รีวิว – ChinaPhoneThai

Category Archives: รีวิว

  • -

Elephone A6 mini จิ๋วแต่แจ๋วเปิดตัวแล้ว

Category : รีวิว

หากดูจากช่วงนี้ที่ใครๆก็ออกสเปคกลางๆมามากในหลายๆแบรนด์เนื่องจากหลายปัจจัยที่ในตอนนี้คนส่วนใหญ่จะเปลี่ยนโทรศัพท์กันยากขึ้นหากไม่ดึงดูดและไม่คุ้มจริงนั่นเป็นเหตุที่จะเห็นมือถือสเปคกลางๆหลายๆแบรนด์ออกมาสู้กันในตลาดมากในช่วงนี้

หากแต่ Elephone นอกจากช่วงก่อนหน้านี้ได้ลองส่งสเปคตัวกลางๆลงสนามสู้ไปแล้วแต่ความจริงได้แสดงให้เห็นแล้วว่า Elephone คงต้องถอยมาเล่นตัวต่ำที่คุ้มค่าเหมือนแต่ก่อนเนื่องจากสเปคกลางๆนั้นณ.ช่วงเวลานี้ต้องยกให้พวก sub brand ของพวกอินเตอร์แบรนเขาไปในท้องตลาดในตอนนี้ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เฉพาะ Elephone เท่านั้นที่รู้ตัวแบรนด์ไต่เต้าหลายๆแบรนด์ตอนนี้หลายๆแบรนด์เริ่มปรับตัวเข้าไปยังจุดเดิมที่ตัวเองถนัดและรอโอกาสเหมือนช่วงที่ผ่านมาที่พวกเขาคุันเคย

มาดูกันว่าจุดเด่นของเจ้าA6 mini มีอะไรกันเลยดีกว่า 10 เหตุผลที่เปรียบเทียบกับราคาไม่ถึง3500 (หมายเหตุ *ราคาช่วงโปร)

โอเคเรื่องราคาไปแล้วสิ่งสำคัญคือเรามาดูสเปคชัดๆกันเลยดีกว่า กับ CPU MTK6761 Helio A22 แรมที่ให้มาถึง4 และ sensor ต่างๆที่ให้มาครบๆแน่นอน

จะเห็นได้ว่าที่ผมให้ข้อมูลไป Elephone A6 mini ตัวนี้เป็นที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียวในสเปคนี้และสิ่งต่างๆที่ให้มา (ด้วยเหตุผลราคาโปรนะอันนี้บอกแบบตรงไปตรงมา 555)

แหละนี่เป็นอีกโมเดลตัวถูกอีกตัวณ.เวลานี้ที่ผมอยากจะแนะนำเพื่อนๆที่ต้องการหามือถือจิ๋วแต่แจ๋วราคาดีๆสักเครื่องไว้ใช้กัน…ติดตามรีวิวตัวจริงของเจ้า A6 mini ตัวนี้รอีกไม่นานนี้ได้ทางเวปแล้วเจอกันครับ

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Umidigi S3 pro เรือธงที่น่าจับตา

Tags :

Category : รีวิว



และแล้วเรือธงของแบรนด์นี้ก็ออกมาสู่ตลาดจนได้หลังจากที่ห่างไปนานกับการไปเน้นตัวต่ำถึงกลางหลังจากที่ซีรี่ Z ตัวเรือธงที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เรามาดูกันว่า S3 pro จะทำได้ดีแค่ไหนไม่เสียเวลาเราไปดูสเปคคราวๆกันเลย

จากสเปคจะเห็นได้ว่าคราวนี้มาดีจริงๆหากเทียบกับราคาเปิดตัวแล้วไม่เลวเลยครับเทียบเป็นเงินไทยประมาณ 8900 บาท กับสเปคและวัสดุที่เป็นเซลามิค ดูแล้วสมเหตุสมผล จะมาวัดกันอีกทีก็เรื่องรอมกล้องและรอมของตัวเครื่องเองเท่านั้นที่ต้องพิสูจน์ว่าคราวนี้มาดีแค่ไหน😃

ในส่วนของกล้องนั้นมากับกล้อง 48 MP ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในตอนนี้ทั้งในแบรนด์อินเตอร์เองและไต่เต้าก็เหมือนกัน มาดูกันว่าไต่เต้าจะทำได้ดีแค่ไหน เอาจริงๆโดยส่วนตัวเห็นว่าไต่เต้าอาจทำได้ไม่ถึงอินเตอร์แน่ๆดังเช่นแต่ก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากทำมาได้ใกล้เคียงก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากๆแล้วหากเราเอาหลายๆอย่างเปรียบเทียบกันโดยเฉพาะราคาก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว okมาดูกันมาเจ้า S3 pro จะทำได้ดีแค่ไหนและไม่ช้าทาง ผมจะมารีวิวเจ้าตัวนี้ตัวเป็นๆมาให้เพื่อนๆเป็นข้อมูลแน่นอนครับ😋😋

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

ตัวจริง ไม่พูดเยอะ! OnePlus 6 ความคล้ายที่แตกต่าง ในราคาที่เอื้อมถึงไม่ยาก

Tags :

Category : รีวิว

เมื่อกล่าวถืงชื่อ OnePlus นั้นเรามั่นใจได้เลยว่ามือถือที่จะออกมาจากค่ายนี้นั้นจะเป็นมือถือสเป็คระดับเรือธง งานประกอบดี พร้อมเทคโนโลยีระดับแนวหน้าในตอนนั้น แต่ราคาไม่แรงเท่าเรือธงค่ายใหญ่ๆ ค่ายอื่น ไม่ต้องมีตังค์ราวสามหมื่นก็ได้สเป็คเดียวกันแล้ว (บางอย่างอาจโดนใจกว่าด้วย) ทั้งแรม รอม หน่วยประมวลผล หน้าจอ การออกแบบ ดูพรีเมี่ยม แต่ราคาหายไปหลายพัน ซึ่งรุ่นล่าสุดอย่าง OnePlus 6 นี่ก็ได้ทำให้เราผิดหวังเลยทีเดียว

คลื่นความถี่ที่ OnePlus 6 รองรับ

OnePlus 6 นี้ถือว่ารองรับคลื่นความถี่ที่หลากหลาย สามารถนำไปใช้ได้ทั้งโลก ซึ่งในไทยก็สามารถใช้งาน 3G/4G ได้ทุกค่ายเช่นกันโดยสามารถดูคลื่นความถี่ที่รองรับได้ทางด้านล่างนี้

  • GSM 2G: 850 / 900 / 1800 / 1900MHz, CDMA: BC0 / BC1
  • WCDMA 3G: B1 / 2 / 4 / 5 / 8 / 9 / 19, TD-SCDMA: B34 / 39
  • FDD-LTE 4G: B1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 12 / 17 / 18 / 19 / 20 / 25 / 26 / 28 / 29 / 66 + TD-LTE: 34 / 38 / 39 / 40 / 41

ระบบแอนดรอยด์ของ OnePlus 6

OnePlus 6 นั้นใช้แอนดรอยด์รุ่น 8.1 Oreo และครอบทับด้วย Oxygen OS ซึ่งถือว่าเป็น OS ที่ฉลาดใช้งานง่าย ไม่มีแอปส่วนเกินเพิ่มมาให้รกเครื่องมากนัก  ถ้าใครคุ้นกับ Pure Android ก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายพร้อมทั้งยังมีการปรับแต่งให้ผู้ใช้ OnePlus 6 นั้นสามารถใช้งานบางคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ไม่เหมือนใครได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็น OS ที่เราชอบมาก

ส่วนประสิทธิภาพความลื่นนั้น สเป็คระดับ OnePlus 6 นั้นเมื่อคู่กับ Oxygen OS นั้นก็ถือว่าไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหวต่าๆ นั้นถือว่าลื่น ติดมือ การสับเปลี่ยนระหว่างแอปนั้นก็ถือว่ารวดเร็วและไม่มีการกระตุก แฮงค์ให้เห็น จากการที่มีแรมและการจัดการแรมที่ดี รวมไปถึงการโหลดแอปใหม่ขึ้นมาก็ยังทำได้ดี และเราไม่เจอการแฮงค์หรือข้อผิดพลาดในการเปิดปิดโปรแกรมเลยในช่วงเวลาที่ทดสอบเครื่อง

