รีวิว – Page 2 – ChinaPhoneThai

Category Archives: รีวิว

  • -

Elephone U pro รีวิวโดยละเอียด

Tags :

Category : รีวิว

ซื้อ Elephone U

Elephone U pro ได้เปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ ถือว่าเป็นแบรนด์แรกที่กล้าจะทำอะไรที่แตกต่างจากแบรนด์ไต่เต้าทั่วไปในผู้ผลิตมือถือจีนทั้งหมด กล่าวคือเป็นแบรนด์ต้นๆก็ว่าได้ที่กล้าจะทำมือถือที่เป็นกล้องคู่ที่แท้จริงออกมาให้ผู้ใช้ได้ใช้กันโดยก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ 1-2 แบรนด์ที่จับกล้องคู่แบบที่เป็นกล้องคู่จึงมาใส่ในโมเดลของตัวเองจากนี้ไปเราคงจะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์ไต่เต้าของจีนจากการเริ่มต้นของ U pro นี่เอง

สเปคทั่วไป

  • Elephone U Pro 4G Phablet 5.99 นิ้ว Android 8.0
  • หน้าจอ:5.99 นิ้ว 2160 x 1080 พิกเซล Corning Gorilla 5
  • ซีพียู: Qualcomm Snapdragon 660 Octa Core 2.2GHz 
  • ระบบ: Android 8.0
  • พื้นที่จัดเก็บ: แรม 6GB + ROM 128GB
  • กล้อง: กล้องด้านหน้า 8.0MP และกล้องด้านหลังแบบคู่ 13.0MP + 13.0MP
  • เซนเซอร์: Gravity Sensor, Fingerprint Sensor, Hall Sensor, Gyroscope, E-Compass, Proximity Sensor, Ambient Light Sensor
  • ซิมการ์ด: dual SIM dual standby, 2 x Nano SIM cards or 1 TF card + 1 Nano SIM card
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz CDMA BC0
  • 3G: WCDMA 900/2100MHz TD-SCDMA B34/B39
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B5/B7/B20 TDD-LTE B38/B39/B40/B41

งานประกอบ

ในเรื่องของงานประกอบของเจ้า Elephone U proตัวนี้แทบจะไม่มีข้อติดเลยทีเดียวกับความสวยงามและเฉพาะอย่างยิ่งใครที่ชอบจอที่เป็นแบบไร้ขอบและโค้งมนทำให้ความรู้สึกถึงความพรีเมี่ยมมากๆประกอบกับหน้าจอที่เป็น Super amoled ทำให้ดูเจ้ามือถือตัวนี้มีความเป็นอินเตอร์แบรนด์เข้าใกล้อินเตอร์แบรนด์เลยทีเดียวและด้วยราคากับสเปคที่มากับเครื่องแบบนี้ทำให้ทุกคนต้องหยุดตัดสินใจเมื่อจะซื้อมือถืออินเตอร์แบรนด์ในราคาที่สูงกว่านี้ เกือบครึ่ง

system UI

System ui ของเครื่องดูแปลกตาและมีความสวยงามเรียบง่ายภายในตัวประกอบกลับมาคู่กับจอที่เป็นไร้ขอบโค้งมนและเป็น Super amoled ทำให้ดูมีความสบายตาและสวยงามเวลามองจากหน้าจอ และดูมีความกลมกลืนระหว่าง Pure Android กับ System ที่มี ui ครอบอยู่เรียกว่าผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

system ระบบ

System ของระบบที่มากับ Android 8.0 ทำให้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้นในระบบของเครื่องจากภาพจะเห็นได้ว่ามีฟีเจอร์ต่างๆที่ไม่เคยเห็นจาก Android 7.1.1 เพิ่มมาเล็กน้อยแต่ในอนาคตหากมีการ OTA ก็จะสามารถมีฟีเจอร์ต่างต่างในการใช้งาน Android 8.0 ได้อย่างสมบูรณ์แต่ถึงแม้จะเป็นตัว Beta ใน Android 8.0 ความลื่นไหลของตัวระบบเองก็ไม่ทำให้เราเสียอารมณ์ในการใช้งานระบบของเครื่องไหลลื่นและ Smooth เลยทีเดียวในการใช้งานทั่วไปยังไม่เห็นการหยุดของ App ต่างๆที่ไม่สมบูรณ์ให้เห็นผมจึงสรุปได้ว่า Android 8.0 ตัว Beta นี้ในอนาคตถ้าอัพเดทโดยสมบูรณ์จะสามารถใช้งานได้ดีกับเจ้า Elephone U proตัวนี้อย่างแน่นอน

