ดูตัวอย่าง – ChinaPhoneThai

Category Archives: ดูตัวอย่าง

  • -

Oukitel K8 หมัดเด็ดต่อเนื่อง ครบเครื่องเรื่องแบต

หลังจากที่ Oukitel ออกรุ่น K7 ขึ้นมาที่เรียกได้ว่าแบตเยอะมากเป็นอันดับต้นๆ ของวงการมือถือเลยที่ 10,000 mAh และยังมีอีกหลายรุ่นในตระกูล K นี้ที่แบตอึดถึกทน ทาง Oukitel ก็ได้ออกรุ่นที่เรียกได้ว่าเบาลงมานิดหน่อย แต่ว่าก็ยังถือว่าถึกทนมากเมื่อเทียบกับเหล่ามือถือเจ้าตลาดในปัจจุบัน

เรามาดูกันว่านอกจากแบตที่เป็นจุดขายที่ 5,000 mAh แล้ว เจ้า Oukitel K8 นี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจกันอีกบ้าง เริ่มกันที่สมองกลภายในนั้น  K8 เลือกใช้ชิป MTK6750T แปดคอร์ แรม 4GB รอม 64 GB ที่เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานสำหรับมือถือระดับกลางๆ ในปัจจุบัน และยังสามารถเพิ่ม MicroSD ได้เพิ่มอีกถึง 256 GB หายห่วงเรื่องเก็บรูป เก็บเพลง เก็บคลิป ถ่ายกันจนเพลินไปเลย ส่วนสายเกมก็ไม่ต้องห่วงกับชิปประมวลผลกราฟิคจาก Mali0T860 MP2 520MHz  ที่ถือว่าพี่ K8 เขาไม่ได้มาเล่นๆ หรือมีดีแค่แบต แต่การประมวลผลก็ยังสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ด้านส่วนแสดงผลนั้น เรียกได้ว่า จัดมาไม่เบาเช่นเดียวกันโดย จอของ K8 นั้นมีขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 แบบจอยาวนั่นเอง และความละเอียดระดับ FullHD+ ที่ 2160×1080 และใช้กระจกจาก Asahi ประเทศญี่ปุ่น และให้สีที่เต็มอิ่มด้วยเทคโนโลยี AUO LCD ที่นอกจากจะมีสีที่สดใสแล้ว ยังสามารถมองจอได้ในมุมที่กว้างอีกด้วย ขนาดจอ 6 นิ้วนี้แม้หลายคนอาจจะคิดว่ามันจะเทอะทะมือไหม แต่ก็ขอบอกว่าเนื้อที่จอต่อขนาดเครื่องอยู่ที่ 82.4% ซึ่งทำให้ยัดจอขนาดนี้ลงไปในเครื่องที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงได้แค่ 5.5 นิ้วเท่านั้นได้

นอกจากจอแล้ว กล้องก็ถือว่าสำคัญเอามากๆ ทาง Oukitel ไม่ได้เลือกเอากล้องโนเนมมาใส่ในเครื่อง แต่ว่าใช้เซนเซอร์ของดีระดับ SONY IMX135 13 ล้านพิกเซลและกล้องคู่ตัวที่สองที่ 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าที่ 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Face Beauty ทำให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้สวยได้ในหลากหลายสถานการณ์ เครื่องจะคิดและกำหนดค่าที่เหมาะสมออกมาให้เอง

ด้านความปลอดภัยนั้น K8 ก็ไม่น้อยหน้าใครด้วยการใช้ Face ID ร่วมกับลายนิ้วมือได้ ทำให้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่คุณเก็บไว้ได้ และปลดล็อคจอได้ ไร้กังวลเรื่องการแอบดูมือถือ

การออกแบบของ K8 ก็ถือว่าแข็งแรง มีการออกแบบความเหลี่ยมและโค้งมนให้เข้ากระชับกับมือ กระจกด้านหน้าเป็นแบบโค้งเล็กน้อยแบบ 2.5D ส่วนโครงสร้างเครื่องทำจากอะลูมิเนียม CNC และมีการเคลือบ UV เซลลูลอยด์ที่ทำให้ฝาหลังนั้นเป็นรอยเลอะจากลายนิ้วมือและความมันต่างๆ ได้ยากและดูหรูหราแบบโลหะได้อีกด้วย

ส่วนภายในก็ใช้ Android 8.0 ล่าสุดที่ทำให้การใช้งานนั้นเปี่ยมประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน และ “ลื่น” อีกด้วย ไม่ต้องทนกับแอนดรอยด์รุ่นเก่าๆ อีกต่อไป

ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ถ้าหากคุณจะหามือถือแบตอึด ใช้ได้ทั้งวัน ไม่ใช่ทุ่มนึงจะออกไปเที่ยว ไปหาของกินต่อ กำลังจะหาที่เที่ยว ที่กิน แบตก็ดันหมดเสียก่อน มันน่าอารมณ์เสียจริงๆ ที่ต้องมาชาร์จ หรือพกแบตสำรองไปกับตัวเอง แล้วก็ต้องชาร์จแบตสำรองอีก หยุดความลำบากไว้ได้ด้วยเจ้า Oukitel K8 ตัวนี้ ในราคาที่เรียกได้ว่าเลยครึ่งหมื่นมานิดเดียว พร้อมบริการส่งถึงหน้าบ้านคุณจากทางเราได้ เพียกส่งข้อความมาที่เฟซบุ๊คของเรา ChinaphoneThaiได้เลย

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Umidigi z2 pro กลับมาทวงบัลลังก์ความคุ้มค่าอีกครั้ง เสียตังค์ต้องได้เต็ม

Umidigi นั้นเป็นผู้ผลิตมือถือจากจีนที่มีมาตรฐานมายาวนาน ลบคำสบประมาทที่คนไทยมักจะชอบพูดเหยียดๆ ว่า “มือถือจีนแดง” ได้หมดไปเลยกับเจ้านี้

Umidigi z2 pro ก็เป็นอีกหนึ่งเรือธงของค่ายที่เรียกได้ว่าอยู่ในไม่น้อยหน้าเจ้าอื่นในวงการมือถือในสมัยนี้เลยที่ทั้งเสป็คจัดเต็ม สวย ครบ ไม่ต้องไปหาที่อื่นเลย! ความประทับใจแรกของเราอยู่ที่ความสวยงามของฝาหลังแบบสีเหลือบไล่สีแบบเซรามิค สวยแบบไม่อยากละสายตาเลยทีเดียว!

