18:9 – ChinaPhoneThai

Oukitel K8 หมัดเด็ดต่อเนื่อง ครบเครื่องเรื่องแบต

  • -

Oukitel K8 หมัดเด็ดต่อเนื่อง ครบเครื่องเรื่องแบต

หลังจากที่ Oukitel ออกรุ่น K7 ขึ้นมาที่เรียกได้ว่าแบตเยอะมากเป็นอันดับต้นๆ ของวงการมือถือเลยที่ 10,000 mAh และยังมีอีกหลายรุ่นในตระกูล K นี้ที่แบตอึดถึกทน ทาง Oukitel ก็ได้ออกรุ่นที่เรียกได้ว่าเบาลงมานิดหน่อย แต่ว่าก็ยังถือว่าถึกทนมากเมื่อเทียบกับเหล่ามือถือเจ้าตลาดในปัจจุบัน

เรามาดูกันว่านอกจากแบตที่เป็นจุดขายที่ 5,000 mAh แล้ว เจ้า Oukitel K8 นี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจกันอีกบ้าง เริ่มกันที่สมองกลภายในนั้น  K8 เลือกใช้ชิป MTK6750T แปดคอร์ แรม 4GB รอม 64 GB ที่เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานสำหรับมือถือระดับกลางๆ ในปัจจุบัน และยังสามารถเพิ่ม MicroSD ได้เพิ่มอีกถึง 256 GB หายห่วงเรื่องเก็บรูป เก็บเพลง เก็บคลิป ถ่ายกันจนเพลินไปเลย ส่วนสายเกมก็ไม่ต้องห่วงกับชิปประมวลผลกราฟิคจาก Mali0T860 MP2 520MHz  ที่ถือว่าพี่ K8 เขาไม่ได้มาเล่นๆ หรือมีดีแค่แบต แต่การประมวลผลก็ยังสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ด้านส่วนแสดงผลนั้น เรียกได้ว่า จัดมาไม่เบาเช่นเดียวกันโดย จอของ K8 นั้นมีขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 แบบจอยาวนั่นเอง และความละเอียดระดับ FullHD+ ที่ 2160×1080 และใช้กระจกจาก Asahi ประเทศญี่ปุ่น และให้สีที่เต็มอิ่มด้วยเทคโนโลยี AUO LCD ที่นอกจากจะมีสีที่สดใสแล้ว ยังสามารถมองจอได้ในมุมที่กว้างอีกด้วย ขนาดจอ 6 นิ้วนี้แม้หลายคนอาจจะคิดว่ามันจะเทอะทะมือไหม แต่ก็ขอบอกว่าเนื้อที่จอต่อขนาดเครื่องอยู่ที่ 82.4% ซึ่งทำให้ยัดจอขนาดนี้ลงไปในเครื่องที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงได้แค่ 5.5 นิ้วเท่านั้นได้

นอกจากจอแล้ว กล้องก็ถือว่าสำคัญเอามากๆ ทาง Oukitel ไม่ได้เลือกเอากล้องโนเนมมาใส่ในเครื่อง แต่ว่าใช้เซนเซอร์ของดีระดับ SONY IMX135 13 ล้านพิกเซลและกล้องคู่ตัวที่สองที่ 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าที่ 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Face Beauty ทำให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้สวยได้ในหลากหลายสถานการณ์ เครื่องจะคิดและกำหนดค่าที่เหมาะสมออกมาให้เอง

ด้านความปลอดภัยนั้น K8 ก็ไม่น้อยหน้าใครด้วยการใช้ Face ID ร่วมกับลายนิ้วมือได้ ทำให้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่คุณเก็บไว้ได้ และปลดล็อคจอได้ ไร้กังวลเรื่องการแอบดูมือถือ

การออกแบบของ K8 ก็ถือว่าแข็งแรง มีการออกแบบความเหลี่ยมและโค้งมนให้เข้ากระชับกับมือ กระจกด้านหน้าเป็นแบบโค้งเล็กน้อยแบบ 2.5D ส่วนโครงสร้างเครื่องทำจากอะลูมิเนียม CNC และมีการเคลือบ UV เซลลูลอยด์ที่ทำให้ฝาหลังนั้นเป็นรอยเลอะจากลายนิ้วมือและความมันต่างๆ ได้ยากและดูหรูหราแบบโลหะได้อีกด้วย