ฟั่งชั่นและลูกเล่นเก๋ๆ

Perfromace ประสิทธฺภาพการทำงานเครี่อง

อย่างที่บอกเพื่อนๆไว้ข้างต้นเจ้า Elephone U Pro ตัวนี้มากับ CPU สแนปดรากอน 660 และ gpu adreno 512 หน้าจอ Super amoled FHD Plus มากับ Ram ที่ 6 romที่ 128 หลักการทำงานของ CPU สแนปดรากอน 660 ตัวนี้ทำงานแบ่งเป็น 2 cluster ด้วยกันวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงสุด 2.2 กิ๊กกะเฮิร์ท

GPS

การทำงานของจีพีเอสไม่มีที่ติรับสัญญาณได้ดีเยี่ยมแม้อยู่ในที่ร่มมีความแม่นยำสูงมากและจับได้รวดเร็วถือได้ว่าเป็นข้อเด่นอีกข้อของเจ้า U pro เลยก็ว่าได้

การรับสัญญาณโทรศัพท์

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ snap 660 ของเจ้า U pro ตัวนี้ก็คือสามารถสนทนาโดยการใช้4Gในการโทรออกหรือแม้กระทั่งการออนที่ดูเหมือนจะเป็น4g/4g (จากการเทสของผู้เขียนเอง) คือการออนสัญญาณ 4gทั้งสองซิมในเวลาเดียวกันนั่นเอง เข้าใจแบบง่ายๆ^^

แบตเตอรี่

การควบคุมการบริโภคพลังงานในซีพียูตัวนี้ก็ถือมาดีมากในการเปรียบเทียบกับซีพียูต่างค่ายอย่าง Helio p23 mtk6763 ที่ถือว่าจัดเป็นซีพียูที่ประหยัดเหมือนกัน การใช้งานที่12ชม.กับการเปิดหน้าจอเทสตลอดถือว่าจัดเป็นครึ่งหนึ่งเทียบเท่า Helio p23 ในแบต 6000 mAh เลยทีเดียว

การทำงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพต่างๆเป็นไปในทางบวกทั้งหมดไม่ว่าจะในเรื่องของเซนเซอร์ที่ให้มาครบๆการจับไวไฟที่ดีคะแนนaututuที่สามารถคาดเดาการทำงานโดยรวมของเครื่องและคะแนนการทำงานของซีพียูที่ดูดีในแอฟ bench mark อย่างที่เห็นในภาพด้านบนเป็นต้น

เฟรมเรท (สำหรับคอเกมส์)

จากการเทสFPSพบว่าการทำงานราบรื่นเลยทีเดียวแม้ในขณะเปลี่ยนฉากเฟรมเรทก็ไม่ตกแบบน่าใจหายตัวเลขขยับเพียงเล็กน้อยอยู่ในช่วง 58-60 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีทีเดี่ยวแน่นอนผมคิดว่า U pro ตัวนี้ไม่ทำให้คอเกมส์ผิดหวังแน่นอน

กล้อง

 

รอมกล้องที่ดูฉีกออไปจากเดิมและเป็นการตัดสินใจของElephoneด้วยก็ว่าได้ได้ที่เอาซอฟแวร์กล้องของArcsoftเข้ามาช่วยในการทำงานของกล้องโดยฌฉพาะการการในโหมด Bokehหรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอที่กำลังฮิตกันอยู่ในตอนนี้แต่ส่วนตัวที่ทดสอบในเบื้องต้นยังเห็นสิ่งทีต้องปรับปรุงอยู่เล็กน้อยซึ่งคงต้องคอยOTA กันสักระยะหนึ่งในส่วนของกล้องที่ในโหมด Bokehยังดูไม่ฉลาดพอซึ่งแน่นอนหากไม่ฉลาดพอการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอแบบมือสมัครเล่นแบบผมคงเป็นงานยากพอตัว^^แต่สำหรับในโหมดของกล้องอื่นๆและลูกเล่นถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมากครับ ดังที่จะโชว์ให้เพื่อนๆเห็นจากภาพด้านล่างนี้เป็นต้น

ตัวอย่างภาพ

สรุปโดยรวมของเจ้า Elephone U pro ตัวนี้ในความรู้สึกส่วนตัวผมว่ามันได้ใจคนใช้งานโดยทั่งไปอย่างผมเลยทีเดียวและคิดว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆคนที่ได้สัมผัสมันตัวเป็นๆทั้งงความลื่นไหลในการใช้งานแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องกังวลในการให้งานต่อวันอยู่ที่จะเหลือเท่าไร่แค่นั้นและที่สำคัญรูปทรงกับสเปคที่ได้เมื่อเทียบกับราคาส่วนตัวผมว่ามันคุ้มค่ามากสำหรับใครที่มองหามือถือสักตัวที่ดูโดดเด่น

สำหรับข้อติเพียงเล็กน้อยก็คือในเรื่องของรอมกล้องที่เป็นโหมดโปเก้แค่นั้นที่เราอาจต้องรออัพเดทและรอมแอนดรอยด์ 8.0ที่ยังเป็นตัวเบต้าอยู่นั่นเองแต่ลึกๆส่วนตัวเท่าที่รู้จักแบรนด์นี้มาบ้างแน่นอนคิดว่าการอัพเดทจะมาในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอนครับ

ภาพเปรียบเทียบ elephone u pro กับ s8+

ซื้อ Elephone U

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Maze Alpha x โดยละเอียด

Tags :

Category : รีวิว

เมื่อพูดถึงมือถือ house brand น้องใหม่ที่น่าจับอีกแบรนด์คงต้องมีชื่อ Maze อย่างแน่นอนเนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้ออกรุ่นมือถือของบริษัทออกสู่ตลาดได้ประมาณสามรุ่น และดูเหมือนทั้งสามรุ่นจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้เกือบทั่วโลก และรุ่นล่าสุดที่เราจะกล่าวถึงคงหนีไม่พ้น Maze Alpha X

ซื้อ Maze Alpha X

รายละเอียดสเปค

MAZE Alpha X 4G Phablet Android 7.0 6.0 นิ้ว MTK6757 Octa 2.5GHz 6GB RAM 64GB ROM

  • จอแสดงผล: 6.0 นิ้ว 2160 x 1080 พิกเซล หน้าจอ LG
  • CPU: MTK6757 Octa 2.5GHz
  • ระบบ: Android 7.0
  • กล้อง: กล้องด้านหน้า 8.0MP Sony IMX219 + พร้อมกล้องด้านหลัง13.0MP Sony IMX258
  • เซนเซอร์: เซ็นเซอร์ตรวจจับความโน้มถ่วง, Gyroscope, เซนเซอร์จับความใกล้เคียง, เซนเซอร์ Hall, E-compass
  • ซิมการ์ด: ซิมการ์ดแบบคู่ Nano SIM + Nano SIM
  • MAZE อัลฟา 4G Phablet – ดำ
  • คุณลักษณะ: GPS / HotKnot / Glonass / Beidou
  • RAM ขนาด 6GB 64GB ROM FullHD+
  • Bluetooth: 4.1
  • GSM: 850/900 / 1800 / 1900MHz
  • WCDMA: 900 / 2100MHz
  • FDD-LTE: B1 / B3 / B7 / B8 / B20

ด้วยความโดดเด่นและความสวยงามของบอดี้ที่เมื่อใครได้พบเห็นต้องสะดุดตาอย่างแน่นอนจึงไม่แปลกใจกับยอดขายที่ดีของรุ่นนี้ในช่วงที่ผ่านมา

หน้าตา Ui

หน้าตามีความเป็นเพรียวandroid สำหรับใครที่เคยชินรับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

system ระบบ

systemของระบบมากับ Android 7.0 เป็นหลายภาษาให้เราเลือกใช้งานรวมทั้งภาษาไทยด้วยครับ ฟั่งชั่นต่างๆดูเรียบง่ายไม่ยากที่จะลองเล่นและใช้งาน

performance เครื่อง

Maze alpha x นี้ให้ความเป็นมือถือระดับต้นๆของคนที่เป็นเจ้าของได้แน่นอน อันจะเห็นได้จากรายละเอียดด้านบนตามรูป หน้าจอที่มากับ FHD+ แรม6 รอมที่ 64 เซนเซอร์กล้อง ของ sony imx 258 สำหรับกล้องหลังและกล้องหน้าก็เช่นเดียวกันใช้ของ sony imx 219

สำหรับคลี่นที่รองรับสามารถใช้กับบ้านเราเมืองไทยได้อย่างสบาย รองรับการสแตนบาย 4g/3g สำหรับหรับคนที่ให้สองซิมแทบไม่ต้องกังวล จะมีเพียงแต่คลื่น 850 wcdma ที่จะเป็นปัญหากำคนที่ใช้ค่ายมายเท่านั้นที่ไม่สามารถรับได้ แต่โดยรวมซึ่งก็มีส่วนน้อยแล้วในตอนนี้ ที่คนส่วนใหญ่จะใช้ค่ายนั้น ทั้งในเรื่องค่าบริการของทุกค่ายมืถือที่ถูกแสนถูกมีรองรับให้ผู้ใช้ใช้อื่นๆได้เลือกหานำมาใช้ อีกทั้งคลื่นที่ครอบคลุมไปทั่วประเทศซึ่งปัญหาแทบจะไม่มีเลยในการรับสัญญาณเมื่อเทียบกับ 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยการมี LTE 900 ถือว่าเข้ามาแทนที่ wcdma 850 ได้อย่างลงตัว

และสำหรับ GPS การรับสัญญาณถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียวจากการทดสอบการจับสัญญาณที่ใช้งานตัวเครื่องอย่างเดียวไม่เปิดดาต้าและไวไฟช่วยดังจะเห็นได้จากภาพ