ความประทับใจที่สองของเราคือ หน้าจอแบบที่แม้ใครหลายคนอาจยี้เพราะติ่งกล้องหน้า แต่เจ้า umidigi z2 pro นี่ทำได้ไม่เลวเลย ลงตัว สัดส่วนหน้าจอที่ 19:9 ระดับ Full HD 1080×2246 เต็มจอ เต็มมือ สัดส่วนหน้าจอต่อเครื่องอยู่ที่ 90% เลยทีเดียวที่ทำให้หน้าจอ 6.2 นิ้วนั้นไม่ใหญ่จนเกินมือจนเกินไป กำลังดี

Z2 Pro@GearBest

นอกจากภายนอกแล้ว ภายในก็เปี่ยมขุมพลังด้วย Mediatek Helio P60 ที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของทางค่าย ที่ทั้งเร็วและประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน และยังมีฟังก์ชั่น AI อีกด้วย

สำหรับแรมนั้นให้มาเต็มเหนี่ยวที่ 6 GB LPDDR4x รอมก็ไม่หวงที่ 128 GB ที่ถ้าไม่พอก็ยังเพิ่มได้อีก 256 GB ผ่านการ์ดได้ GPU ARM Mali-G72 MP3 800 MHz ที่เพิ่มพลังโดยรวมของหน่วยประมวลผลของเจ้า umidigi z2 pro นี้มากกว่าเดิมถึง 70% เลยทีเดียว

มาถึงกล้องที่มากันเต็มเหนี่ยวที่ 4 กล้องหน้าสองหลังสอง กล้องหลังที่ 16+8 MP f/1.7 ที่ถ่ายภาพได้สวยมากทั้งหน้าและหลังและมาพร้อมระบบ AI ให้สวยทุกสภาพภาพสภาพแสงได้เลยทีเดียว

ระบบการเชื่อมต่อนั้น “หายห่วง” มีระบบชาร์จเร็วที่เร็วที่สุดในโลก รองรับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ทั้งโลก และยังเป็น 2 ซิมอีกด้วย ถือว่าเหมาะมากๆ ในการนำไปใช้ต่างประเทศ นักธุรกิจ นักเดินทางที่ต้องเดินทางหลายประเทศนี่เหมาะเอามากๆ เลย นอกจากนี้ยังมี NFC ใช้จ่ายเงิน แตะแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมากๆ

ระบบปฏิบัติการภายในเรียกได้ว่า “ใหม่จนเจ้าใหญ่ๆ อาย” โดย z2 pro มาพร้อม Stock Android 8.1 ไหลลื่น และได้รับประสบการณ์แอนดรอยด์แบบที่กูเกิลอยากให้เป็นเลยทีเดียว

สำหรับความปลอดภัยนั้นก็สามารถปลดล็อคหน้าจอได้จากการสแกนใบหน้าแบบเดียวกับเจ้าตลาดมือถือเจ้าใหญ่ๆ ที่เรียกได้ว่าสะดวก ใช้ได้ในที่มืด ที่สว่าง นอกอาคาร ในอาคาร ได้หมด

นี่แค่ส่วนเดียวนะ ยังจัดเต็มขนาดนี้ ราคาก็ถือว่า ถ้าเทียบกับเรือธงเจ้าใหญ่แล้ว น้อยกว่ากันแบบมากกว่าครึ่งต่อครึ่งอีก อยากรู้เพิ่มเติมว่าสเป็คอื่นๆ เป็นอย่างไร ชาร์จจะเร็วแค่ไหน ภาพถ่ายกล้องหลังกล้องหน้า หรือว่าราคาเท่าไหร่ สอบถามกันเข้ามาได้เลย ผ่านข้อความ fb เราจะรีบติดต่อกลับไปให้คำตอบกับคุณเอง

Z2 Pro@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Teclast F5 แลปทอปหมุนได้ 360° จอสัมผัส งานดี ราคาดิ่ง

ของแพงมักจะดี แน่นอนคำนี้เป็นจริงแน่นอน แต่ว่าก็มีคำว่า “มักจะ” แสดงว่า ของถูกและดีนั้นมีอยู่จริงในโลก แบบเจ้า Teclast F5 ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้

Teclast F5 นั้นเหมาะเอามากๆ สำหรับผู้ที่ต้องการโน๊ตบุ๊กแลปทอปเครื่องเล็กๆ เอาไว้ใช้งานดูหนังฟังเพลง เล่นเน็ต พิมพ์งานทั่วไป เฟซบุ๊ค youtube แช็ทต่างๆ ถือว่าทำได้อย่างไม่มีที่ติไม่มีข้อกังขากันเลยทีเดียวกับหน้าจอขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวกที่ 11.6 นิ้ว และที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าหากคุณต้องการจะเสพการดูหนังหรือว่านำเสนองานผ่านจอภาพแลปทอปตั้งโต๊ะนั้น เจ้า Teclast นี้ก็ทำให้เป็นเรื่องง่ายด้วยการพับได้ 360 องศา แปลงร่างจากโน๊ตบุ๊กธรรมดาตั้งกับโต๊ะ ตั้งกับตักของเรา พับให้กลายเป็นเต๊นท์เพื่อดูหนังได้ พับให้จออยู่ด้านบนเพื่อนำเสนอก็เข้าที หรือแม้แต่กลายเป็นแท็บเล็ตก็ทำได้เนื่องจากเจ้า Teclast F5 นี้มีจอระบบสัมผัสนั่นเอง!