ส่วนภายในก็ใช้ Android 8.0 ล่าสุดที่ทำให้การใช้งานนั้นเปี่ยมประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน และ “ลื่น” อีกด้วย ไม่ต้องทนกับแอนดรอยด์รุ่นเก่าๆ อีกต่อไป

ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ถ้าหากคุณจะหามือถือแบตอึด ใช้ได้ทั้งวัน ไม่ใช่ทุ่มนึงจะออกไปเที่ยว ไปหาของกินต่อ กำลังจะหาที่เที่ยว ที่กิน แบตก็ดันหมดเสียก่อน มันน่าอารมณ์เสียจริงๆ ที่ต้องมาชาร์จ หรือพกแบตสำรองไปกับตัวเอง แล้วก็ต้องชาร์จแบตสำรองอีก หยุดความลำบากไว้ได้ด้วยเจ้า Oukitel K8 ตัวนี้ ในราคาที่เรียกได้ว่าเลยครึ่งหมื่นมานิดเดียว พร้อมบริการส่งถึงหน้าบ้านคุณจากทางเราได้ เพียกส่งข้อความมาที่เฟซบุ๊คของเรา ChinaphoneThaiได้เลย

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Zenfone 5 ZE620KL รีวิวมือถือสเป็คเรือธงแต่ราคาลงไปกว่าครึ่ง

Zenfone 5 ZE620KL นั้นเป็นมือถือเรือธงล่าสุดจาก Asus โดยที่ผ่านมานั้น Asus มีประวัติอันยาวนานของการเปิดตัวมือถือที่สเป็คสูงในราคาที่เอื้อมถึง ในรีวิวนี้เราจะมาลองมองดูเจ้า Zenfone 5 ZE620KL กันอย่างใกล้ๆ กัน คุณจะได้มีข้อมูลไปใช้ตัดสินใจว่ามันเหมาะให้คุณซื้อไปหรือไม่

จุดเด่นหลักๆ ของ ZE620KL:

  • Beautiful display
  • Excellent audio
  • Great cameras
  • Powerful CPU and GPU
  • Android 8.0 with OTA

หน่วยประมวลผลของ Zenfone ZE620KL

มีหลายสิ่งของ ZE620KL ที่เราชอบ โดยหนึ่งในสิ่งที่เราชอบแน่นอนเลยคือเจ้าหน่วยประมวลผลล่าสุดจาก Qualcomm นั่นคือ Snapdragon 636 โดยมีถึง 8 ชิป Kryo ของ Qualcomm และชิปกราฟิคเป็น Adreno 509

CPU

Snapdragon 636 นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป และพอสำหรับเกมสามมิติที่มีเฟรมเรตสูงได้ รวมถึงการรัน Android 8.0 นั้นก็ถือว่าใช้งานได้ลื่นเลยทีเดียว

Antutu ZE620KL

  • CPU:Qualcomm® Snapdragon™ 636 Mobile Platform with 14nm, 64-bit Octa-core Processor with AI BoostFinFET LPP (Low Power Plus) powersaving technology
  • GPU:Qualcomm® Adreno™ 509

กล้องของ Zenfone ZE620KL

อีกหนึ่งจุดแข็งของ ZE620KL นั้นก็คือกล้องโซนี่ IMX363 ที่เป็นกล้องหลัก  โดยมีขนาดเซนเซอร์ที่ 1/2.55″ ความละเอียด 12.2 MP และมีขนาดพิกเซลใหญ่ถึง 1.40 ไมครอน นั่นทำให้ ZE620KL สามารถถ่ายรูปในร่มหรือที่แสงน้อยได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งแฟลช

โดยเราได้ทำการทดลองถ่ายรูปในร่มและพบว่ารูปนั้นสว่างทีเดียวและนอยซ์นั้นก็น้อย จากข้อมูลจาก Asus นั้นกล่าวว่าเซนเซอร์นั้นมีความไวแสงในรูปแสงน้อยมากกว่าปกติถึง 5 เท่า (เมื่อเทียบกับกล้องที่มีขนาด 16 MP, F1.7 และพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน)

นอกจากเซนเซอร์ IMX363 แล้ว Zenfone 5 ZE620KL ยังมีกล้องที่สองที่ให้มุมกว่างถึง 120 องศา นั่นทำให้มุมมองภาพนั้นกว้างมากเป็นพิเศษที่ทำให้ภาพวิวนั้นแจ่มเอามากๆ