ในด้านการทดสอบอย่างอื่นของ Maze alpha x ตัวนี้ถือว่าผ่านโดยสมบูรณ์ ทั้งเรื่อง ทัชสกรีน เซนเซอร์ต่างๆที่ให้มาครบๆในตัวเครื่อง และ การรับไวไฟที่ดีเอามากๆ

สำหรับคะแนน ที่ได้จากอันตูตู้ถือว่าอยู่ในระดับดีสำหรับคนที่ชอบดูคะแนนแหละวิเคราะห์การทำงานของเครื่องอย่างคร่าวๆ

น่าแปลกใจเล็กน้อยที่ผลการรทดสอบ FPS ไม่น่าเป็นที่พอใจสำหรับคนเล่นเกมส์แน่นอนอาจจะต้องรอการปรับปรุงของทาง Maze จากการ OTA สักระยะแล้วอะไรต่างๆในเรื่องนี้อาจดีขึ้นตามลำดับแล้วเราจะมาแจ้งให้ทราบในลำดับต่อๆไป

กล้อง

รอมของกล้องท่ี่ให้มาไม่แตกต่างจากแบรนด์ไต่เต้าหลายๆแบรนด์ที่นิยมใช้รอมแบบนี้กันเป็นปกติธรรมดาของตลาดมีอถือจีนที่ใครออกแบบไหนก็จะตามๆกันไปไม่ให้น้อยหน้ากัน ดังจะเห็นจากภาพ มีโหมดกล้องต่างๆให้เราเลือกมากมาย รวมทั้งโหมดโปรที่ส่วนตัวผมคิดว่าใช้อะไรไม่ได้มาก ต้องมาวัดกันที่ภาพที่ออกมากันอีกทีว่า Maze alpha x ตัวนี้จะทำได้ดีไหมดังที่ผมจะยกตัวอย่างภาพในอันดับต่อไป

ภาพจาก Maze alpha x

และนี่คือภาพที่ได้จาก Maze alpha x ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเองพอใจในคุณภาพของกล้องกับสีสันจริงๆที่มองผ่านหน้าจอ ถือได้ว่ามีคุณภาพและให้สีสันที่ออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะโหมดมาโคร ภาพวิว และ อะไรหลายอย่างของภาพถือเป็นที่น่าพอใจโดยเพื่อนๆจะสังเกตได้จากรูปด้านบน

สำหรับใครที่สนใจ  Maze alpha x ตัวนี้สามารถหาซื้อได้จากลิ้งด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ซื้อ Maze Alpha X

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว K6 กับความลงตัวของ แบรนด์ Oukitel ตระกูล K series

อาจกล่าวได้ว่า Oukitel คือแบรนด์ไต่เต้าเจ้าหนึ่งในทั้งหมดที่มีชื่อเสียงของการผลิตแบตเตอรี่โฟน แน่นอนหนึ่งในตะกูล K series ของ Oukitel เป็นอีกหนึ่งของความมีชื่อเสียงทางด้านนี้โดยเฉพาะมือถือที่มีแบตเยอะๆ ดังจะเห็นได้จากรุ่น K4000 K6000 K10000ซึ่งแยกย่อยออกมาอีกเป็นรุ่น Plus และ Pro ในขณะนั้น มาถึงตอนนี้ รุ่นล่าสุดในตระกูลนี้คงหนีไม่พ้น Oukitel K6 และ Oukitel K10 ตามลำดับ….ในที่นี้เรามาเริ่มที่เจ้า  Oukitel K6 กันก่อนเลย

สเปคทั่วไป

หน้าจอ6.0 inch, 2160 x 1080 pixels FHD+ screen
ซีพียูMTK6763 Octa Core 2.0GHz
ระบบAndroid 7.1
กล้อง: 21.0MP + 8.0MP ( SW 16.0MP + 8.0MP ) rear camera + front camera 13.0MP + 8.0MP ( SW 8.0MP + 8.0MP )
เซนเซอร์Ambient Light Sensor, Gravity Sensor, Proximity Sensor
ฟั่งชั่น: GPS, A-GPS
● บลูทูส: BT4.0
● เครือข่าย:
GSM 850/900/1800/1900MHz
WCDMA 900/2100MHz
FDD-LTE 800/900/1800/2100/2600MHz

system UI

หน้าตา ui เป็นเอกลักษ์ในแบบ Oukitel ถ้าใครเคยสัมผัสมาจะรู้ได้ทันทีว่าอารมณ์ไอค่อนอะไรต่างๆในลักษณะนี้คือแบบที่ถนัดของOukitel

system ระบบ

k6 มากับ แอนดรอยด์ 7.1.1 ออกจากกล่องกันมาเลยแน่นอนว่ามีเปอร์เซนต์สูงอย่างมากที่อาจจะได้อัพเป็น 8.0ในไม่ช้านี้ เรื่องภาษาแน่นอนครับไม่ต้องกังวลสำหรับคนไทย ที่สำคัญมีฟั่งชั่น NFC ช่วยในการใช้งานต่างๆสำหรับคนที่มองหามือถือที่มีฟั่งชั่นประเภทนี้