Teclast F5@Gearbest

สำหรับสเป็คด้านในนั้นเรียกได้ว่า “จัดเต็ม” สำหรับราคานี้เลยทีเดียวอย่างซีพียูก็ใช้งาน Intel Celeron N4100 ที่เรียกได้ว่าเป็นซีพียูใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกในปีนี้ แรมขนาด 8 GB DDR4 ที่เรียกว่าหายห่วงเวลาเปิดแท็บในเบราเซอร์หลายๆ แท็บ หรือหน่วยความจำฮาร์ดดิสก์ที่ 128 GB SSD ที่เหลือเฟือเอามากๆ สำหรับคนทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลงทั่วไปและการที่เป็น SSD นั้นก็ทำให้โหลดไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาดูได้อย่างรวดเร็วมากๆ อีกด้วย

จากการที่เจ้า Teclast F5 นั้นมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ทำให้สามารถใช้งานโปรแกรมที่ใหม่ล่าสุดต่างๆ ได้มากมาย ไม่จำกัดเฉพาะโปรแกรมจากสโตร์ของ Microsoft ทำให้เรามองว่าโน๊ตบุ๊กแล็ปทอปเครื่องนี้นั้นมีความรุ้มค่าเอามากๆ และยังสามารถใช้กับปากกาแอคทีฟสไตลัสเขียนงานได้โดยตรงกับจอภาพอีกด้วย สายกราฟฟิค วาดรูปก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเมาส์ปากกาใหม่มาใช้อีก

หน้าจอ 11.6 นิ้วของเจ้า F5 นี้ถือว่าขนาดกำลังดี เพราะว่าสามารถใช้เป็นแท็ปเลตได้ด้วย หากใหญ่เกินไปเกรงจะใช้งานไม่สะดวก นอกจากนี้ยังแสดงผลระดับ Full HD 1980×1080 พิกเซล แบบหน้าจอ IPS ที่ให้ความสว่างและความเปรียบต่างของสีที่ดีมาก กับโน๊ตบุ๊คเจ้าตลาด ราคานี้หาแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ และการแสดงผลกราฟิคจาก Intel ในรุ่นที่ 9 ล่าสุดก็พร้อมใช้งานในเจ้า Teclast F5 นี้อีกด้วย

การเชื่อมต่อนั้นก็เป็นแบบทันสมัยที่สุดโดยมี USB 3.1 type C, wifi ac, bluetooth 4.2 และหูฟัง 3.5 mm อีกด้วย และที่สำคัญยังมีระบบ Quickcharge อีกด้วย หรือหากใช้งานภายนอกก็ใช้ได้ถึง 5 ชั่วโมง ดูหนังได้ถึงสองเรื่องเลยทีเดียว ส่วนใครที่คิดว่าจะพกสะดวกไหม ขอบอกว่าด้วยขนาดไซส์นี้แล้วเล็กประมาณ A4 บางแค่ 13 มิล หนักไม่ถึงโลฯ เรียกได้ว่าคุณผูัหญิงเอาใส่กระเป๋าถือไปยังได้เลย

จากความคุ้มที่กล่าวมานั้นขอบอกว่าราคาไม่ได้แรงอย่างที่คิด หากสนใจจะสั่งซื้อ ขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีปัญหาอยากสอบอะไร สามารถเชิญสอบถามเราได้ทันทีที่ข้อความเฟซบุ๊คได้เลย เราพร้อมตอบคำถามของคุณทันที

Teclast F5@Gearbest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

IP68 Vernee V2 Pro ครบครัน กันน้ำ 4 กล้อง มองแล้วครบในราคาน่าคบ

Vernee V2 Pro นั้นเป็นมือถือใหม่จาก Vernee ที่เรียกได้ว่ามีจุดเด่นที่ความถึก กันน้ำได้ระดับ IP68 หรือแช่น้ำลึก 1.5 เมตรได้ถึง 30 นาทีโดยที่ไม่เป็นไรเลยทีเดียว และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบครันแบบที่มือถือระดับกลางค่อนไปทางสูงควรจะมีเลยทีเดียว

เริ่มจากหน่วยประมวลผลอย่าง MediaTek Helio P23 หรือ MT6763V ที่ประกอบด้วยชิปถึงแปดตัวคือ 4×2.0GHz Cortex-A53 + 4×1.5GHz Cortex-A53 ที่รองรับการทำงานปกติได้เป็นอย่างดีและยังประหยัดพลังงานอีกด้วย และเมื่อเราไปดูที่แบตเตอรี่ขนาด 5,800 mAh นั้นก็ถือว่า stand by เตรียมพร้อมอยู่ได้นานกว่าหนึ่งวันแน่ๆ หรืออาจจะหลายวันอีกด้วย สำหรับผู้ที่ชอบเล่นเกม ARM Mali-G71 MP2, 700MHz, สองคอร์ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่เท่าไหร่นัก

แรม 6 GB รอม 64 GB ที่ให้มานั้นถือว่าเกินความเป็นมือถือระดับกลางไปแล้ว เรือธงใหม่ๆ บางรุ่นยังไม่กล้าให้ได้เท่านี้เลย และยังสามารถเพิ่ม micro SD card ได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องกล้องนั้นถือว่าหายห่วงโดยมีถึง 4 ตัวด้วยกันโดยกล้องหลังนั้นเป็นกล้องความละเอียด 13MP และ 5MP แฟลชคู่ และในกล้องหน้าก็ถือว่าไม่ธรรมดามีกล้องหน้าสองตัวพร้อมแฟลชที่มีความละเอาียดระดับ 8MP+5MP ให้การเซลฟี่นั้นมีมิติ

หน้าจอแสดงผลขนาด 5.99 นิ้ว ที่ความละเอียดระดับ 1080 x 2160 พิกเซล หรือ Full HD Plus นั้นคือสิ่งที่มีอยู่ด้วยกันในเรือธง และอัตราส่วน 18:9 นั้นก็ทำให้เราใช้งานด้านหน้าของมือถือได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกเหลือเฟือ ตามด้านล่าง โดยที่เราอยากเน้นคือแอนดรอยด์ 8.0 ใหม่ล่าสุด, FastCharge และ IP68 ที่เรียกได้ว่าแม้มือถือจะหนักนิดหน่อยแต่ถ้าแลกมาด้วยแบตขนาดนี้และความถึกกันน้ำกันฝุ่นขนาดนี้ มองยังไงก็ คุ้ม!