ใน Zenfone 5 ZE620KL นั้นมีระบบกันสั่นจากฮาร์ดแวร์ (OIS) มาด้วย นอกจากจะมีแค่ในซอฟต์แวร์เหมือนมือถือทั่วๆ ไปเท่านั้น นั่นทำให้การถ่ายรูปนั้นปราศจากความเบลอจากมือสั่นไปได้เลย และทำให้การถ่ายวิดีโอนั้นไม่สั่นไปสั่นมาอีกด้วย

และยังสามารถทำรูปโบเก้หรือเบลอได้เป็นอย่างดีอีกด้วยจากการใช้กล้องสองตัวในการทำเบลอโฟกัสได้ โดย ZE620KL นั้นทำสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี

Bokeh

Bokeh

Bokeh

การอัดวิดีโอนั้นสามารถอัดได้ใน 4K และยังทำสโลว์โมชั่นได้ที่ 720P@240fps หรือที่ 1080P@120fps

เลนส์หน้ากล้องนั้นก็เคลือบกันลายนิ้วมือ กันไขมันจากมือ นั่นแสดงว่ารอยต่างๆ และฝุ่นนั้นจะเกิดขึ้นยากและทำความสะอาดได้ง่าย

  • 5x light sensitivity low light photos (compared with a typical camera with 16MP, F1.7 & 1.12µm pixel size)
  • Sony flagship IMX363 12MP dual pixel image sensor – 1/2.55″ large sensor size, 1.4µm large pixel size
  • F1.8 aperture, 24mm equivalent focal length in 35mm film camera, 83° field of view
  • 0.03 seconds phase-detection autofocus (PDAF)
  • 4-axis, 4 stops optical image stabilization (OIS)
  • Pro (RAW file support / up to 32 seconds long exposure), Super Resolution (48MP), GIF Animation, Panorama, Time Lapse (with power saving mode)
  • Wide-angle camera #2: 120° (200% wider than normal) wide-angle camera200% wider view for more friends and scenery in the frame
  • Front camera: 8MP 84° field of view F2.0 aperture 24mm equivalent focal length in 35mm film camera
  • 4K UHD (3840 by 2160) video at 30 fps for main rear camera
  • 1080p FHD video recording at 30 / 60 fps, 720p HD video recording at 30 fps
  • 3-axis electronic image stabilization (OIS) for rear camera video
  • Slow Motion video (1080p at 120 fps / 720p at 240 fps)

การชาร์จและแบตเตอรี่ของ Zenfone ZE620KL

เราได้ทดสอบการชาร์จแบตและพบว่ามือถือเครื่องนี้นั้นชาร์จให้เต็มได้ใน 2 ชั่วโมงโดยชาร์จได้แบบ 5V 2A โดยการชาร์จแบบนี้ไม่ทำให้เครื่องร้อนมากและทำให้แบตไม่เสื่อมเร็ว

Battery

เราได้ลองชาร์จดูด้วยสถานการณ์จริงโดยแค่ครึ่งชั่วโมงก็ได้ถึง 60% เลยทีเดียว! นั่นหมายความว่าแค่กินข้าวหรืออาบน้ำคุณก็มีมือถือที่ใช้ได้ไปถึงครึ่งวันเลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังสามารถชาร์จแบบ 9V 2A ได้หากต้องการชาร์จเร็วขึ้นด้วย

และเพราะว่าชิป Snap 636 ของ ZE620KL ที่มีขนาด 14nm นั้นทำให้แบตที่มีให้นั้นใช้ได้นานเต็มวันได้สำหรับการใช้งานปกติของทุกๆ คน

  • 3300mAh with fast charging
  • AI & scheduled charging for battery protection
  • 5 minutes charge for 2 hours talk time
  • 38 minutes charge to 60% capacity
  • Up to 22 days 4G standby
  • Up to 25 hours 3G talk time
  • Up to 13 hours video playback
  • Up to 17 hours Wi-Fi web browsing

ระบบเสียงและลำโพง Zenfone ZE620KL

คุณภาพเสียงและความดังนั้นถือว่าดีเยี่ยม และมีลำโพง 5-แม่เหล็กคู่ ที่มีแอมป์ NXP อัจริยะคู่อีกด้วยที่รองรับระบบ DTS Headphone X และมีไมโครโฟนคู่สำหรับการอัดเสียงที่ชัดเจนและการโทรที่เสียงใสอีกด้วย