Performance

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าสเปคต่างๆของเจ้าK6ตัวนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ ซีพียูตัวใหม่นั่นคือ Helio P23 ซึ่งใช้GPUตัวใหม่ล่าสุดเช่นกันคือ Mali G71 ซึ่งถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นของมืถือจีนไต่เต้าตัวนี้

ในเรื่องคลื่นสามารถลองรับซิมได้ทุกเครือข่ายของไทยอาจมีปัญหาเล็กน้อยสำหรับคนที่ใช้ซิมมาย 3G ซึ่งปัจจุบันการใช้คลื่น 850ไม่ค่อยเป็นปัญหาเหมือนแต่ก่อนแล้ว

 

ในด้านของคะแนน aututu คร่าวๆถือว่ามีคะแนนอยู่ในระดับกลางGPSดูเหมือนจะรับสัญญาณที่ไม่ดีนักอาจจะต้องรอการotaจากทาง Oukitel หน้าสัมผัสชั้นเยี่ยม 10 จุุดและมาพร้อมกับ sensor ที่ครบครันกันเลยทีเดียว

และสำหรับคอเกมส์ทั้งหลายคุณสามารถดูตัวอย่างได้จากวีดีโอคลิปนี้กับการไหลลี่นของตัวเกมส์การบริโภคแบตเตอร์ด้วยGPUที่ทำมาลองรับการเล่นเกมส์ได้อีกสเตปหนึ่ง

กล้อง

รอมกล้องก็จะมีฟั่งชั่นดั่งที่เพื่อนๆเห็นภายในภาพมีการปรับตั้งค่าในหลายๆอย่างทั้ง โหมด ออร์โต้ โหมดสวยงาม โหมดพาโนรามา โหมด SLR รูปร่างหน้าตาเหมือนรอมกล้องที่กำลังฮิตอยู่ในแบรนด์ไต่เต้านะตอนนี้

แหละนี่คือภาพบางส่วนที่ถ่ายด้วยกล้องตัวนี้ถือว่าให้สีสันได้ดีเลยทีเดียว ภาพทั้งในที่มีแสงและเเสงน้อยดูเหมือนว่ากล้องจะทำงานได้เป็นที่น่าพอใจในระดับนึงเลย จากตรงนี้ไปหากเพื่อนสนใจอยากเป็นเจ้าของ K6 สามารถเลือกซื้อตามลิ้งที่มอบให้ข้างล่างนี้ครับ

https://goo.gl/5piz7o

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Oukitel k10 11000mAh โดยละเอียด

หลังจากช่วงเดือนธันวาที่ผ่านมา Oukitel ดูเหมือนจะเน้นมือถือที่เน้นในเรื่องแบตเตอรี่เป็นหลักโดยมือถือที่สร้างกระแสและยอดขายของ Oukitel เกี่ยวกับเรื่องมือถือประเภทแบตเตอรี่โฟนในช่วงปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น K10000 pro ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับตลาดมือถือของจีนเป็นอย่างมากเกี่ยวกับมืถือประเภทนี้ และจากโมเดลต้นแบบมาวันนี้ Oukitel งัดไม้เด็ดก่อนใครในการเปิดตัว K10 ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็น ภาค 2 ของ K 10000 pro ก็ว่าได้

สเปคทั่วไป

OUKITEL K10 4G  หน้าจอ 6.0 นิ้ว 2160 x 1080 พิกเซล FHD +  MTK6763 Octa Core 2.0GHz System: Android 7.0

ที่เก็บข้อมูล: 6GB RAM + ROM 64GB:

กล้องด้านหลัง 16.0MP + 0.3MP (SW 21.0MP + 8.0MP) และกล้องด้านหน้าคู่ 8.0MP + 0.3MP (SW 13.0MP + 8.0MP)

เซนเซอร์ตรวจจับแรงดึงดูด , E-compass, Gyroscope Features: GPS Bluetooth: 4.0 ซิมการ์ด: ซิมการ์ด 2 ซิมการ์ด nano และSD card สามารถใช้ได้ในเวลาเดียวกัน

เครือข่าย:

