป็คดี ราคาถูกและมีมาตรฐาน ต้องมียื่ห้อ Xiaomi อยู่ในดวงใจมาตลอดแน่นอน และเมื่อเร็วๆ นี้ทาง Xiaomi ก็ได้เปิดตัวมือถือสองรุ่น สองตลาด ได้แก่ มือถือระดับกลางที่เรียนกได้ว่าท็อปของรุ่นกลางแล้วนั่นคือ Redmi Note 5  และอีกรุ่นที่เป็นที่จับตามองของทั้งโลกนั่นคือ Mi Mix 2S  ตัวท็อปขอบบางเฉียบ งานดีไซน์ช็อคโลกมาตั้งแต่รุ่นแรกที่ทำเอาหลายๆ เจ้าต้องหันมาทำมือถือขอบบางไปตามๆ กัน ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ทาง Mi ประเทศไทยก็ได้วางแผนเปิดราคา พร้อมให้จองในเมืองไทยแล้ว

โดยหากจะเริ่มกันที่ตัว Redmi Note 5 นั้น ก็ขอบอกเลยว่าสเป็คที่จัดมานั้นเมื่อลงมาในราคานี้ ในมาตรฐานของ Xiaomi แล้ว ในช่วงราคาเดียวกันหาคู่แข่งยาก โดยทาง Mi นั้นจัดมาให้ดังนี้

  • หน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+  (2160 x 1080) อัตราส่วน 18:9
  • CPU : Snapdragon 636
  • GPU : Adreno 509
  • RAM : 3GB / 4GB
  • ความจุ : 32GB / 64GB รองรับ MicroSD Card ถึง 256GB
  • กล้องหลังคู่ : 12MP (f/1.9) + 5MP (f/2.0), แฟลช Dual-LED
  • กล้องหน้า : 13MP LED Selfie + Beautify 4.0
  • วิทยุ FM
  • IR Blaster
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
  • ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • เซ็นเซอร์ :  accelerometer, gyro, proximity, compass
  • การเชื่อมต่อ :  Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0, MicroUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ : 4,000 mAh รองรับ Fast Charge 5V / 2A
  • ระบบ Android 8.1 ครอบด้วย MIUI 9.5

ซึ่งถือว่าครบมากๆ ในมือถือ CPU ระดับกลางนี้ แค่ยังเป็น micro USB เท่านั้นเองโดยเปิดราคามาในไทยทั้งหมดสองรุ่น พร้อมโปรอีกต่างหาก ดังต่อไปนี้

ซื้อ Xiaomi Note 5

และหากจะข้ามไปดูรุ่นใหญ่ Mi Mix 2S นั้นก็มีสเป็คที่เรียกว่าชนกับเรือธงทุกค่ายตอนนี้ได้เลย

  • หน้าจอ LCD ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2160)
  • CPU : Snapdragon 845
  • GPU : Adreno 630
  • RAM : 6GB/8GB
  • ความจุ : 64GB/128GB
  • กล้องหลังคู่ : 12MP (f/1.8) + 12MP (f/2.4) IMX363, ซูมออพติคอล 2 เท่า
  • กล้องหน้า : 5MP (f/2.0)
  • ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. (พร้อมมีอแดปเตอร์ USB-C เป็น 3.5 มม.ในกล่อง)
  • เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือด้านหลัง
  • เซ็นเซอร์ : accelerometer, gyro, proximity, compass
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, BT 5.0, USB-C 2.0
  • แบตเตอรี่ : 3,400 mAh รองรับ QC 3.0 และชาร์จไร้สาย
  • ระบบ Android 8.0 ครอบ MIUI 9.5

และจากที่เคยมีการทดสอบกล้องของ Mi Mix 2 นั้นก็บอกได้เลยว่าพัฒนาจาก Xiaomi ที่เคยมีชื่อเรื่องกล้องไม่ค่อยดีนั้น พัฒนาไปมากท้าชนเรือธงปีนี้ได้ทุกเครื่องเลยทีเดียว


หากใครพร้อมจะมีเครื่องสเป็คแรง ราคาสบายมือไว้เป็นเจ้าของก็บอกได้เลยว่าสองรุ่นนี้คือตัวเด่นในตลาดราคาของแต่ละรุ่นเลยทีเดียว