  • CPU – Octa-Core 4×2.0GHz Cortex-A53 + 4×1.5GHz Cortex-A53
  • Chipset – MediaTek Helio P23 MT6763V
  • GPU –  ARM Mali-G71 MP2, 700MHz, 2-Cores
  • Camera -13MP + 5MP with Dual-LED and AF Dual Rear Camera | 8MP + 5MP Dual Front Camera with LED Flash
  • Memory – RAM- 6GB | ROM 64GB External Memory Supports Up to 128GB
  • Display – Screen size 5.99 inches FHD+ Display (1080×2160 Pixels)
  • Battery – Non-Removable 5,800 mAh Lithium-Polymer
  • SIM – Dual SIM (Nano + Nano)
  • Sensors -Proximity Sensor, Accelerometer, Ambient Light, Compass, Fingerprint, Gyroscope Sensor, Hall Sensor
  • Color – Black
  • Operating System – VOS (Android 8.0 Oreo)
  • I/O Interface – 2 x Nano SIM Slot, Microphone, Speaker, TF/Micro SD Card Slot, Type-C
  • Dimensions – 156 mm x 80 mm x 11.2 mm
  • Weight – 250 Grams (With Battery)
  • More Features -Plastic and Metal Body Design, LTE Cat 7 300 Mbps Download, 100 Mbps Upload, HSPA+, EV-DO Rev.A (1.8 Mbps Upload, 3.1 Mbps Download), OTG Support, Computer Sync, OTA Sync, Tethering, VoLTE Support, ViLTE Support, Smart Fingerprint Sensor, IP68 Waterproof, MediaTek Pump Express 3.0 Fast Charging Technology, Reversible Connector.

ดู Vernee V2@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

OnePlus 6 ชื่อที่คุ้น และคุ้มสุดขีด

กลับมาอีกครั้งกับ Flagship Killer ที่เปิดตัวทีไรก็ตกตะลึงทุกครั้งกับยี่ห้อ OnePlus กับ OnePlus 6 ที่ทุกครั้งที่ OnePlus เปิดตัวมือถือใหม่ มันจะเต็มไปด้วยคุณสมบัติระดับเรือธงใหญ่ๆ เหมือนกับ (หรือบางอย่างนั้นดีกว่า) มือถือเรือธงเจ้าดังๆ ของโลก แต่ราคาที่ย่อมเยาว์เอื้อมถึงได้มากกว่า รวมทั้งยังมี Oxygen OS ที่เป็นตัวครอบ Android Oreo รุ่นล่าสุดและมีการอัปเดตอย่างรวดเร็วอีกด้วย ส่วนจะคุ้มขนาดไหนเราต้องไปดูกัน

จากรูปร่างภายนอกที่ทันสมัยตามสมัยนิยมด้วยการมี “ติ่ง” จอเหมือนมือถือค่ายแอปเปิลรุ่นเรือธง ทาง OnePlus ก็ทำออกมาได้อย่างลงตัว ไม่เป็นแถบกว้างมากนักอยู่บนหน้าจอขนาดเต็มเครื่อง 6.28 นิ้วแบบ Optic AMOLED ที่เรียกว่า Full Optic Screen สีสันสดตามแบบ AMOLED แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ในภายหลัง และมีความละเอียดขนาด Full HD+ 2280 x 1080 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9 โดยถือว่าขนาดจอใหญ่มากขึ้นจากรุ่นเก่าในขนาดเครื่องเท่าๆ เดิม ส่วนทางด้านหลังก็ใช้กระจก Gorilla Glass 5 รุ่นล่าสุดที่ทำให้ทั้งแกร่งและสวยงามจริงๆ

หน่วยประมวลผลด้านในนั้นใช้ Snapdragon 845 ระดับที่เรียกได้ว่าสูงสุดของโลกชิปเซ็ตในปัจจุบันแล้วร่วมกับเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง  RAM LPDDR4X และ ROM ที่เป็น UFS2.1 จัดว่าอะไรใหม่ล่าสุดในโลกมือถือ ก็รวมอยู่ที่นี่แล้ว

OXYGEN OS 5.1 ที่ครอบอยู่ภายในนั้นก็ถือว่าทาง OnePlus ทำการบ้านมาได้ดี โดยได้พัฒนา ROM นี้ที่ครอบลงบนระบบแอนดรอยด์และชิปเซ็ตอย่างลงตัว เสถียรและรวดเร็ว และยังรองรับผู้ที่ชอบเล่นเกมด้วยการมี Gaming mode ที่จะช่วยส่งพลังทั้งหมดไปยังการเล่นเกมโดยเฉพาะอีกด้วย

มาถึงเรื่องกล้อง กล้องหลังของ OnePlus 6 มาพร้อมกล้องคู่ โดยกล้องตัวแรกนั้นมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนตัวรองความละเอียด 20MP รูรับแสงทั้ง 2 ตัวเท่าๆ กันที่ f/1.7 และเซนเซอร์ขนาดใหญ่ ถึง1.2 ไมครอน เพื่อเก็บแสงและสีได้ดีขึ้น และลด Noise ในการถ่ายรปในที่ๆ มีแสงน้อย และยังมีโหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอ Bokeh และ ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงและสโลว์โมชั่นได้ 240 fps อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นกล้องที่ดีลำดับต้นๆ ของโลกมือถือเลยทีเดียว