2G: GSM 900/1800 / 1900MHz

3G: WCDMA B1 / B8

4G: FDD-LTE B1 / B3 / B7 / B8 / B20

system UI ของเครื่อง

หน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ของ Oukitel และ รวมถึงความเป็นเพรียวแอนดรอยด์โดยแท้จริง มากับระบบ แอนดรอยด์ 7.11 ออกจากกล่องมาเลยคาดเดาได้ไม่อยากครับว่ามีโอกาสอัพ เป็น 8.0ในไม่ช้านี้

system ระบบ

สำหรับ K10 ตัวนี้มีอะไรที่เพิ่มมากขึันไปกับอะไรหลายๆอย่างที่เคยมีจาก K10000 pro แน่นอนมาดูกันที่ลูกเล่นที่เพิ่มมากขึ้นภายในระบบเองที่ใส่ม่ทำให้เราใช้งานได้สะดวกเต็มประสิทธิภาพโดยที่ไม่ต้องมองหาการรูทกันให้ยุ่งยากเลยทีเดียว ฟั่งชั่นต่างๆที่ให้มา เช่น สกรีนช๊อท จับภาพหน้าจอโดยการใช้สามนิ้วรูด หรือ การปิดหน้าจอเพียงแค่กดสองครั้งที่ปุ่มโฮม หรือ การเปิดหน้าจอโดยใช้งาน สแกนลายนิ้วมือ การเปิดจอโดยการใช้ฟีเจอร์ต่างๆมากมายดังที่เราเห็นในภาพ การใช้ QR code และการใช้ NFC ซึ่งเป็นฟั่งชั่นที่แสนสบายในการชำระเงินผ่านเครื่องรองรับในร้านค้าที่มีเครื่องมือรับชำระในแบบนี้ โดยที่เราไม่จำเป็นที่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากอีกต่อไป แหละอีกหลายๆฟั่งชั่นที่เติมเต็มมาเพียบ

Performance

สำหรับคะแนน Aututu คร่าวจะประมาณนี้ครับจะน้อยกว่า helio p25 นิดหน่อยเหนื่องจากเป็นการออกแบบซีพียูให้มีการประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น แต่มีผลไม่มากจากการใช้งานทั่วไปจะเห็นบางเล็กน้อยก็ต่อเมื่อเล่นเกมส์หนักๆซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าตั้งเฟรมเรทที่พอดีๆ

จุดที่หน้าสนใจคือการจับ GPS ของเจ้าK10 นี้ผมให้ระบบห้าดาวเลยทีเดียวจากการเทสจับสัญญาณในบ้านโดยที่ไม่ได้เชื่อมต่อดาต้าหรือไวไฟยังสามารถจับได้ขนาดนี้ก็เอาไปเลยครับห้าดาวไม่มีข้อสงสัย

เช่นเคยครับการรับคลื่นที่สามารถออน 4G/3G ได้พร้อมกันเหมาะสำหรับคนใช้สองซิมอย่างแน่นอนถึงแม้จะไม่มี wcdma 850 ก็ตาม อย่างที่เคยเกลิ่นไปในหลายๆรีวิวว่าปัญหาการไม่สามารถรับ wcdma 850 สมัยนี้แทบจะไม่มีผลกระทบใดๆเนื่องจากมีหลายเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศในขณะนี้

ที่สำคัญที่สุดของเจ้า K10 ตัวนี้คือการเปิดตัวที่มาพร้อมกับ Soc ใหม่ นั่นคือ  Helio P23 ที่ทำให้ผมต้องหลงรัก ซีพียูตัวนี้กันเลยที่เดียวนอกจาก K10 จะมากับแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 11000 mAh ซีพียูตัวใหม่นี้ยังสามารถที่จะครอบคุมการใช้จ่ายของพลังงานที่บอกกับเพื่อนได้เลยว่าผมไม่เคยเจอมาก่อนที่มันสามารถจะควบคุมได้ดีในขณะนี้ ส่วนตัวผมให้เป็นซีพียูที่มีความอึดมากๆๆๆของต้นปีนี้เลยก็ว่าได้ ยังเฝ้าคอยดูว่าคู่แข่งอย่าง Qualcomm จะโชว์ผลงานตัวไหนมาเทียบเคียง P23 ได้อันนี้เรามาคอยดูกัน แต่ที่แน่ๆหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กังวลเรื่องแบตในการใช้งานของโทรศัพท์ผมรับรองได้ว่า P23 ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าK10 ตัวนี้

แทบจะบอกความคุ้มค่าของมือถือตัวนี้ได้ไม่หมดหากคูณได้มีโอกาสได้ลองมันตัวเป็นๆแบบผมการให้มาซึ่งsensorที่คบถ้วนในแบบที่Oukitel ไม่เคยใส่มาครบๆแบบนี้มาก่อน ดังภาพที่เพื่อนๆเห็นในด้านบน และด้านล่างนี้เพื่อนๆจะได้เห็นคลิปตัวเป็นๆกับความน่าเอามาลองมาใช้เป็นเจ้าของสักตัว

ความลงตัวความสวยงามของบอดี้มืถือตัวนี้ที่ทำมาจนต้องเหลียวหลักมองหากคุณได้พบเห็นมันตัวเป็นๆกับน้ำหนักที่ไม่น่าเชื่อในการถือเมื่อเทียบกับแบตขนาด 1100 mAh

กับเทคโนโลยีชาร์จเร็วตัวใหม่ที่Oukitelภูมิใจนำเสนอต่อทุกๆคนที่ต้องการจะเป็นเจ้าของมือถือตัวนี้