ซื้อ Xiaomi Mix 2S

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

แบตเล็ก Oukitel K7 ไม่ แบตหมื่น ต้องมาแล้ว

หากจะพูดถึงชื่อเสียงของ Oukitel หลายคนคงประทับใจยื่ห้อมือถือจีนนี้จากขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่โตเกินหน้าเกินตายี่ห้อจากฝั่งอเมริกาหรือเกาหลีแน่นอน โดย Oukital K7 ที่เราจะแนะนำในวันนี้

ดู Official Oukitel

นั้นก็เช่นกัน โดยแบตเตอรี่นั้นเป็นจุดขายหลักที่ 10,000 mAh เลยทีเดียว

โดยทาง Oukitel นั้นเพิ่งจะเปิดตัววิดีโอพรีวิวเจ้า K7 ตัวนี้ไปเร็วๆ นี้รวมถึงสเป็คของมือถือตัวนี้ด้วย โดยจากรูปร่างภายนอกที่เป็นโลหะ และฝาหลังเป็นพื้นผิวแบบหนังนั้นบอกได้เลยว่าไม่ซ้ำกับการออกแบบมือถือในสมัยนี้เลย (แต่เหมือนกับเรโทร เอามือถือยุคก่อนสมาร์ทโฟนมาทำใหม่มากกว่า) และยังดูหรูหราอีกด้วย

และที่สะดุดตาทางด้านหน้าก็คือหน้าจอขนาด 6 นิ้วแบบสมัยนิยมสัดส่วน 18:9 ที่ความละเอียดระดับ Full HD 2160 x 1080 พิกเซล ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และขอบที่เรียกได้ว่าถึงไม่บางมากแต่ก็ไม่ได้ดูหนาแบบสมาร์ทโฟน 16:9 หรอก และตอนนี้ที่เปิดตัวมาก็มีแต่สีดำเท่านั้น โดยมีมิติกว้างยาวหนาอยู่ที่ 78 x 168 x 14.5 mm ซึ่งแม้จะดูหนาแต่ก็เพราะว่าต้องให้ที่ทางกับแบตเตอรี่นั่นเอง

จากภายนอกเข้าสู่ภายในโดยเริ่มจากชิปเซ็ตจาก MediaTek MT6750T ที่ไม่ได้ขี้เหร่เลยทีเดียวมาพร้อมกับแรม 4 GB และรอม 64 GB ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอกับมาตรฐานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน โดยถ้าอยากจะเพิ่มหน่วยความจำภายนอกจาก Micro SD แล้วล่ะก็ คุณก็ต้องชั่งใจกับระบบ Dual Sim สองซิม ให้เหลือแค่ซิมเดียวเอาที่ไปใส่การ์ดแล้ว

เรื่องการเชื่อมต่อก็มีเครือข่าย 4G ปกติทั่วไปมาพร้อม Wifi ที่มาครบทุกย่านความถี่ปัจจุบันและ Bluetooth 4.2 ที่เรียกได้ว่าไม่รู้จะเอามากกว่านี้ไปทำไมในปัจจุบัน และมาพร้อมกับแอนดรอยด์ 8.0 Oreo ล่าสุดใหม่อบจากเตาเลยทีเดียว ส่วนกล้องนั้นก็ไม่ใช่ธรรมดา ให้กล้องคู่ความละเอียด 13 MP + 2 MP มาเป็นกล้องหลัง และกล้องหน้าที่ 5 MP  ให้เซลฟี่กันได้แบบยาวๆ ไป

ส่วนจุดขายก็ต้องวกกลับมาพูดกันอีกที ไม่พูดไม่ได้หรอกกับแบตระดับหมื่น 10,000 mAh นี้ที่ไม่ใช่แค่ใหญ่และทน แต่ยังเร็วอีกด้วย (ชาร์จเร็ว อย่าคิดมาก) ที่ 9V/2A เลยทีเดียว เรียกได้ว่า ถ้าไม่หนักหนาจริงๆ แบตก็คงไม่มีวันหมดแน่ๆ

เราคงไม่ต้องรอกันอีกนานมากกับ Oukitel K7 มือถือแบตอึดนี้ เนื่องจากมีข่าวถึงราคาเปิดตัวมาแล้วที่ 180 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็คงไม่เกินเจ็ดพันแน่นอน เรียกได้ว่าราคานี้ สเป็คนี้ ถ้าไม่กล่าวว่า “คุ้ม” ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไรแล้ว ขอให้ติดตามเว็ปของเราให้ดีๆ หากใครฝันอยากเป็นเจ้าของ รอฟังข่าวดีได้เลย

ดู Official Oukitel

ไป ช้อปปิ้ง


ล่าสุด

หา