  • Speaker: DUAL 5-magnet speaker with dual NXP Smart AMP for louder, deeper and less distorted sound effect
  • Hi-Res audio 192kHz/24-bit standard that is 4 times better than CD quality
  • DTS (Digital Theater System) Headphone:X™ 7.1 virtual surround sound for headphone support
  • Dual internal microphones with ASUS Noise Reduction Technology

จอแสดงผลของ Zenfone ZE620KL

หน้าจอของ ZE620KL นั้นถือว่าสวยงามทีเดียว และมีขนาดมากถึง 90% ของขนาดโทรศัพท์อีกด้วย และสีสันก็สดใสแบบ AMOLED แต่เป็นจอ LCD ที่เนียนและสว่างกว่า AMOLED ทั่วไป ข้อความและรูปภาพนั้นก็ชัดเจนและความสว่างนั้นก็ถือว่าดีเยี่ยม คุณสามารถมองหน้าจอได้จากหลากหลายมุมและก็ยังดูดีอยู่ได้

เราได้ทดสอบความสว่างและเราทดสอบได้ถึง 485LUX ซึ่งถือว่าสว่างดีมาก ไม่มีปัญหาสำหรับการใช้งานในที่กลางแจ้ง โดยความสว่างถือว่าเท่ากันทั้งหน้าจอดี

  • 6.2-inch Full HD+ (2246 by 1080) Super IPS+ display
    90% screen-to-body ratio
  • 550nits brightness
  • 96% NTSC color gamut, supports DCI-P3
  • Corning® Gorilla® Glass for best screen protection
  • Capacitive touch panel with 10 points multi-touch (supports glove touch)

เซนเซอร์ / ซิม / โมเด็ม / ไวไฟ

ZE620KL นั้นมีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ TF-SD ที่เพิ่มความจุหน่วยความจำได้ถึง 2TB (เทราไบต์)

การจับไวไฟนั้นถือว่าใช้ได้อย่างไม่มีปัญหาแม้จะเป็นระยะกว่า 40 เมตร

และในมือถือเครื่องนี้ก็ยังมีวิทยุ FM มาให้อีกด้วย

ระบบเซนเซอร์ลายนิ้วมือนั้นถือว่าดีมาก เราได้ลองสแกนดูและใช้เวลาเพียงแค่ .2 วินาทีจากที่เอานิ้ววางไว้บนเซนเซอร์เท่านั้นในการปลดล็อคหน้าจอ โดยวางนิ้วสแกนลายนิ้วมือได้จากหลายมุมมอง

Sensors

  • FM radio, WLAN 802.11 a/b/g/n/ac 2.4 & 5GHz, Bluetooth 5.0
  • Slot 1: 2G/3G/4G Nano SIM Card
  • Slot 2: 2G/3G/4G Nano SIM Card, or the microSD card (supports up to 2TB) at a time
  • LTE Cat13 UL up to 150Mbps / Cat12 DL up to 600Mbps
  • DC-HSPA+: UL 5.76 / DL 42Mbps
  • Rear fingerprint sensor (0.3 seconds unlock, supports 5 fingerprints), Face recognition, Accelerator, E-Compass, Gyroscope, Proximity sensor, Ambient light sensor, RGB sensor, NFC

สรุป

เราชอบ Asus Zenfone 5 ZE620KL เครื่องนี้ทั้งในเรื่องกล้อง, เสียง และหน้าจอที่สวยงาม โดยมีเทคโนโลยีทุกอย่างที่มือถือเรือธงนั้นควรจะมี แต่ราคาแค่ครึ่งเดียว

ถ้าคุณสนใจที่จะซื้อ Zenfone ZE620KL คุณสามารถหามือถือเครื่องนี้ได้จาก GearBest.com ถ้าคุณต

ดู ZE620KL@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

IP68 Vernee V2 Pro ครบครัน กันน้ำ 4 กล้อง มองแล้วครบในราคาน่าคบ

Vernee V2 Pro นั้นเป็นมือถือใหม่จาก Vernee ที่เรียกได้ว่ามีจุดเด่นที่ความถึก กันน้ำได้ระดับ IP68 หรือแช่น้ำลึก 1.5 เมตรได้ถึง 30 นาทีโดยที่ไม่เป็นไรเลยทีเดียว และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ครบครันแบบที่มือถือระดับกลางค่อนไปทางสูงควรจะมีเลยทีเดียว