และนี่คือข้อพิสูจน์อย่างแท้จริงและเห็นกับตาตัวเองว่าความแตกต่าง ถึง10 จุดที่ K10 มีให้มากกว่า Generation เก่าอย่างK 10000 pro มีอะไรบ้าง

กล้อง

ในเรื่องของรอมกล้องไม่มีอะไรแตกต่างจากรอมกล้องของแบรนด์ไต่เต้าทั่วๆไปที่จะออกมาในรูปแบบนี้เกือบจะทั้งหมดในยุคนี้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำคัญอะไรมากนัก ถ้าเราไม่เน้นการถ่ายรูปโปรมากสักเท่าไร่ เพราะหากคุณไม่ได้เป็นแบบที่ผมพูดระดับความสามารถของกล้องตัวนี้ที่มากับ เซนเซอร์กล้องของ samsung รหัส s5k5p3sx ก็สามารถให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพในสไตร์ง่ายๆในแบบที่คุณเป็นได้ดีทีเดียว

ภาพจาก Oukitel K10

ท้ายนี้ผมไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเจ้า K10 ตัวนี้จะเป็นมืถือทีมาแรงอีกตัวในต้นปี 2561 นี้อย่างแน่นอนเมื่อเทียบอะไรหลายๆอย่างที่ให้มาเพิ่มจากโมเดลเก่าในแบต 10000 mAh แน่นอนหากเพื่อนๆอยากพิสูจน์ว่าเจ้า K10 ตัวนี้จะดีจริงอย่างที่ผมรีวิวไว้หรือไม่เพื่อนๆสามารถเป็นเจ้าของ K10 ได้ตามลิ้งที่อยู่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Ulefone Power 3 VS Oukitel K6 VS Vernee X 3 Helio p23 ที่ออกสู่โลกพร้อมๆกัน

หลังจากช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ค่ายมือถือนาม mediatek ได้ส่ง CPU รหัส Mtk 6763 ออกมาสู่ตลาด และหลายๆแบรนด์ ก็ใช้ CPU ตัวนี้ แข่งขันกันทำตลาด ด้วยรูปทรงของโทรศัพท์ ที่กำลังเป็นที่นิยม ในสไตล์ 18:9 และที่สำคัญ 3 Band 3 ค่ายที่นำมาใส่ในโทรศัพท์ของตน ซึ่งเน้นในเรื่องของแบตเตอรี่ ก็ มีอยู่ 3 เจ้าใหญ่ๆด้วยกัน นั่นก็คือ Ulefone ซึ่งได้ออกรุ่นที่มีชื่อว่า Power3 แบรนด์Oukitel ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า k6 และสุดท้ายVernee ที่ใช้ชื่อรุ่นว่าVernee x

ทั้ง 3 มือถือทั้งสามค่ายนี้ดูเหมือนจะเป็นแฝด 3 กันออกมาเลยทีเดียว ทั้งในเรื่องของรูปทรง และในเรื่องของ รายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ข้างใน ซึ่งจะมีก็แค่รายละเอียดที่แตกต่างกันนิดหน่อย เดี๋ยวเราจะไปดูกันว่า รายละเอียดนั้นนั้นมันคืออะไร

UI ของเครื่อง

มาดูในเรื่องของ ui กันหน้าตาแทบจะเหมือนเหมือนกันแตกต่างกันเล็กน้อยตามแต่สไตล์ของแต่ละแบรนด์ที่ทำมาแต่โดยรวมรวมแล้วก็ไม่ต่างกันมากมาเริ่มต้นกันที่

มองแล้วให้ความรู้สึกถึง Pure Android ชัดเจน สำหรับใครที่ชอบ สไตล์แบบนี้ ดูไม่รกหูรกตารับรองไม่ผิดหวัง สำหรับแฟนตัวจริงเพียวแอนดรอยตามมาด้วย

เช่นกันในตัวนี้มองดูแล้วแทบดูไม่แตกต่างจาก Power3 ทำมาในสไตล์ Pure Android เช่นกัน แต่ถ้าใครเป็นแฟนตัวจริงของ Oukitel จะแยกออกได้ทันทีเมื่อเห็น Ui ที่ เป็นเอกลักษณ์ของOukitelสุดท้าย

ในตัวของVernee x จะแตกต่างออกไปกับทั้ง 2 ตัวข้างต้นเล็กน้อย เนื่องจากแบรนด์นี้ มีการพัฒนาการทำ OS เป็นของตัวเอง นั่นคือ VOS

Vernee X

แต่ก็เป็นพึ่งการเริ่มต้นยังดูไม่มี การพัฒนาอะไรมากนัก แต่ก็มองเห็นถึงอนาคตที่แบรนด์นี้จะพัฒนาแล้วทำได้ดีกว่านี้ขึ้นเรื่อยๆ