นอกนั้นคุณสมบัติที่น่าสนใจก็เช่น Dash Charge, Bluetooth 5.0, มีสารกันน้ำ, ฯลฯ โดยสเป็คอื่นๆ โดยรวมนั้นเป็นไปตามด้านล่างนี้

  • ระบบ : Android 8.1 Oreo ครอบด้วย OXYGEN OS 5.1
  • หน้าจอ : Full Optic AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2280 x 1080) อัตรส่วน 19:9
  • CPU : Qualcomm Snapdragon 845
  • GPU: Adreno 630
  • RAM : 6GB / 8GB LDDPR4X
  • ความจุ : 64GB/ 128GB / 256GB  UFS 2.1
  • กล้องหลังคู่ : 16MP f/1.7 Sony IMX519 และ 20MP f/1.7 Sony IMX376K  ระบบกันสั่น OIS + EIS
  • กล้องหน้า : 16MP f/2.0 Sony IMX371
  • ความปลอดภัย: สแกนนิ้วมือด้านหลัง 0.2 วินาที และรองรับการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า 0.4 วินาที
  • แบตเตอรี่ : 3,300 mAh + ชาร์จเร็ว Dash Charge
  • การเชื่อมต่อ : 4×4 MIMO Cat.16/13 4CA, NFC, Bluetooth 5.0, USB C, ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ขนาด : 155.7×75.4×7.75 มม.
  • น้ำหนัก 177 กรัม
  • เคลือบสารนาโนกันน้ำ

สำหรับราคาในไทยนั้นก็ถือว่าน่าสนใจมากและเพิ่มจากรุ่นที่แล้วอย่าง OnePlus 5T เล็กน้อย โดยมีสามสีให้เลือก ได้แก่ Mirror Black/ Midnight Black/ Silk White โดยจะเริ่มทยอยเปิดขายในแต่ละสีเร็วๆ นี้

ดู OnePlus 6@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Vkworld VK7000 อีกหนึ่ง rugged phone IP68 ที่น่าจับตา

หากพูดถึงมือถือสะเทินน้ำสะเทินบก หรือ rugged phone เราอาจจะพอรู้จักกันมากขึ้นเพราะในช่วงหลังทางแบรนด์จีนทั้งหลายกลับมาให้ความสำคัญและมุ่งเน้นพัฒนากันต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ไหนจะงัดอะไรเด็ดๆของrugged phone ออกมาได้ตรงใจผู้บริโภคอย่างเราๆเพราะในตลาดมือถือ rugged phone นั้นเริ่มมีการแข่งขันกันสูงมากในตอนนี้

อีกหนึ่งโมเดลที่เราคิดว่าไม่ควรพลาดสำหรับใครที่ชอบมือถือสไตร์นี้อยู่แล้วหรือแม้แต่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากลองมือถือประเภทนี้ดูบ้างแต่ยังไม่กล้าที่จะลงทุนซื้อมันในราคาที่แพงเพราะแน่นอนที่ผ่านมามือถือประเภทนี้มีราคาที่สูงพอดูอันเนื่องด้วยคุณภาพและสเปคที่ใส่เข้าไป Rugged phone ที่ว่านี้คือ VKWORLD Vk7000

Vk7000 จุดเด่นของโมเดลนี้ก็คือการตอบโจทย์ของผู้ใช้ที่ใส่ฟั่งชั่นและอัปกรณ์ต่างๆมากมายมาให้ครบเซ็ทในตัวโดยที่เอาแบบอย่างของโมลเดลrugged phone ต่างๆมาปรับปรับใช้ให้ลงตัวกัยในแบบของตัวเองและโดนใจผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะราคาที่ทั้งผู้ที่ชื่นชอบอยู่แล้วหรือผู้ที่อยากลองยากที่จะปฏิเสธ ด้วยราคาที่ไม่ถึง5000บาท กับสเปคที่มาพร้อมกับ แรม4/64gb และอุปกรณ์ที่แถมมาในตัวแบบ..ฟรี..(ขอย้ำว่าฟรีอาจซื้อในช่วงpresale) ยกตัวอย่างเช่น wireless charger ที่รองรับกับโมเดลนี้ด้วย เคสลอยน้ำที่ว่าหากใส่เคสที่แถมมาเข้าไปมือถือก็จะสามารถลอยน้ำได้ถือเป็นของแถมที่สุดคูลมากๆเพราะการลอยน้ำได้นี้จะมีมาในrugged phone ที่ราคาเหยียบหมื่นเท่านั้น

และที่สำคัญที่สุดในความที่เป็นอินเตอร์ของแบรนด์เห็นได้ถึงความพัฒนาที่จะก้าวให้ทันกับแบรนด์ดังๆของแบรนด์ไต่เต้าด้วยกันก็คือการได้รับการการันตีจาก google cerfity นั่นเองเป็นการให้การการันตีไปในตัวว่าgoogleได้รับรองว่ามือถือโมเดลนี้จะได้มีการอัพเดทอะไรหลายๆอย่างที่googleมีทั้งในอนาคตและปัจจุบันนั่นเอง

เอาหละมีอะไรอีกมากมายที่ยังมีความน่าสนใจสำหรับเจ้าVk7000นี้อีกมากในเบื้องต้นเราขอฝากเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อนในลำดับต่อไปเราจะหาส่วนที่เหลือมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังในลำดับต่อไป

ทางการ Vkworld

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Sony IMX363 รีวิว Zenfone 5 ZE620KL Asus Flagship ให้คุณได้ใกล้iPhone X ด้วยราคาที่ต่ำกว่าครึ่ง