นอกจากนี้การใช้เจสเชอร์หรือรูปแบบการลากนิ้วแทนการใช้ปุ่มบนหน้าจอนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราทดสอบแล้วชอบมากเช่นกัน ทั้งง่ายกว่าและตอบสนองได้ดีและยังทำให้เพิ่มเนื้อที่หน้าจอให้เราได้แบบสไตล์ iPhone X เลย โดยหน้าจอนั้นจะมีขนาดใหญ่ขึ้นซัก 10% เลยทีเดียว และสัดส่วนหน้าจอ 18:9/ 21:9 นั้นก็ถือว่าเป็นมาตรฐานเรือธงในสมัยนี้เช่นกัน โดย OnePlus นั้นเริ่มนำระบบนี้ใส่เข้ามาในระบบตั้งแต่ร่น 5T แล้วและใน OnePlus 6 ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว โดยหากจะไปหน้าโฮมก็เพียงลากนิ้วจากกลางหน้าจอด้านล่างขึ้นมา หากต้องการไปที่แอปที่เพิ่งเปิดใช้ก็ลากขึ้นมาและค้างนิ้วเอาไว้ ส่วนการกลับนั้นก็เพียงแค่ลากนิ้วขึ้นจากด้านซ้ายหรือขวาเท่านั้น ถือว่าระบบนี้จับการลากนิ้วของเราได้อย่างแม่นยำ ชาญฉลาดและใช้งานได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งตอนเราลองไปเรื่อยๆ แล้วจะกลับไปใช้มือถือเครื่องเดิมที่ต้องกดปุ่มนั้น เรารู้ได้เลยว่า OnePlus 6 คิดมาดีแล้ว และใช้งานได้ง่ายกว่าจริงๆ

ในช่วงทดสอบของเรานั้นได้มีอัปเดต OTA เข้ามาซึ่งเราก็ดาวน์โหลดและติดตั้งได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ เลย ตรงนี้ต้องขอชื่นชม

รูปลักษณ์ภายนอกของ OnePlus

เมื่อก่อนนั้นเรามีตัวเลือกฝาหลังแค่พลาสติก หลังจากนั้นก็เริ่มมีมือถือที่ใช้โลหะเต็มตัวซึ่งทำให้ดูดีขึ้นมาก แล้วก็เป็นยุคของฝาหลังกระจก แล้วจากนั้นพลาสติกก็กลับมาบูมใหม่  แต่ว่าครั้งนี้ไม่ใช่พลาสคิกธรรมดาถูกๆ กระแสก่อนหน้านี้นั้นเป็นพลาสติกที่สะท้อนแสงสวยงาม มองได้หลายมุมไม่มีเบื่อ หลังจากที่เราเห็นมาแล้วจากมือถือหลายรุ่นก่อนหน้านี้

ส่วนในปัจจุบันนั้นมีกระจกแบบสะท้อนแสงเหลือบ ซึ่งถือว่าไม่เหมือนสิ่งที่เคยมีมาก่อนเลย โดยเมื่อเรามองในตอนแรกนั้นในสีมิดไนท์แบล็คนั้นตอนแรกก็เหมือนพลาสติกดำด้านธรรมดาแต่เมื่อส่องแสงสะท้อนแล้วก็สะท้อนได้หลายมุมดูพรีเมี่ยมมาก และนอกจากนั้น OnePlus 6 ก็ยังมีแบบรุ่นสะท้อนแสงที่เราอธิบายได้ยากอีกด้วย แต่บอกได้คำเดียวว่า “สวย” ทำให้ไม่ว่าคุณจะชอบแบบด้านหรือแบบมันแว๊บ OnePlus 6 ก็มีตัวเลือกให้ได้เป็นเจ้าของ

แต่เราอยากบอกว่าในสีมิดไนท์แบล็คนั้น เราชอบมันตรงที่ไม่ค่อยจะติดรอยนิ้วมือด้านหลังเท่าไหร่เลย ยิ่งสวยได้ยาวนานยิ่งขึ้น

หน้าจอของ OnePlus 6

เมื่อมามองถึงหน้าจอของ OnePlus 6 ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญเพราะว่าเป็นส่วนแสดงผลที่เราต้องมองมันตลอดนั้น ในช่วงทดลองใช้นั้นเราประทับใจมากกับหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว แบบเต็มมิติตัวเครื่องคิดเป็น 80% ของขนาดจอต่อตัวเครื่อง อัตราส่วน 19:9 แบบ Samsung AMOLED ที่ให้สีสันสดใสและมีความละเอียดมากถึงระดับ Full HD 2280×1080 พิกเซลหรือ 409 PPI ที่มองจอแล้วสบายตามากมองไม่เห็นจุดพิกเซลแยกออกจากกันเลยในระยะการมองปกติที่ 1 ฟุต

คุณภาพของจอนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม มีความสว่างเท่ากันทั้งจอภาพ และแม้ว่าจะมองจากมุมมองด้านข้างก็ไม่ทำให้สีหรือความสว่างเพี้ยนไปแต่อย่างใด มีแค่เกิดสีรุ้งนิดหน่อย ซึ่งถือว่าพบได้ในจอประเภทนี้และเกิดในมุมที่เรียกได้ว่าไม่ใช่มุมมองปกติเมื่อใช้งาน การใช้งานยามอยู่กลางแจ้งมีแสงอาทิตย์นั้นก็ถือว่าแสดงผลได้ชัดเจนดี และมีโหมดการเพิ่มความสว่างพิเศษเมื่ออยู่กลางแจ้งแสงแดดจัดๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโหมดการแสดงผลที่ให้ประสบการณ์ของจอ OLED ได้เหมือนจอ OLED ทั่ว ๆ ไปที่มีความสว่าง, ค่าความอิ่มสี, สีขาวที่สว่างและสีดำที่มืดสนิทจริงที่เป็นข้อดีของจอ OLED ทั่วๆ ไป โดยมีโปรไฟล์สีทั้งแบบ sRGB, DCI-P3 และแบบ Adaptive ซึ่งถ้าคุณคุ้นเคยกับจอ IPS LCD โดยทั่วไปมาก่อนที่สีจะค่อนข้างตรงตามความเป็นจริงไม่สดมาก ก็สามารถปรับให้เป็นสี sRGB ได้ และนอกจากนี้ OnePlus 6 ยังให้คุณปรับlสมดุลแสงขาวได้อย่างที่คุณต้องการอีกด้วย โดยในยามค่ำคืนนั้นก็สามารถใช้โหมดลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาได้อัตโนมัติอีกด้วย

โดยรวมแล้วเราถือว่า OnePlus 6 มีหน้าจอที่เยี่ยมยอดและยังรองรับ YouTubr HDR และ Widevine L1 จาก Google อีกด้วย ซึ่งทำให้เมื่อคุณดูคอนเทนท์จาก Netflix นั้นคุณจะสามารถดูในความละเอียดสูง HD ได้อีกด้วย ซึ่งถ้าไม่มีเจ้า Widevine L1 จะดูได้แค่ 480p เท่านั้น

ภาพตัวอย่างจากกล้องของ OnePlus 6

กล้องมือถือระดับเรือธงแบบ OnePlus 6 เราขอบอกไว้ก่อนเลยว่าคุ้มค่าตัวมาก ทุกวันนี้มือถือระดับกลางหรือล่างราคาต่ำกว่าหมื่นนั้นก็ให้ภาพที่เป็นที่น่าพอใจสำหรับคนทั่วไปแล้ว แต่ว่าสำหรับระดับเรือธง ราคาสูงกว่านั้น OnePlus 6 ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยในการที่มีกล้องระดับแถวหน้าของวงการมือถือสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน

เมื่อเรามองภาพที่ถ่ายจาก OnePlus 6 นั้นเราจะพบว่ากล้องให้ความคมชัดที่สูง ซึ่งบางครั้งก็พบว่ามีการช่วยเพิ่มความคมของรูปเพิ่มเติมโดยซอฟต์แวร์ยิ่งขึ้น แต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมเมื่อมองจากขนาดภาพที่ดูปกติไม่ได้ขยาย หรือครอปแล้วขยายมาดูเพื่อจับความผิดปกติที่เกิดขึ้น แม้ในช่วงขอบภาพก็ถือว่ายังคมชัดและทำได้ดี ซึ่งในมือถือบางรุ่นนั้นมีการตัดขอบออกไปแต่สำหรับ OnePlus 6 นั้นถือว่าทำได้ดีมาก สีสันนั้นก็ถือว่าถ่ายออกมาได้ดีไม่ได้เพิ่มความอิ่มสีจนน่าเกลียดหรือสีเพี้ยนที่อาจพบได้ในมือถือบางยี่ห้อ

สำหรับระยะโฟกัสของกล้องหลักของ OnePlus 6 นั้นคือ 25 มมซึ่งถือว่าแคบกว่าเลนส์จากกล้องระดับสูงที่ใช้เลนส์ที่มีความยาวโฟกัส 24 มมแค่นิดเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้สิ่งที่ได้รับการปรับปรุงจาก OnePlus 5 ก็คือระบบกันสั่นจากฮาร์ดแวร์หรือ OIS ซึ่งช่วยทำให้ภาพออกมาคมชัดชดเชยจากอาการมือสั่น หรือช่วยในขณะที่ถ่ายวิดีโอและภาพเคลื่อนไหวแบบสโลว์โมชั่นหรือเมื่อถ่ายภาพโดยเปิดหน้ากล้องไว้เป็นเวลานานในสภาวะแสงน้อยได้