Systemระบบ

เนื่องจากเป็นการทำมือถือในการแข่งขันทางการตลาดออกมาในช่วงเดียวกันจึงเดาได้ว่า System ของระบบ แทบจะดูเหมือนกันไม่มีอะไรแตกต่างกันไป มีแต่รายละเอียดปีกย่อยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่มองเห็นได้

จากรูปจะเห็นได้ว่าใน System ของระบบ ต่างกันเพียงเล็กน้อย แค่ฟังก์ชันที่เพิ่มเติมขึ้นมาของแต่ละแบรนด์ เช่่นoukitel มีฟั่งชั่นในส่วนของ NFC  เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากk6 รองรับฟั่งชั่นนี้แต่นอกจากนั้นไม่มีอะไรแตกต่างกันไปมากนัก

Bandmode

bandmodeของทั้ง 3 ตัวเหมือนกันทุกประการ แต่ละตัวต่างขาด คลื่น 850 แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในประเทศเราอีกแล้วสำหรับ 850 เนื่องจากเดี๋ยวนี้สัญญาณ 4G ครอบคลุมทุก พื้นที่ของประเทศ จึงไม่มีผลกระทบอะไรมากนักเหมือนเมื่อก่อน

GPS

ในด้านของ GPS การจับสัญญาณพอๆกันมีก็เจ้าk6 ที่ดูจะรับสัญญานได้ค่อยข้างไม่น่าประทับใจเท่าไร่แต่ก็ยังถือว่าใช้งานได้เช่นเดียวกัน

Sensor + Multi touch

เช่นเดียวกันในด้านของเซนเซอร์ให้มาเหมือนกันไม่มีอะไรแตกต่างความแตกต่างของ Multi Touch ก็เช่นมีมาเหมือนกันหมดที่ให้มาถึง 10 จุด

คะแนนAututu

และนี่คือคะแนนทั้ง 3 ตัวที่ App อันตูตู้แสดงออกมาให้เราได้เห็น ซึ่งไม่แตกต่างกันมากนัก

Rom กล้อง

ในด้านของรอมกล้องหน้าตา ui ของกล้อง ก็แทบ จะเหมือนกัน Copy กันออกมาเลยทีเดียว สิ่งที่แตกต่างก็คือเซนเซอร์ของตัวรอมแต่ละตัวที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทาง Power3 และ K6 จะใช้sensor กล้องตัวเดียวกันของ samsungคือ s5k3p3s ส่วนทาง Vernee x ใช้sensor ของsony คือ imx258

รูปภาพ ของทั้งสามตัว

และนี่คือรูปทั้งหมดของทั้งแฝดสามตัว คิดเช่นไรแล้วแต่ความชอบส่วนตัวนะครับ

 แบตเตอรี่LIFe

ในเรื่องของแบตเตอรี่ขอบอกได้แบบไม่มีข้อสงสัยได้เลยว่านะตอนนี้ P23 เป็นหนึ่งใน SOCที่ประหยัดพลังงานในอันดับต้นๆก็ว่าได้ ทุกท่านสามารถดูได้จากภาพข้างต้น ผมถึงกับอึ้งกับความอึดของเจ้าทั้งสามตัวนี้เลยทีเดียวจากการทดลองใช้ทั้งสามตัว

บทสรุป

โดยส่วนตัวแล้วจากที่ผมได้ลองทั้ง 3 เครื่องมาอารมณ์แทบไม่แตกต่างกันเลยในเรื่องของ System ข้างใน จะแตกต่างก็ในเรื่องของความรู้สึกการใช้งานที่ดีไปคนละอย่างยกตัวอย่างเช่น เจ้า vernee ให้ความรู้สึก ถึงความเบาและสะดวกสบายในการถือ ส่วนเจ้าตัว power3 ให้ความรู้สึกในการถ่ายภาพ ได้ดีมากเลยทีเดียวกว่าทั้ง 3 ตัวแต่นั่น ก็คือความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนเอง อีกตัวก็คือ  K6 ตัวนี้ทำให้มีความรู้สึกถึงความเพียบพร้อม ทั้งในเรื่องต่างๆ ที่ให้เข้ามา ในตัวโทรศัพท์ของ k6  เช่นฟั่งชั่น NFC ถ้าใครไม่เกี่ยงในเรื่องของน้ำหนัก ที่มากกว่าเพื่อนทั้งสาม

สรุปก็คือ อยู่ที่ไร้สไตล์ของผู้ใช้แต่ละคน ว่าท่านจะเหมาะกับเครื่องใด แต่ที่แน่ๆ ในซอกนี้ ใน CPU ตัวนี้ ในเรื่องของการประหยัดพลังงานไม่เป็นรองใครแน่นอน ในบริบทเริ่มต้นของการพัฒนา CPU ตัวใหม่ๆของมือถือณปัจจุบัน

ไป ช้อปปิ้ง


ล่าสุด

หา