Zenfone แบรนด์ที่ทุกคนมักมองข้ามและเชื่อเหลือเกินว่ามีกลุ่มน้อยมากที่จะติดตามแบรนด์นี้ แต่คนที่เข้ามาได้ลองจะรู้เห็นถึงคุณภาพและข้อดีหลายๆอย่าง ตัวอย่างเช่นโมเดลนี้ Zenfone 5 ZE620KL

เคาะspecทั้งหมด

System

  • Android Oreo 8.1

Storage

  • eMCP 64GB
  • MicroSD card (up to 2TB)
  • 100GB free space (1 year) Google Drive

Display

  • 6.2-inch Full HD+ (2246 by 1080) Super IPS+ display
    90% screen-to-body ratio
  • 550nits brightness
  • 96% NTSC color gamut, supports DCI-P3
  • Corning® Gorilla® Glass for best screen protection
  • Capacitive touch panel with 10 points multi-touch (supports glove touch)

Processor

  • CPU:Qualcomm® Snapdragon™ 636 Mobile Platform with 14nm, 64-bit Octa-core Processor with AI BoostFinFET LPP (Low Power Plus) powersaving technology
  • GPU:Qualcomm® Adreno™ 509

Cameras

  • 5x light sensitivity low light photos (compared with a typical camera with 16MP, F1.7 & 1.12µm pixel size)
  • Sony flagship IMX363 12MP dual pixel image sensor – 1/2.55″ large sensor size, 1.4µm large pixel size
  • F1.8 aperture, 24mm equivalent focal length in 35mm film camera, 83° field of view
  • 0.03 seconds phase-detection autofocus (PDAF)
  • 4-axis, 4 stops optical image stabilization (OIS)
  • Pro (RAW file support / up to 32 seconds long exposure), Super Resolution (48MP), GIF Animation, Panorama, Time Lapse (with power saving mode)
  • Wide-angle camera #2: 120° (200% wider than normal) wide-angle camera200% wider view for more friends and scenery in the frame
  • Front camera: 8MP 84° field of view F2.0 aperture 24mm equivalent focal length in 35mm film camera
  • 4K UHD (3840 by 2160) video at 30 fps for main rear camera
  • 1080p FHD video recording at 30 / 60 fps, 720p HD video recording at 30 fps
  • 3-axis electronic image stabilization (OIS) for rear cameras
  • Slow Motion video (1080p at 120 fps / 720p at 240 fps)

Audio

  • Speaker: DUAL 5-magnet speaker with dual NXP Smart AMP for louder, deeper and less distorted sound effect
  • Hi-Res audio 192kHz/24-bit standard that is 4 times better than CD quality
  • DTS (Digital Theater System) Headphone:X™ 7.1 virtual surround sound for headphone support
  • Dual internal microphones with ASUS Noise Reduction Technology

Sensor / SIM / WiFi

  • FM radio, WLAN 802.11 a/b/g/n/ac 2.4 & 5GHz, Bluetooth 5.0, NFC
  • Slot 1: 2G/3G/4G Nano SIM Card
  • Slot 2: 2G/3G/4G Nano SIM Card, or the microSD card (supports up to 2TB) at a time
  • LTE Cat13 UL up to 150Mbps / Cat12 DL up to 600Mbps
  • DC-HSPA+: UL 5.76 / DL 42Mbps
  • Rear fingerprint sensor (0.3 seconds unlock, supports 5 fingerprints), Face recognition, Accelerator, E-Compass, Gyroscope, Proximity sensor, Ambient light sensor, RGB sensor

Battery

  • 3300mAh with fast charging
  • 38 minutes charge to 60% capacity
  • Up to 17 hours Wi-Fi web browsing
  • Charging: 5V 2A 10W, supports up to 18W adapter
    [collapse]

Zenfone 5 ZE620KL มากลับ CPU Snapdragon 636 ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆด้วยซ้ำไปที่มากับcpuตัวนี้ และที่สำคัญที่เป็นจัดเด่น ของโมเดลตัวนี้นอกจากสเปคที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าสำหรับใครที่รักการถ่ายภาพ ในโมเดลตัวนี้ไม่ทำให้คุณได้ผิดหวังแน่นอน sensor Sony IMX363 ที่การันตีความสวยงามของภาพ..ไม่ว่าคุณจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมือโปรหากได้จับโมเดลนี้บอกได้เลยว่าคุณต้องติดใจแน่นอน เสริมกับเลนส์มุมกว้าง 120°ที่จะเพิ่มมุมมองได้กว้างขึ้นในการถ่ายภาพ ซึ่งคุณจะได้ภาพในมุมมองใหม่ๆที่คุณหาไม่ได้จากมือถือในเลนส์มุมปกติ

ในช่วงสัปดาห์นี้ Zenfone 5 ZE620KL ข่าวดีในช่วงโปรโมชั่น ได้ลดราคาให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น สามารถติดต่อสอบถามเราได้เลยหากคุณสนใจ กับโมเดลนี้ในสเปคที่ไม่ต่างกับiPhone X ด้วยราคาที่ต่ำกว่าครึ่ง อย่าช้ารีบติดต่อเราได้ทุกเวลา จนถึง31พ.ค61นี้เท่านั้น

ดู รีวิว Zenfone 5 ZE620KL ทั้งหมด

ดู ZE620KL@GearBest.com

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ทั้งราคาประหยัด Redmi Note 5 และเรือธง Mi Mix 2S

สายมือถือของแรง สเป็คดี ราคาถูกและมีมาตรฐาน ต้องมียื่ห้อ Xiaomi อยู่ในดวงใจมาตลอดแน่นอน และเมื่อเร็วๆ นี้ทาง Xiaomi ก็ได้เปิดตัวมือถือสองรุ่น สองตลาด ได้แก่ มือถือระดับกลางที่เรียนกได้ว่าท็อปของรุ่นกลางแล้วนั่นคือ Redmi Note 5  และอีกรุ่นที่เป็นที่จับตามองของทั้งโลกนั่นคือ Mi Mix 2S  ตัวท็อปขอบบางเฉียบ งานดีไซน์ช็อคโลกมาตั้งแต่รุ่นแรกที่ทำเอาหลายๆ เจ้าต้องหันมาทำมือถือขอบบางไปตามๆ กัน ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ทาง Mi ประเทศไทยก็ได้วางแผนเปิดราคา พร้อมให้จองในเมืองไทยแล้ว