โดยภาพรวมแล้วเมื่อไม่มี OIS นั้นเราจะสามารถถ่ายภาพแบบที่ยังคงความคมชัดได้ที่การเปิดหน้ากล้องที่ระยะเวลา 1/20 วินาที แต่ใน OnePlus 6 นั้นเราทดสอบแล้วพบว่าจะใช้มือจับกล้องถ่ายไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง ระยะเวลาเปิดหน้ากล้องที่ 1/3 วินาทีก็ยังให้ภาพที่คมชัดอยู่ ซึ่งนี่ถือเป็นผลการทดสอบที่น่าพึงพอใจมาก

ความเร็วในการโฟกัสก็เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญเมื่อเราต้องการถ่ายภาพในฉับพลันหรือถ่ายสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ และยิ่งสำคัญเมื่อคุณถ่ายภาพในที่แสงน้อย  โดยเราทดสอบถ่ายภาพวัตถุที่ความสว่างเพียง 5 ลักซ์ และพบว่า OnePlus 6 ก็ยังถ่ายภาพได้ดี โดยมีบางครั้งที่ยังหาจุดโฟกัสไม่ได้แต่เป็นเพียงไม่กี่ครั้งและอาจเกิดจากการแตะจุดโฟกัสในภาพนั้นที่ไม่ได้ตรงกับเป้าโฟกัสของ OnePlus 6 ทั้งหมด (เราทดสอบกับวัตถุขนาดเล็กในระยะใกล้) แต่ในการทดสอบของเราก็ค่อนข้างเรียกได้ว่าสุดขั้วเพราะความสว่าง 5 ลักซ์นั้นก็ถือว่ามืดเกินกว่าการใช้งานปกติ โดยในการใช้งานปกตินั้นจะมีความสว่างกว่านี้มาก โดยถือว่าเรื่องความเร็วและความแม่นยำของการโฟกัสนั้นเราให้ OnePlus 6 อยู่ในระดับเดียวกับมือถือระดับเดียวกันในตลาด

ทดสอบกล้องหลังตัวที่สองของ OnePlus 6 จากเซนเซอร์– IMX376k

OnePlus 6 นั้นมีเซนเซอร์กล้องหลังตัวที่สองเป็น Sony IMX376k โดยมีขนาดเซนเซอร์ 1/2.8 นิ้วความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ซึ่งเล็กกว่าเซนเซอร์กล้องหลักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากการทดสอบของเรานั้นพบสิ่งที่ต่างออกไปจากรีวิวเวอร์คนอื่นบ้าง โดยเราพบว่ากล้องตัวที่สองนี้เป็นตัวช่วยที่สำคัญมากในการเก็บรายละเอียดภาพอย่างน้อยก็ภายใต้สภาพแสงน้อยที่เราได้ทำการทดสอบ และนอกจากนั้นยังใช้เพื่อคำนวณความตื้น-ลึกของวัตถุ ในการทำเอฟเฟกต์โบเก้หรือการถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลออีกด้วย โดยถ้าคุณดูภาพตัวอย่างที่เราปิดกล้องตัวที่สองนี้ในสภาพแสงน้อยตามด้านล่างแบบครอปมา 100% คุณจะเห็นความแตกต่างระหว่างปิดกับไม่ปิดได้ชัดเจนเลยทีเดียว

คุณสมบัติอื่นๆ ของ OnePlus 6

  • GPS – ระบบจีพีเอสนั้นเยี่ยมยอด จับสัญญาณได้เร็วและเชื่อมต่อกับดาวเทียม 30 ดวงได้ตลอดเวลา
  • เข็มทิศ ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • เซนเซอร์ Accelerometer – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • เซนเซอร์ Linear acceleration – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • เซนเซอร์แสง Ambient light – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • สัญญาณไวไฟ เยี่ยมยอดแม้จะห่างจากเราเตอร์ 44 เมตร หรือ 144 ฟุต ก็ยังจับสัญญาณได้อย่างรวดเร็วและเสถียรอยู่
  • OTG – ใช้งานได้ไม่มีปัญหาใด ๆ
  • ลำโพงภายนอก ดีมาก เสียงดังและมีความใส คมชัด
  • เซนเซอร์ลายนิ้วมือ  ดีมาก เร็วมากจนเราไม่คิดว่าจะมียื่ห้อในทำได้เร็วกว่าในตอนนี้

 

ความอึดแบตเตอรี่และการชาร์จของ OnePlus 6

ที่ชาร์จของ OnePlus 6 นั้นรองรับการชาร์จแบบ 5V 4A ซึ่งคิดเป็น 20W ซึ่งเร็วมากโดย OnePlus 6 ชาร์จได้เร็วเต็ม 100% ได้ใน 1 ชั่วโมง

การใช้งานแบตเตอรี่นั้นถือว่าทำมาได้ดีมากในมือถือเรือธงที่ใช้ชิป Snapdragon 845 โดยเราได้ทดสอบพบว่าแม้จะเปิดหน้าจอดูยูทูปแบบ 720p HD ไว้ตลอด และยังเปิดไวไฟไว้ด้วยก็ให้ความประทับใจที่ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องได้เลยทีเดียว

OnePlus 6 โดยสรุป

เราพบว่า OnePlus 6 นั้นเป็นมือถือที่ดีมากเครื่องหนึ่ง ทว่าก็ยังมีบางสิ่งที่หายไปที่เราอยากเห็นเพิ่มเติมในมือถือจาก OnePlus นี้นั้นก็คือ การถ่ายวิดีโอแบบมือโปร กำหนดค่าต่างๆ ได้เอง, ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ และการชาร์จแบบไร้สาย แต่สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นส่วนประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นและบางอย่างก็อาจเพิ่มเข้ามาได้ในการอัปเดตซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย

OnePlus 6 นั้นมีหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ที่เยี่ยยอด มีรูปร่างแบบมือถือเรือธงที่สวยงาม ชิปประมวลผล Snapdragon 845 ก็ถือว่าสูงสุดในปัจจุบันแล้วทำให้ใช้งาน เล่นเกมได้อย่างไหลลื่น เซนเซอร์เชื่อมต่อต่าง ๆ อย่างไวไฟ หรือจีพีเอสก็ดีเยี่ยม ชาร์จก็เร็วมาก กล้องก็ถือว่าดีเอามากแทบจะเรียกได้ว่าเกือบไม่ต่างจากมือถือเรือธงค่ายอื่นเลย ถ้าคุณอยากได้มือถือที่ประสิทธิภาพดีและมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาแล้วนั้น เราขอแนะนำ OnePlus 6 ให้คุณแบบแรงๆ เลย ราคานี้กับสเป็คแบบนี้ งานประกอบระดับนี้หาได้จาก OnePlus 6 เท่านั้น

ถ้าคุณอยากจะสั่ง OnePlus 6 รุ่นนี้นั้นกรุณาติดต่อเราโดยตรงหรือกดปุ่มด้านล่าง เพื่อช่วยคุณสั่ง OnePlus 6 รุ่นนี้มาให้คุณเป็นเจ้าของ ราคาของเรานั้นถือว่าดีกว่าช่องทางของ OnePlus อย่างเป็นทางการเสียอีก และดีกว่าร้านอื่นในประเทศไทยอีกด้วย อย่ารอช้าเลย!

ซื้อ OnePlus 6

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Zenfone 5 ZE620KL รีวิวมือถือสเป็คเรือธงแต่ราคาลงไปกว่าครึ่ง

Zenfone 5 ZE620KL นั้นเป็นมือถือเรือธงล่าสุดจาก Asus โดยที่ผ่านมานั้น Asus มีประวัติอันยาวนานของการเปิดตัวมือถือที่สเป็คสูงในราคาที่เอื้อมถึง ในรีวิวนี้เราจะมาลองมองดูเจ้า Zenfone 5 ZE620KL กันอย่างใกล้ๆ กัน คุณจะได้มีข้อมูลไปใช้ตัดสินใจว่ามันเหมาะให้คุณซื้อไปหรือไม่

จุดเด่นหลักๆ ของ ZE620KL:

  • Beautiful display
  • Excellent audio
  • Great cameras
  • Powerful CPU and GPU
  • Android 8.0 with OTA

หน่วยประมวลผลของ Zenfone ZE620KL

มีหลายสิ่งของ ZE620KL ที่เราชอบ โดยหนึ่งในสิ่งที่เราชอบแน่นอนเลยคือเจ้าหน่วยประมวลผลล่าสุดจาก Qualcomm นั่นคือ Snapdragon 636 โดยมีถึง 8 ชิป Kryo ของ Qualcomm และชิปกราฟิคเป็น Adreno 509

CPU

Snapdragon 636 นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป และพอสำหรับเกมสามมิติที่มีเฟรมเรตสูงได้ รวมถึงการรัน Android 8.0 นั้นก็ถือว่าใช้งานได้ลื่นเลยทีเดียว

Antutu ZE620KL

  • CPU:Qualcomm® Snapdragon™ 636 Mobile Platform with 14nm, 64-bit Octa-core Processor with AI BoostFinFET LPP (Low Power Plus) powersaving technology
  • GPU:Qualcomm® Adreno™ 509

กล้องของ Zenfone ZE620KL

อีกหนึ่งจุดแข็งของ ZE620KL นั้นก็คือกล้องโซนี่ IMX363 ที่เป็นกล้องหลัก  โดยมีขนาดเซนเซอร์ที่ 1/2.55″ ความละเอียด 12.2 MP และมีขนาดพิกเซลใหญ่ถึง 1.40 ไมครอน นั่นทำให้ ZE620KL สามารถถ่ายรูปในร่มหรือที่แสงน้อยได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งแฟลช

โดยเราได้ทำการทดลองถ่ายรูปในร่มและพบว่ารูปนั้นสว่างทีเดียวและนอยซ์นั้นก็น้อย จากข้อมูลจาก Asus นั้นกล่าวว่าเซนเซอร์นั้นมีความไวแสงในรูปแสงน้อยมากกว่าปกติถึง 5 เท่า (เมื่อเทียบกับกล้องที่มีขนาด 16 MP, F1.7 และพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน)

นอกจากเซนเซอร์ IMX363 แล้ว Zenfone 5 ZE620KL ยังมีกล้องที่สองที่ให้มุมกว่างถึง 120 องศา นั่นทำให้มุมมองภาพนั้นกว้างมากเป็นพิเศษที่ทำให้ภาพวิวนั้นแจ่มเอามากๆ

ใน Zenfone 5 ZE620KL นั้นมีระบบกันสั่นจากฮาร์ดแวร์ (OIS) มาด้วย นอกจากจะมีแค่ในซอฟต์แวร์เหมือนมือถือทั่วๆ ไปเท่านั้น นั่นทำให้การถ่ายรูปนั้นปราศจากความเบลอจากมือสั่นไปได้เลย และทำให้การถ่ายวิดีโอนั้นไม่สั่นไปสั่นมาอีกด้วย

และยังสามารถทำรูปโบเก้หรือเบลอได้เป็นอย่างดีอีกด้วยจากการใช้กล้องสองตัวในการทำเบลอโฟกัสได้ โดย ZE620KL นั้นทำสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี

Bokeh

Bokeh

Bokeh

การอัดวิดีโอนั้นสามารถอัดได้ใน 4K และยังทำสโลว์โมชั่นได้ที่ 720P@240fps หรือที่ 1080P@120fps

เลนส์หน้ากล้องนั้นก็เคลือบกันลายนิ้วมือ กันไขมันจากมือ นั่นแสดงว่ารอยต่างๆ และฝุ่นนั้นจะเกิดขึ้นยากและทำความสะอาดได้ง่าย

  • 5x light sensitivity low light photos (compared with a typical camera with 16MP, F1.7 & 1.12µm pixel size)
  • Sony flagship IMX363 12MP dual pixel image sensor – 1/2.55″ large sensor size, 1.4µm large pixel size
  • F1.8 aperture, 24mm equivalent focal length in 35mm film camera, 83° field of view
  • 0.03 seconds phase-detection autofocus (PDAF)
  • 4-axis, 4 stops optical image stabilization (OIS)
  • Pro (RAW file support / up to 32 seconds long exposure), Super Resolution (48MP), GIF Animation, Panorama, Time Lapse (with power saving mode)
  • Wide-angle camera #2: 120° (200% wider than normal) wide-angle camera200% wider view for more friends and scenery in the frame
  • Front camera: 8MP 84° field of view F2.0 aperture 24mm equivalent focal length in 35mm film camera
  • 4K UHD (3840 by 2160) video at 30 fps for main rear camera
  • 1080p FHD video recording at 30 / 60 fps, 720p HD video recording at 30 fps
  • 3-axis electronic image stabilization (OIS) for rear camera video
  • Slow Motion video (1080p at 120 fps / 720p at 240 fps)

การชาร์จและแบตเตอรี่ของ Zenfone ZE620KL

เราได้ทดสอบการชาร์จแบตและพบว่ามือถือเครื่องนี้นั้นชาร์จให้เต็มได้ใน 2 ชั่วโมงโดยชาร์จได้แบบ 5V 2A โดยการชาร์จแบบนี้ไม่ทำให้เครื่องร้อนมากและทำให้แบตไม่เสื่อมเร็ว

Battery

เราได้ลองชาร์จดูด้วยสถานการณ์จริงโดยแค่ครึ่งชั่วโมงก็ได้ถึง 60% เลยทีเดียว! นั่นหมายความว่าแค่กินข้าวหรืออาบน้ำคุณก็มีมือถือที่ใช้ได้ไปถึงครึ่งวันเลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังสามารถชาร์จแบบ 9V 2A ได้หากต้องการชาร์จเร็วขึ้นด้วย

และเพราะว่าชิป Snap 636 ของ ZE620KL ที่มีขนาด 14nm นั้นทำให้แบตที่มีให้นั้นใช้ได้นานเต็มวันได้สำหรับการใช้งานปกติของทุกๆ คน

  • 3300mAh with fast charging
  • AI & scheduled charging for battery protection
  • 5 minutes charge for 2 hours talk time
  • 38 minutes charge to 60% capacity
  • Up to 22 days 4G standby
  • Up to 25 hours 3G talk time
  • Up to 13 hours video playback
  • Up to 17 hours Wi-Fi web browsing

ระบบเสียงและลำโพง Zenfone ZE620KL

คุณภาพเสียงและความดังนั้นถือว่าดีเยี่ยม และมีลำโพง 5-แม่เหล็กคู่ ที่มีแอมป์ NXP อัจริยะคู่อีกด้วยที่รองรับระบบ DTS Headphone X และมีไมโครโฟนคู่สำหรับการอัดเสียงที่ชัดเจนและการโทรที่เสียงใสอีกด้วย

  • Speaker: DUAL 5-magnet speaker with dual NXP Smart AMP for louder, deeper and less distorted sound effect
  • Hi-Res audio 192kHz/24-bit standard that is 4 times better than CD quality
  • DTS (Digital Theater System) Headphone:X™ 7.1 virtual surround sound for headphone support
  • Dual internal microphones with ASUS Noise Reduction Technology

จอแสดงผลของ Zenfone ZE620KL

หน้าจอของ ZE620KL นั้นถือว่าสวยงามทีเดียว และมีขนาดมากถึง 90% ของขนาดโทรศัพท์อีกด้วย และสีสันก็สดใสแบบ AMOLED แต่เป็นจอ LCD ที่เนียนและสว่างกว่า AMOLED ทั่วไป ข้อความและรูปภาพนั้นก็ชัดเจนและความสว่างนั้นก็ถือว่าดีเยี่ยม คุณสามารถมองหน้าจอได้จากหลากหลายมุมและก็ยังดูดีอยู่ได้

เราได้ทดสอบความสว่างและเราทดสอบได้ถึง 485LUX ซึ่งถือว่าสว่างดีมาก ไม่มีปัญหาสำหรับการใช้งานในที่กลางแจ้ง โดยความสว่างถือว่าเท่ากันทั้งหน้าจอดี

  • 6.2-inch Full HD+ (2246 by 1080) Super IPS+ display
    90% screen-to-body ratio
  • 550nits brightness
  • 96% NTSC color gamut, supports DCI-P3
  • Corning® Gorilla® Glass for best screen protection
  • Capacitive touch panel with 10 points multi-touch (supports glove touch)

เซนเซอร์ / ซิม / โมเด็ม / ไวไฟ

ZE620KL นั้นมีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ TF-SD ที่เพิ่มความจุหน่วยความจำได้ถึง 2TB (เทราไบต์)

การจับไวไฟนั้นถือว่าใช้ได้อย่างไม่มีปัญหาแม้จะเป็นระยะกว่า 40 เมตร

และในมือถือเครื่องนี้ก็ยังมีวิทยุ FM มาให้อีกด้วย

ระบบเซนเซอร์ลายนิ้วมือนั้นถือว่าดีมาก เราได้ลองสแกนดูและใช้เวลาเพียงแค่ .2 วินาทีจากที่เอานิ้ววางไว้บนเซนเซอร์เท่านั้นในการปลดล็อคหน้าจอ โดยวางนิ้วสแกนลายนิ้วมือได้จากหลายมุมมอง