โดยหากจะเริ่มกันที่ตัว Redmi Note 5 นั้น ก็ขอบอกเลยว่าสเป็คที่จัดมานั้นเมื่อลงมาในราคานี้ ในมาตรฐานของ Xiaomi แล้ว ในช่วงราคาเดียวกันหาคู่แข่งยาก โดยทาง Mi นั้นจัดมาให้ดังนี้

  • หน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+  (2160 x 1080) อัตราส่วน 18:9
  • CPU : Snapdragon 636
  • GPU : Adreno 509
  • RAM : 3GB / 4GB
  • ความจุ : 32GB / 64GB รองรับ MicroSD Card ถึง 256GB
  • กล้องหลังคู่ : 12MP (f/1.9) + 5MP (f/2.0), แฟลช Dual-LED
  • กล้องหน้า : 13MP LED Selfie + Beautify 4.0
  • วิทยุ FM
  • IR Blaster
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
  • ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • เซ็นเซอร์ :  accelerometer, gyro, proximity, compass
  • การเชื่อมต่อ :  Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0, MicroUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ : 4,000 mAh รองรับ Fast Charge 5V / 2A
  • ระบบ Android 8.1 ครอบด้วย MIUI 9.5

ซึ่งถือว่าครบมากๆ ในมือถือ CPU ระดับกลางนี้ แค่ยังเป็น micro USB เท่านั้นเองโดยเปิดราคามาในไทยทั้งหมดสองรุ่น พร้อมโปรอีกต่างหาก ดังต่อไปนี้

ซื้อ Xiaomi Note 5

และหากจะข้ามไปดูรุ่นใหญ่ Mi Mix 2S นั้นก็มีสเป็คที่เรียกว่าชนกับเรือธงทุกค่ายตอนนี้ได้เลย

  • หน้าจอ LCD ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2160)
  • CPU : Snapdragon 845
  • GPU : Adreno 630
  • RAM : 6GB/8GB
  • ความจุ : 64GB/128GB
  • กล้องหลังคู่ : 12MP (f/1.8) + 12MP (f/2.4) IMX363, ซูมออพติคอล 2 เท่า
  • กล้องหน้า : 5MP (f/2.0)
  • ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. (พร้อมมีอแดปเตอร์ USB-C เป็น 3.5 มม.ในกล่อง)
  • เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือด้านหลัง
  • เซ็นเซอร์ : accelerometer, gyro, proximity, compass
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, BT 5.0, USB-C 2.0
  • แบตเตอรี่ : 3,400 mAh รองรับ QC 3.0 และชาร์จไร้สาย
  • ระบบ Android 8.0 ครอบ MIUI 9.5

และจากที่เคยมีการทดสอบกล้องของ Mi Mix 2 นั้นก็บอกได้เลยว่าพัฒนาจาก Xiaomi ที่เคยมีชื่อเรื่องกล้องไม่ค่อยดีนั้น พัฒนาไปมากท้าชนเรือธงปีนี้ได้ทุกเครื่องเลยทีเดียว


หากใครพร้อมจะมีเครื่องสเป็คแรง ราคาสบายมือไว้เป็นเจ้าของก็บอกได้เลยว่าสองรุ่นนี้คือตัวเด่นในตลาดราคาของแต่ละรุ่นเลยทีเดียว

ซื้อ Xiaomi Mix 2S

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

แบตเล็ก Oukitel K7 ไม่ แบตหมื่น ต้องมาแล้ว

หากจะพูดถึงชื่อเสียงของ Oukitel หลายคนคงประทับใจยื่ห้อมือถือจีนนี้จากขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่โตเกินหน้าเกินตายี่ห้อจากฝั่งอเมริกาหรือเกาหลีแน่นอน โดย Oukital K7 ที่เราจะแนะนำในวันนี้

ดู Official Oukitel

นั้นก็เช่นกัน โดยแบตเตอรี่นั้นเป็นจุดขายหลักที่ 10,000 mAh เลยทีเดียว

โดยทาง Oukitel นั้นเพิ่งจะเปิดตัววิดีโอพรีวิวเจ้า K7 ตัวนี้ไปเร็วๆ นี้รวมถึงสเป็คของมือถือตัวนี้ด้วย โดยจากรูปร่างภายนอกที่เป็นโลหะ และฝาหลังเป็นพื้นผิวแบบหนังนั้นบอกได้เลยว่าไม่ซ้ำกับการออกแบบมือถือในสมัยนี้เลย (แต่เหมือนกับเรโทร เอามือถือยุคก่อนสมาร์ทโฟนมาทำใหม่มากกว่า) และยังดูหรูหราอีกด้วย

และที่สะดุดตาทางด้านหน้าก็คือหน้าจอขนาด 6 นิ้วแบบสมัยนิยมสัดส่วน 18:9 ที่ความละเอียดระดับ Full HD 2160 x 1080 พิกเซล ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และขอบที่เรียกได้ว่าถึงไม่บางมากแต่ก็ไม่ได้ดูหนาแบบสมาร์ทโฟน 16:9 หรอก และตอนนี้ที่เปิดตัวมาก็มีแต่สีดำเท่านั้น โดยมีมิติกว้างยาวหนาอยู่ที่ 78 x 168 x 14.5 mm ซึ่งแม้จะดูหนาแต่ก็เพราะว่าต้องให้ที่ทางกับแบตเตอรี่นั่นเอง