Sensors

  • FM radio, WLAN 802.11 a/b/g/n/ac 2.4 & 5GHz, Bluetooth 5.0
  • Slot 1: 2G/3G/4G Nano SIM Card
  • Slot 2: 2G/3G/4G Nano SIM Card, or the microSD card (supports up to 2TB) at a time
  • LTE Cat13 UL up to 150Mbps / Cat12 DL up to 600Mbps
  • DC-HSPA+: UL 5.76 / DL 42Mbps
  • Rear fingerprint sensor (0.3 seconds unlock, supports 5 fingerprints), Face recognition, Accelerator, E-Compass, Gyroscope, Proximity sensor, Ambient light sensor, RGB sensor, NFC

สรุป

เราชอบ Asus Zenfone 5 ZE620KL เครื่องนี้ทั้งในเรื่องกล้อง, เสียง และหน้าจอที่สวยงาม โดยมีเทคโนโลยีทุกอย่างที่มือถือเรือธงนั้นควรจะมี แต่ราคาแค่ครึ่งเดียว

ถ้าคุณสนใจที่จะซื้อ Zenfone ZE620KL คุณสามารถหามือถือเครื่องนี้ได้จาก GearBest.com ถ้าคุณต

ดู ZE620KL@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว HomTom HT70 18:9 10000mAh อาวุธอาวุธ

HomTom HT70 นั้นเป็นมือถือใหม่จาก Homtom ที่มีดีที่ความจุแบตเตอรี่ที่ให้มาเยอะถึง 10,000 mAh โดยถ้าคุณชอบมือถือที่เครื่องใหญ่แล้ว HT70 นั้นอาจจะเป็นมือถือที่ใช่สำหรับคุณก็ได้ โดยเจ้า HT70 เครื่องนี้นั้นทั้งใหญ่และหนักที่อาจจะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้เลย นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ

ดู HomTom HT70@GearBest.com

ก่อนอื่นเรามาดูที่รายละเอียดสเป็คของ HomTom HT70 กันก่อน

  • Display: 6.0 inch, 1440 x 720 Pixel Screen
  • CPU: MTK6750T Octa Core 1.5GHz
  • System: Android 7.0
  • RAM + ROM: 4GB RAM + 64GB ROM
  • Camera: 8.0MP ( SW 13.0MP ) front camera + 13.0MP ( SW 16.0MP ) + 2.0MP ( SW 5.0MP ) dual back cameras
  • Sensor: Fingerprint Sensor, E-compass, Gyroscope, Gravity Sensor, Ambient Light
  • Sensor, Proximity Sensor, Accelerometer, Geomagnetic Sensor
  • SIM Card: dual SIM dual standby. 2 x Nano SIM card and 1 TF card can be inserted at the same time
  • Feature: GPS, A-GPS
  • Bluetooth: 4.0
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: WCDMA B1/B2/B5/B8
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B7/B8/B20
  • TDD-LTE B40
  • หน้าจอ: 6.0 นิ้ว,  ความละเอียด1440 x 720 พิกเซล
  • CPU: MTK6750T Octa Core 1.5GHz
  • รุ่นแอนดรอยด์: Android 7.0
  • แรม + รอม: 4GB RAM + 64GB ROM
  • กล้อง: 8.0MP ( SW 13.0MP ) กล้องหน้า + 13.0MP ( SW 16.0MP ) + 2.0MP ( SW 5.0MP ) กล้องหลังคู่
  • เซนเซอร์: ลายนิ้วมือ, เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์, ไจโรสโคป, แรงโน้มถ่วง, แสงสว่าง
  • ซิมการ์ด: สองซิม ใช้งานได้พร้อมกันขนาด นาโนซิม x2 และใส่ micro SD การ์ดได้ในเวลาเดียวกัน
  • คุณสมบัติด้านสถานที่: GPS, A-GPS
  • บลูทูธ: 4.0
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: WCDMA B1/B2/B5/B8
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B7/B8/B20
  • TDD-LTE B40

หน้าจอของ HT70 นั้นเป็นแบบใหม่ทันสมัยในอัตราส่วน 18:9 ทำให้มือถือนั้นยาวขึ้นและคุณสามารถเอาหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นนั้นเข้าไปอยู่ในมือถือขนาดเดิมได้ เราชอบมือถือที่มีหน้าจอยาวแบบนี้มาก โดยตอนนี้มือถือเรือธงในตลาดนั้นก็ต่างใช้อัตราส่วน 18:9 หรือ 21:9 กันทั้งนั้น

และจอนั้นใช้เป็น IPS LCD ซึ่งทำให้สามารถมองจอได้จากหลากหลายมุม สีสันที่ให้นั้นก็ถือว่าดีมาก

เราได้ทดสอบลำโพงและพบว่ามันดังพอทีจะใช้ฟังเพลง, ดูซีรีส์และแชทผ่านวิดีโอได้อย่างง่ายๆ เลยทีเดียว

การจับสัญญาณ GPS ของ HT70 นั้นดีมาก ส่วนการจับสัญญาณไวไฟนั้นพบว่าในระยะ 30 เมตรก็ยังจับสัญญาณได้ดี

GPS

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ติดเครื่องมาก็เป็นรุ่น 7.0 และยังอัปเดตผ่าน OTA ได้อย่างไร้ปัญหาในเจ้า HT70 นี้ ใช้งานได้อย่างไหลลื่น การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวและการเลื่อนไถจอไปมานั้นทำได้อย่างลื่นไหล การเปลี่ยนสลับแอปก็ทำได้อย่างรวดเร็วและไร้การหยุดชะงัก

การใช้งานเพลย์สโตร์ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา เราดาวน์โหลดและติดตั้งรวมถึงอัปเดตแอปต่างๆ ได้ปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ

Update

จากนั้นเราก็มาดูถึงเซนเซอร์ต่างๆ ที่มีให้ใน HomTom HT70 โดยเราพบว่าแม้มือถือจีนส่วนใหญ่นั้นจะไม่มีไจโรสโคปและเข็มทิศ แต่ HT70 ตัวนี้นั้นมี เราได้ลองทดสอบการทำงานดูแล้วและถือว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีวิทยุ FM ที่ใช้งานได้ปกติ

เซนเซอร์ลายนิ้วมือเพิ่มความปลอดภัยก็ใช้งานได้ง่าย เร็วและแม่นยำ แค่เวลาครึ่งวินาทีจากตอนที่วางนิ้วลงไปที่เซนเซอร์ก็ปลดล็อกจอได้แล้ว

ปกป้องFingerprint

แรมที่ให้มา 4GB นั้นก็ถือได้ว่ามากพอสำหรับทุกการทำงาน แม้ตอนนี้มีมือถือที่ให้มาถืง 6GB แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นนัก แค่ 4GB ก็เพียงพอแล้ว

ใช้ RAMเท่าไหร่

ความจุหน่วยความจำรอมที่ให้นั้นมีมากถึง 64 GB และเมื่อหักส่วนของระบบไปแล้ว ผู้ใช้จะเหลือหน่วยความจำไว้ใช้ถึง 53GB ให้เก็บไฟล์

RAM ROM System

แล้วนอกจากนี้เรายังเพิ่มการ์ด TF หรือไมโครเอสดีการ์ดได้อีก หรือว่าใช้สล็อตที่ไม่ซ้ำกับที่ใส่ซิม ให้คุณเลือกได้เองเลย

ต่อมามาดูช่วงคลื่นที่ HT70 รองรับนั้นเราก็พบว่ารองรับได้เยอะและเพียงพอสำหรับเครือข่าย 2g/3g/4g ทั้งหมดของไทย

ส่วนเซนเซอร์กล้องนั้นก็เป็น SONY IMX135 และ GalaxyCore GC8024 โดยเรามีรูปตัวอย่างให้ชม โดยกล้องนั้นให้ภาพที่ดีพอสำหรับการอัปรูปไปไว้บนเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมและการแชร์ผ่านโซเชียล

Sony IMX135

และมาถึงจุดขายที่สำคัญของ HT70 นั่นคือแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 10,000 mAh โดยให้มาขนาดนี้นั้นคุณสามารถใช้งานได้เต็มวันโดยไม่ต้องชาร์จแน่นอน และใช้งานแบบเปิดจอต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำและหากคุณใช้งานง่ายๆ อย่างแชทหรือเฟซบุ๊คก็ใช้ได้ 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ HomTom HT70 บ้าง? เขียนลงในช่องความคิดเห็นเฟซบุ๊คด้านล่างนี้เลย ทุกคนที่เขียนความคิดเห็นลงด้านล่างนี้จะได้รับส่วนลด 150 บาทในการซื้อผลิตภัณฑ์ครั้งต่อไปกับ ChinaPhoneThai โดยส่วนลดนั้นจะใช้ได้กับโทรศัพท์ที่ซื้อผ่านเวปไซต์ GearBest

ดู HomTom HT70@GearBest.com

มาลองดู HomTom HT70 ในร้านค้าออนไลน์กันโดยคลิกที่ปุ่ม และถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือในการสั่ง HT70 หรือมือถือรุ่นอื่นๆ กรุณาติดต่อเราได้โดยตรงและเราจะดูแลทุกขั้นตอนให้กับคุณเอง

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว 10,000mAh HomTom HT70 พร้อมภาพจริงของโทรศัพท์รุ่นนี

เรามีภาพจริงของ HomTom HT70 ที่มีหน้าจอแบบ 18:9 พร้อมแบต 10,000 mAh โดยคุณจะพบว่าตัวมือถือนั้นมาในทรงที่ใหญ่และแข็งแรงจริงๆ

คุณสามารถสั่งเจ้า HomTom HT70 ได้จากปุ่ม GearBest ทางด้านล้าง โดยถ้าหากคุณนั้นต้องการความช่วยเหลือในการสั่งแล้วล่ะก็ กรุณาติดต่อเราได้ที่เพจเฟซบุ๊ค Facebook ChinaPhoneThai หรือเปิดแชตของเราได้จากหน้านี้เลย

กรุณาให้ความคิดเห็นของคุณต่อ HomTom HT70 ในช่องคอมเมนต์เฟซบุ๊คทางด้านล่างของโพสต์นี้ด้วย และเราจะมีส่วนลดมูลค่า 150 บาทในการซื้อโทรศัพท์รุ่นไหนก็ได้ที่ GearBest ผ่านการซื้อจาก ChinaPhoneThai อีกด้วย

ซื้อ HomTom HT70@GearBest.com

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Snapdragon 700 ซีรีส์ใหม่ พร้อมรับกล้องหลัง 3 ตัวในมือถือระดับกลาง

Tags :

Category : รีวิว

ตอนนี้เราได้เห็นมือถือที่มีกล้องหลังถึงสามตัวกันเปิดตัวกันไปแล้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน Huawei P20 Pro นี่เอง ที่เป็นเรือธงจัดเต็มด้านกล้องทางฝั่งแอนดรอยด์ และทางฝั่งแอปเปิ้ลนั้นก็มีข่าวลือว่าในปีหน้าก็จะมีรุ่นเรือธงระดับสามกล้องมาเช่นเดียวกัน และในตอนนั้นมือถือรุ่นกลางก็คงมีแบบสามกล้องกันแล้ว

โดยวันนี้นั้นเรามีข่าวหลุดมาว่า ทางผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่อย่าง Qualcomm นั้นเตรียมเปิดตัวซีรีส์ 700 โดยข่าวหลุดนั้นมาจากทาง Suggestphone.com โดยพบว่าชิปเซ็ตใหม่นี้จะเป็นชิปเซ็ตที่มี AI และรองรับกล้องหลัง 3 ตัวอีกด้วย โดย AI ที่ใส่เข้ามานั้นจะช่วยในการประมวลผลด้านภาพต่างทั้งเลือกรูปแบบรูปและระบุวัตถุในรูปอีกด้วย

และใน Snapdragon รุ่นซีรีส์ 700 นี้จะถูกวางตำแหน่งในตลาดไว้ระหว่างตลาดกลาง (ซีรีส์ 600) กับตลาดเรือธง (ซีรีส์ 800) โดยเริ่มที่ Snapdragon 710 ที่ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมชิปจาก Samsung 10nm LPE เพือการกินไฟที่ต่ำกว่าและประสิทธิภาพที่สูงกว่ารุ่นก่อนที่ใช้สถาปัตยกรรม 14 nm ส่วนรุ่นต่อมาที่หลุดมาคือ 730 ซึ่งเป็น Samsung 8nm LPP ซึ่งจะยิ่งกินไฟน้อยลงไปอีกและประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

โดยสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ใช้ Snapdragon 710 นั้นมีการคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2019 และสำหรับรุ่น 730 นั้นคงจะต้องรอหลังจากนั้นซักนิด แต่ว่าในรุ่นเรือธงที่ใช้ซีรีสฺ์ 800 นั้นเราคาดว่าจะได้เห็นรุ่นที่รองรับกล้องหลังสามตัวก่อนหน้านั้น แต่ข่าวนี้ก็ทำให้เราพอเห็นเค้าลางว่ามือถือรุ่นตลาดกลางก็คงมีสิทธิ์ได้ใช้กล้องหลังสามตัวอยู่เหมือนกัน

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Oukitel U18 โดยละเอียด

Tags :

Category : รีวิว

จากกระแสของ i phone x แน่นอนแบรนด์จีนหลายๆแบรนด์ก็ต้องตามเทรนเป็นธรรมดา และแบรนด์ Oukitel ก็ไม่พลาดเช่นกัน กับตัวCloneที่คล้ายกับ i phone x โอเคในเรื่องของความสมูทและความเป็น i phone เราจะไม่เปรียบเทียบมาก เราจะเน้นไปที่หน้าตาความสวยงามและประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่า ที่ควรมาพูดถึงมืถีอเครื่องนี้ Oukitel U18

สเปคทั่วไป

Display: 5.85 inch 1512 x 720 pixels HD+ screen
CPU: MTK6750T Octa Core 1.5GHz
System: Android 7.0
Storage: 4GB RAM + 64GB ROM
Cameras: 13.0MP + 5.0MP ( SW 16.0MP + 5.0MP ) dual back cameras and 8.0MP ( SW 13.0MP ) front camera
Networks:
2G: GSM 850/900/1800/1900MHz
3G: WCDMA 900/2100MHz
4G: FDD-LTE B1/B3/B7/B8/B20

งานประกอบ

บอดี้เป็นCNCรอบด้านหน้าจอ 2.5d ในทรง 18:9 ด้านหลังเป็นพลาสติกขัดเงาดำแต่จะเหลือพื้นที่ตรงระหว่างกล้องจนถึงfingerprintที่ทำรอยหยักเป็นเส้นเล็กเหมือนลูกคลื่นเพื่อให้รู้สึกถึงการจับสัมผัสแหละอาจช่วยในการป้องกันการลื่นหล่นไปในตัวด้วย ถือเป็นการใส่ใจการผลิตอย่างเป็นพิเศษอีกอย่างหนึ่งเหมอนกัน งานประกอบโดยรวมถือว่าทำได้ออกมาดีเลยทีเดียว

system UI

ตามสไตค์ของแบรนด์ที่คาดเดาได้ล่วงหน้าว่าหน้าตาของuiจะออกมาเป็นแบบไหนซึ่งแน่นอนโดยมากจะออกมาในแนวเพรียวแอนดรอยด์ศะเป็นส่วนใหญ่ใครที่ชอบความคลีนไม่มีอะไรเจือปนแน่นอนต้องชอบสไตค์นี้อย่างไม่มีข้อสงสัยหรือถ้าใครไม่ชอบก็สามารถโหลดlauncherมาใช้ก็สบายๆไปอีกแบบครับ

system ระบบ

ในส่วนของระบบมีส่วนเพิ่มเติมฟั่งชั่นซึ่งน้อยมากแล้วที่เราจะเห็นแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งจะใส่มาให้นั่นคือ HOTKNOT นั่นเองซึ่งเจ้าฟังชั่นนี้สะดวกสะบายมากในการส่งไฟล์ต่างๆไปยังมือถืออื่นที่มีฟั่งชั่นนี้เหมือนกันซึ่งจะคล้ายๆกับฟั่งชั่น NFCที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ นอกจากนั่นแล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปมากกับ android 7.0 ครับซึ่งในอนาคตคิดว่าอาจจะอัพเป็น 8.0 ในไม่ช้า

BandMode

คลื่นทั้งหมดรองรับการใช้งานในไทยทุกเคลือข่ายจะขายแค่ 850 เท่านั้นซึ่งถือว่ามีผลกระทบน้อยมากๆในปัจจุบันนี้แล้วที่ทุกคลื่นมี 4g กันหมด

Perfromace ประสิทธฺภาพการทำงานเครี่อง

การทำงานโดยรวมถือว่าใช้งานได้ระดับกลางๆและสบายมากๆกับการใช้งานทั่วไป ในแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4000mAh ในรอบวันสามารถมีใช้งานได้อย่างเพียงพอครับ ที่น่าเสียดายไปนิดที่ต่างโมเดลของOukitelตัวก่อนๆก็คือ เซนเซอร์ที่ให้มาน้อยไปเมื่อเปรียบเทียบกับราคาประมาณนี้ในปัจจุบัน แต่ก็เข้าใจได้เนื่องจากราคาและการนำทุนไปเสริมในเรื่องด้านต่างๆ