จากภายนอกเข้าสู่ภายในโดยเริ่มจากชิปเซ็ตจาก MediaTek MT6750T ที่ไม่ได้ขี้เหร่เลยทีเดียวมาพร้อมกับแรม 4 GB และรอม 64 GB ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอกับมาตรฐานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน โดยถ้าอยากจะเพิ่มหน่วยความจำภายนอกจาก Micro SD แล้วล่ะก็ คุณก็ต้องชั่งใจกับระบบ Dual Sim สองซิม ให้เหลือแค่ซิมเดียวเอาที่ไปใส่การ์ดแล้ว

เรื่องการเชื่อมต่อก็มีเครือข่าย 4G ปกติทั่วไปมาพร้อม Wifi ที่มาครบทุกย่านความถี่ปัจจุบันและ Bluetooth 4.2 ที่เรียกได้ว่าไม่รู้จะเอามากกว่านี้ไปทำไมในปัจจุบัน และมาพร้อมกับแอนดรอยด์ 8.0 Oreo ล่าสุดใหม่อบจากเตาเลยทีเดียว ส่วนกล้องนั้นก็ไม่ใช่ธรรมดา ให้กล้องคู่ความละเอียด 13 MP + 2 MP มาเป็นกล้องหลัง และกล้องหน้าที่ 5 MP  ให้เซลฟี่กันได้แบบยาวๆ ไป

ส่วนจุดขายก็ต้องวกกลับมาพูดกันอีกที ไม่พูดไม่ได้หรอกกับแบตระดับหมื่น 10,000 mAh นี้ที่ไม่ใช่แค่ใหญ่และทน แต่ยังเร็วอีกด้วย (ชาร์จเร็ว อย่าคิดมาก) ที่ 9V/2A เลยทีเดียว เรียกได้ว่า ถ้าไม่หนักหนาจริงๆ แบตก็คงไม่มีวันหมดแน่ๆ

เราคงไม่ต้องรอกันอีกนานมากกับ Oukitel K7 มือถือแบตอึดนี้ เนื่องจากมีข่าวถึงราคาเปิดตัวมาแล้วที่ 180 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็คงไม่เกินเจ็ดพันแน่นอน เรียกได้ว่าราคานี้ สเป็คนี้ ถ้าไม่กล่าวว่า “คุ้ม” ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไรแล้ว ขอให้ติดตามเว็ปของเราให้ดีๆ หากใครฝันอยากเป็นเจ้าของ รอฟังข่าวดีได้เลย

ดู Official Oukitel

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

UmiDigi A1 Pro มีใครให้มากกว่านี้ในราคาต่ำกว่า 4000 ได้ไหม?

UmiDigi A1 Pro นั้นถือว่าเป็นมือถือระดับต้นสำหรับผู้มีงบจำกัด แต่ว่าจากสเป็คของเจ้า UmiDigi A1 Pro นั้นเราขอบอกได้เลยว่า “ไม่ธรรมดา” ในราคาที่ต่ำกว่า 4500 นี้เรียกได้ว่า แทบจะไร้คู่แข่งเลยทีเดียวของมือถือจากแผ่นดินมังกรเครื่องนี้

ซื้อ UmiDigi A1 Pro

จากตัวเครื่องภายนอกเราจะเห็นได้ว่าหน้าจอของ UmiDigi A1 Pro นั้นเป็นแบบ 18:9 ซึ่งเป็นหน้าจอที่เป็นอัตราส่วนที่นิยมกันในโทรศัพท์ในปัจจุบัน (ที่แม้แต่บางรุ่นจากเจ้าใหญ่ๆ ยังตามไม่ทันเลย) ที่ทำให้หน้าจอขนาด 5.5″ นั้นอยู่ในบอดี้ของโทรศัทพ์ 5.0″ แบบก่อนได้เลย ส่วนความละเอียดเป็นแบบ HD+ และไม่ใช่แค่ด้านหน้าแต่ด้านหลังก็เป็นพลาสติกที่ดูดีเกินราคา และทนทานอีกด้วย

ด้านสมองกลหน่วยประมวลผลด้านในก็ใช่ย่อย โดยมีชิป SoC เป็น MediaTek M6739 พร้อมแรมขนาด 3 GB และหน่วยความจำรอมขนาด 16 GB แต่ถ้าคิดว่าแค่นี้สมัยนี้จะพอเหรอ ก็ไม่ต้องห่วงไป สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเข้าไปได้เองให้จุใจได้อีกถึง 256 GB เลยทีเดียว

กล้องนั้นถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เพราะในมือถือระดับนี้ จะมีกล้องหลังคู่นั้นก็ไม่ธรรมดาแล้ว แล้วยังเป็นกล้องคู่เซนเซอร์จาก Samsung อีกด้วยที่คุณภาพ 13 MP f/2.0 และ 5 MP ที่เรียกได้ว่าลูกเล่นตัวกล้องนั้นเหลือๆ สำหรับราคานี้เลยทีเดียว กล้องหน้าก็ให้มาอย่างไม่กั๊กกันที่ 5 MP ที่ให้ selfie กันยาวๆ ไปได้เลย

แบตเตอรี่ที่ให้มา 3150 mAh นั้นถือว่าใช้งานได้ครบวันอย่างง่ายๆ นอกจากนี้สเป็คอื่นๆ อย่างเช่นการใส่ได้ 2 ซิม 4G LTE ที่พร้อมใช้งานทั้งสองซิมคู่กันในเวลาเดียวกันได้ Bluetooth 4.0 การปลดล็อคหน้าจอด้วย FaceID ได้ และการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน USB-C แบบใหม่นั้น ก็ถือว่าถ้าคุณจะหามือถือที่จัดเต็มขนาดนี้ในช่วงราคาต่ำกว่าสี่พันแล้วล่ะก็ คงจะเป็นอะไรที่ยากแน่ๆคงจะเป็นอะไรที่ยากแน่ๆ

ซื้อ UmiDigi A1 Pro@Gearbest.com

ไป ช้อปปิ้ง


ล่าสุด

หา