GPS

ความน่าพอใจอย่างหนึ่งกับโมเดลตัวนี้ก็คือการทำจีพีเอสที่ดีมากๆอดคิดไม่ได้ว่าเป็นการแก้ตัวจากโมเดลก่อนๆที่ดูเหมือนจะทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรจนถึงตัวนี้ต้องขอชื่นชมที่Oukitelได้ปรับปรุงข้อด้อยในจุดนั้นไปเรียบร้อยแล้ว

เฟรมเรท

ดูเหมือนจะอยู่ในระดับกลางค่อยไปทางต่ำนิดหน่อยในบางจังหวะสำหรับขาเกมส์คงต้องทำใจนิดนึงและปรับตั้งค่าโดยตัวเองสักหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด ในเกมส์หนักๆอาจมีโหลดบ้างจากภาพที่เทสข้างต้นครับ

กล้อง

รอมกล้องเป็นแบบที่แบรนด์จีนไต่เต้าทั่วไปใช้กันอยู่ในตอนนี้คือเน้นความสวยงามของรอมแต่ส่วนตัวผู้เขียนเองอยากให้นำการปรับmanualแบบเดิมเข้าม่เสริมอีกหน่อยจะดูมากเลยในตอนนี้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้อยู่เราก็คงจะต้องพึ่งรายละเอียดที่ทางแบรนด์เซตมาให้ซะส่วนใหญ่ในโหมดโปรที่แท้จริงก็ปรับอะไรได้ไม่ค่อยได้มาก  แต่ถือว่าในโหมดautoของ u18 ทำมาได้ดีจนทำให้ลืใในส่วนของโหมด manualไปเลย เหมาะมากๆครับกับคนที่ชอบ auto ดังจะเห็นจากภาพตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ

ตัวอย่างภาพ

สรุปรวมๆจากการใช้จริงสำหรับผู้เขียนเองถือว่าโอเคในระดับราคาประมาณนี้ครับความไหลลื่นการเล่นโซเชียลการใช้งานทั่วไปในด้านต่างๆถือว่าอยู่ในขั้นดีทีเดียวจะหงุดหงิดหน่อยก็เฉพาะคนที่ชอบเล่นเกมส์หนักๆจริงๆเท่านั้นและพวกที่ต้องการเวนเซอร์ในการใช้งานเท่านั้นที่ดูเหมือนว่าจะไม่เหมาะเท่าไรนักแต่สำหรับ userทั่วไปส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่น่ามีผลอะไรมากนักวัดจากตัวผู้เขียนเองที่ใช้งานทั่วไปอย่างที่ทุกๆคนใช้กัน

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Ulefone power 3S โดยละเอียด

จากความสำเร็จของUlefone 3 มาบัดนี้ ได้เข้ามาติดๆจากการที่มีคำเรียกร้องของผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้สเปคและราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายและมีความใกล้เคียงกับUlefone Power 3 แน่นอนณบัดนี้มีออกมาแล้วนั่นก็คือเจ้า Phone Power 3 S ตัวนี้นี่เอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีงบจำกัดและอยากได้สเปคมือถือที่ใช้งานได้ดีทีเดียวโดยการลดสเปคของแรมลงเล็กน้อยจาก 6 เป็น 4GB Ram นั่นเอง

สเปคทั่วไป

Display: 6.0 inch 2160 x 1080 pixels IPS Corning Gorilla Glass 4 screen 
CPU: MTK6763 Octa Core 2.0GHz 
System: Android 7.1
Storage: 4GB RAM + 64GB ROM 
Cameras: 16.0MP + 5.0MP dual back cameras and 13.0MP + 5.0MP dual front cameras
Sensors: Gyroscope, Gravity Sensor, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, E-compass, Fingerprint Sensor
Features: GPS, GLONASS
Bluetooth: 4.1 + HS
SIM Card: dual SIM dual standby, 2 x Nano SIM card and a TF card can be inserted at the same time
Network: 
2G: GSM B2/B3/B5/B8 
3G: WCDMA 900/2100MHz
4G: FDD-LTE 800/900/1800/2100/2600MHz

งานประกอบ

เอากันตามตรงในเรื่อง Build Quality ถ้าไม่มีใครบอกว่านี้คือUlefone3 S คงไม่มีใครรู้แน่นอนเพราะรูปลักษณ์กายภาพทางภายนอกเหมือนกันแบบไม่มีที่ติเรียกได้ว่า Copy ทั้งหมดของ Power Ulefone3 มา ทั้งหมดเปลี่ยนแค่ไส้ในเท่านั้นเองและใส้ในที่เปลี่ยนก็เพียงแค่แรมลดมาเหลือแค่ 4 Gigabyteเท่านั้นเอง

system UI

อย่างที่เคยเกินเอาไว้ข้างต้นว่าเป็นโมเดลที่ถอดแบบผู้ที่มาเพราะฉะนั้นในเรื่องของ System ui หรืออะไรหลายๆเรื่องของโมเดลตัวนี้แทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากผู้ที่เลยแม้แต่น้อย System ui ก็เช่นเดียวกัน

system ระบบ

System ui ก็จะเหมือนกับ Stock Android 7.0และ 7.1 ทั่วไปที่จะมีหน้าตาของ ui ที่เรียบง่ายต่อการใช้งานสำหรับใครที่ชอบรูปแบบแบบคลีนๆแบบนี้ถือว่าเหมาะกับคนที่ชอบความเรียบง่ายได้อย่างดีทีเดียว

Perfromace ประสิทธฺภาพการทำงานเครี่อง

ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของโมเดลตัวนี้แทบไม่แตกต่างจากตัวผู้พี่เลยในการใช้งานจริงถ้าไม่สังเกตโดยละเอียดไม่สามารถแยกออกได้แน่นอน ทั้งในเรื่องของเซนเซอร์ จีพีเอส และการทำงานโดยรวม

และในอนาคตข่าวจากทาง Office ของ Ulefone ได้ให้คำมั่นในการอัพเป็น 8.0ในระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะตามไปดูกัน่อไป

BandMode

ในเรื่องการจับสัญญาณอีกประการหนึ่งสามารถใช้ได้ในประเทศไทยได้อย่างแน่นอนถึงแม้จะไม่มีคลื่น 850 แต่ก็ทดแทนด้วยคลื่น LTE 900 ได้อย่างสบายณปัจจุบัน และสามารถลองรับสัญญาณ 4g 3g ได้ทั้งสองซิมในเวลาเดียวกัน

เฟรมเรท

FPSพบว่าการทำงานอยู่ในระดับกลางๆทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้งานและการปรับตั้งของผู้ใช้เองด้วยครับ

กล้อง

รอมกล้องเช่นกันมีทุกๆอย่าง อย่างที่ Power3 ผู้พี่มีไม่มีอะไรผิดเพี้ยนต่างกันแค่ เซนเซอร์กล้องแค่นั้นที่ใช้กันคนละรหัสแต่ก็แทบแยกกันไม่ออกเพราะรหัสเซนเซอร์ที่ใช้ไม่ต่างกันมาก

ตัวอย่างภาพ

ถึงเซ็นเซอร์จะต่างกันแต่ภาพที่ได้ก็ไม่เห็นความแตกต่างมากนะแม้สังเกตโดยละเอียดก็แทบแยกไม่ออกมีความเหมือนที่แทบจะไม่แตกต่างกันเลยทีเดียวจากภาพที่เพื่อนๆจะได้เห็นตามที่แสดงไว้ด้านบน

สรุปแล้วหากให้คะแนนตัว Ulefone Power 3 กับ Ulefone Power 3Sกันแบบตัวต่อตัวเรียกได้ว่าผู้เขียนเองอาจให้คะแนน Ulefone Power 3 ลดลงแค่ 1 คะแนนเท่านั้นส่วนที่เหลือให้เท่ากันหมดโดยความที่ผู้เขียนเองได้ทดลองใช้งานจริงทั้ง 2 ตัวแล้วรวบรวมนำมาสรุปให้กับเพื่อนๆได้ได้ทราบข้อมูล เอาเป็นว่าใครสะดวกจะขยับแรมเพิ่มใช้งานตัว Ulefone Power 3ไปส่วนใครงบจำกัดก็ใช้งาน Ulefone Power 3S อย่างที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Meiigoo Note8 โดยละเอียด โดย @Axe

Tags :

Category : รีวิว

ถือเป็นแบรนด์ไต่เต้าแบนนึงที่มาเงียบเงียบแต่มีการทำบอดี้ของตัวโทรศัพท์ที่สวยงามถึงแม้ว่าจะดูเหมือนหลายโมเดลจะเป็นตัวเลียนแบบจากอินเตอร์แบรนด์ซะส่วนใหญ่แต่คุณภาพของตัวเครื่องและ Build Quality ก็ไม่ทำให้ผู้ใช้ผิดหวัง นั่นคือ style Meiigoo Note8 เดี๋ยวผมจะพาไปดูรายละเอียดๆต่างๆของเจ้าตัวนี้กัน

สเปคทั่วไป

โปรเซสเซอร์ Octa Core 1.5GHz  4GB of RAM ประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ

●หน้าจอ 2160 x 1080 FHD + ขนาด 5.99 นิ้วจอแสดงผล 18: 9 เต็มรูปแบบกับบอดี้ที่ดูเพรียวบางเพื่อให้พอดีกับมือของคุณ

● Android 7.0 แพลตฟอร์มที่รวดเร็วและสดใหม่เพื่อช่วยให้คุณเชื่อมต่อและมีประสิทธิภาพในขณะที่คุณเดินทางหรืองานด้านต่างๆ

●หน่วยความจำ ROM ขนาด 64 GB และสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำได้ถึง TFGB 256GB ให้หน่วยความจำขนาดใหญ่สำหรับเพลงแอพพลิเคชันรูปภาพและวิดีโอ ฯลฯ

● 5.0MP (SW 8.0MP) กล้องด้านหน้าและกล้องด้านหลัง 16.0MP สร้างภาพบุคคลที่สวยงามและจับภาพที่สวยงามได้ทุกที่ทุกเวลา

คุณสมบัติพิเศษ:

●สแกนเนอร์ลายนิ้วมือ /  Incell Screen / 3D Glass โค้ง● GPS ●เซนเซอร์ตรวจจับแสงโดยรอบ / เซ็นเซอร์ตรวจจับความโน้มถ่วง / / Gyroscope / Accelerometer

●เครือข่าย: 2G: GSM 850/900/1800 / 1900MHz

3G: WCDMA 850/900 / 2100MHz

4G: FDD-LTE 800/900/1800/2100 / 2600MHz

งานประกอบ

ในเรื่องของงานประกอบแทบจะไม่ต้องพูดถึงเหมือนโมเดลของแบรนด์ไต่เต้าของจีนในตอนนี้ที่แทบบอกได้เลยว่ามีคุณภาพดีมากๆเกือบทุก Model ที่ทำออกมาในแบรนด์อื่นอื่นด้วยการแข่งขันกันทำออกตลาดต่างประเทศจึงทำให้งาน Build Quality ทำออกมาได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกค่ายทุกแบรนด์ แน่นอนเจ้าตัว Meiigoo Note8นี้ก็เช่นกัน

system UI

System ui เป็นสไตล์การของมือถือที่ทำมาออกตลาดในช่วงแรกแรกกับแบรนด์น้องใหม่จะเป็นสไตล์นี้กันหมดดูเหมือนจะใช้ ui ที่จ้างบริษัทหนึ่งทำแล้วใช้กันทั่วไปในสไตล์การสร้างมือถือที่กำลังจะออกตัวในค่ายที่เป็นน้องใหม่แรกๆแต่การทำงานไม่ได้มีข้อเสียหรือข้อติติงอะไรที่ดูเหมือนจะมีปัญหาเยอะให้เราลำบากใจหรือไม่สะดวกในการใช้งานเลยถือว่าเป็น ui ที่ใช้ได้ดีพอสมควร

system ระบบ

และแน่นอนในส่วนของรอมมากับ Android 7.0 ซึ่งจะมีลักษณะไม่แตกต่างจาก 7.0 ทั่วทั่วไปแต่ในโมเดลนี้จะมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือการสแกนลายนิ้วมือกับการปลดล็อคด้วยใบหน้าที่ติดมากับเครื่องตัวนี้ด้วยและมีการใช้งานฟีเจอร์ต่างต่างที่ทำให้เราใช้งานเครื่องได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นดังจะเห็นได้จากรูปภาพข้างบนนี้ เท่าที่ทดสอบฟีเจอร์ต่างๆทำงานได้ดีโดยเฉพาะปลดล็อคด้วยใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือที่แยกอิสระจากกันโดยที่ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ๋งเหมือนโมเดลอื่นๆที่ยังทำไม่สมบูรณ์

Perfromace ประสิทธฺภาพการทำงานเครี่อง

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าเจ้ามือถือตัวนี้มากับหน้าจอที่เป็น full hd Plus กับ Android 7.0 ROM ที่ 4 RAM ที่ 64 ใช้ gpu เป็นmali 860 ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานทั่วไปในการทำงานต่างๆเช่น Social หรือท่องเว็บหรือการดูยูทูปสามารถทำได้สบายโดยที่ไม่ติดขัดอะไรและผู้ใช้ต้องเป็นกังวลใจ

GPS

การทำงานของGPSถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยก็ว่าได้ใช้เวลาไม่มากในการจับสัญญาณแม้ว่าจะอยู่ในที่ร่มและไม่ได้ใช้ดาต้าหรือไวไฟช่วยแต่อย่างใด

BandMode

สำหรับใครที่กังวลเรื่อง 850 ในไทยไม่ต้องกลัวกับโมเดลนี้แน่นอนสามารถรับสัญญาณทุกเครือข่ายของไทยในโมเดลนี้อย่างสบายใจไม่ว่าคุณจะอยู่ในพื้นที่ไหนก็สามารถที่จะเลือกเครือข่ายที่เหมาะสมกับผู้ใช้ในพื้นที่นั้นนั้นได้โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราซึ่งบางแห่งอาจยังต้องพึ่งสัญญาณ 850 อยู่ฉะนั้นสสำหรับโมเดลนี้ตัดกังวลเรื่องนี้ไปได้สบายเลย และแน่นอนมันสามารถรับ4/3 , 3/3 หรือเรียกง่ายๆว่ามันสามรถstanby 4g 3g ได้พร้อมกันสองซิมในเวลาเดียวกัน

ประสิทธิภาพการทำงานอื่นๆ

 

การทำงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพต่างๆเป็นไปในทางบวกทั้งหมดไม่ว่าจะในเรื่องของเซนเซอร์ที่ให้มาครบๆการจับไวไฟที่ดีคะแนนaututuที่สามารถคาดเดาการทำงานโดยรวมของเครื่องและทัชสกรีนที่มีความแม่นยำที่สูง อย่างที่เห็นในภาพด้านบนเป็นต้น และเพื่อนสามารถดูประสิทธิภาพต่างๆได้จากวีดีโอของล่างนี้

 

เฟรมเรท (สำหรับคอเกมส์)

จากการเทสFPSพบว่าการทำงานอยู่ในระดับกลางๆการเล่นเกมส์อาจจะต้องปรับตั้งให้เหมาะกับค่าที่ได้จึงจะสามารถเล่นได้อย่างไม่มีกระตุกทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้ในการปรับตั้งเองด้วยครับ

กล้อง

รอมของกล้องเป็นรอมที่ทำออกมาในมือถือแบรนด์ไต่เต้าน้องใหม่ที่นิยมกันจะออกมาในแนวนี้คือมีค่า setting และฟีเจอร์ต่างต่างดังที่เห็นในภาพซึ่งการใช้งานถือว่าพอใช้และอยู่กับการปรับตั้งและการใช้กล้องของผู้ใช้เองด้วยในการจะถ่ายรูปให้ออกมาดี แต่ในส่วนของโหมด โปเก้ก็ยังถือว่าเหมือนไต่เต้่ทั่วๆไปคือยังเป็น gimmick อยู่ไม่ได้ใช้ซอฟแวร์ช่วย

ตัวอย่างภาพ

สรุปโดยรวมของเจ้าMeiigoo note 8 ตัวนี้ในการใช้งานทั่วไปเช่น Social หรือดูคลิปต่างๆสามารถทำได้ด้วยดีเลยทีเดียวเนื่องจากมี CPU และ gpu ที่อยู่ในระดับกลางค่อนไปข้างบนและมีหน้าจอที่สวยงามในการใช้งานจึงสรุปได้ว่าการทำงานทั่วไปสามารถใช้งานได้อย่างดีทีเดียวส่วนจะมีข้อติในเรื่องของกล้องที่อาจจะต้องมีการปรับตั้งโดยผู้ใช้บ้างเล็กน้อยในการถ่ายรูปในสภาวะแสงต่างๆซึ่งภาพที่ได้ออกมาจะเป็นภาพที่ดีหากเราได้เรียนรู้การใช้งานของกล้องดังที่ผมโชว์ให้กับเพื่อนๆเห็นในภาพ

 

ไป ช้อปปิ้ง


ล่าสุด

หา