เริ่มจากหน่วยประมวลผลอย่าง MediaTek Helio P23 หรือ MT6763V ที่ประกอบด้วยชิปถึงแปดตัวคือ 4×2.0GHz Cortex-A53 + 4×1.5GHz Cortex-A53 ที่รองรับการทำงานปกติได้เป็นอย่างดีและยังประหยัดพลังงานอีกด้วย และเมื่อเราไปดูที่แบตเตอรี่ขนาด 5,800 mAh นั้นก็ถือว่า stand by เตรียมพร้อมอยู่ได้นานกว่าหนึ่งวันแน่ๆ หรืออาจจะหลายวันอีกด้วย สำหรับผู้ที่ชอบเล่นเกม ARM Mali-G71 MP2, 700MHz, สองคอร์ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่เท่าไหร่นัก

แรม 6 GB รอม 64 GB ที่ให้มานั้นถือว่าเกินความเป็นมือถือระดับกลางไปแล้ว เรือธงใหม่ๆ บางรุ่นยังไม่กล้าให้ได้เท่านี้เลย และยังสามารถเพิ่ม micro SD card ได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องกล้องนั้นถือว่าหายห่วงโดยมีถึง 4 ตัวด้วยกันโดยกล้องหลังนั้นเป็นกล้องความละเอียด 13MP และ 5MP แฟลชคู่ และในกล้องหน้าก็ถือว่าไม่ธรรมดามีกล้องหน้าสองตัวพร้อมแฟลชที่มีความละเอาียดระดับ 8MP+5MP ให้การเซลฟี่นั้นมีมิติ

หน้าจอแสดงผลขนาด 5.99 นิ้ว ที่ความละเอียดระดับ 1080 x 2160 พิกเซล หรือ Full HD Plus นั้นคือสิ่งที่มีอยู่ด้วยกันในเรือธง และอัตราส่วน 18:9 นั้นก็ทำให้เราใช้งานด้านหน้าของมือถือได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกเหลือเฟือ ตามด้านล่าง โดยที่เราอยากเน้นคือแอนดรอยด์ 8.0 ใหม่ล่าสุด, FastCharge และ IP68 ที่เรียกได้ว่าแม้มือถือจะหนักนิดหน่อยแต่ถ้าแลกมาด้วยแบตขนาดนี้และความถึกกันน้ำกันฝุ่นขนาดนี้ มองยังไงก็ คุ้ม!

  • CPU – Octa-Core 4×2.0GHz Cortex-A53 + 4×1.5GHz Cortex-A53
  • Chipset – MediaTek Helio P23 MT6763V
  • GPU –  ARM Mali-G71 MP2, 700MHz, 2-Cores
  • Camera -13MP + 5MP with Dual-LED and AF Dual Rear Camera | 8MP + 5MP Dual Front Camera with LED Flash
  • Memory – RAM- 6GB | ROM 64GB External Memory Supports Up to 128GB
  • Display – Screen size 5.99 inches FHD+ Display (1080×2160 Pixels)
  • Battery – Non-Removable 5,800 mAh Lithium-Polymer
  • SIM – Dual SIM (Nano + Nano)
  • Sensors -Proximity Sensor, Accelerometer, Ambient Light, Compass, Fingerprint, Gyroscope Sensor, Hall Sensor
  • Color – Black
  • Operating System – VOS (Android 8.0 Oreo)
  • I/O Interface – 2 x Nano SIM Slot, Microphone, Speaker, TF/Micro SD Card Slot, Type-C
  • Dimensions – 156 mm x 80 mm x 11.2 mm
  • Weight – 250 Grams (With Battery)
  • More Features -Plastic and Metal Body Design, LTE Cat 7 300 Mbps Download, 100 Mbps Upload, HSPA+, EV-DO Rev.A (1.8 Mbps Upload, 3.1 Mbps Download), OTG Support, Computer Sync, OTA Sync, Tethering, VoLTE Support, ViLTE Support, Smart Fingerprint Sensor, IP68 Waterproof, MediaTek Pump Express 3.0 Fast Charging Technology, Reversible Connector.

ดู Vernee V2@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

OnePlus 6 ชื่อที่คุ้น และคุ้มสุดขีด

กลับมาอีกครั้งกับ Flagship Killer ที่เปิดตัวทีไรก็ตกตะลึงทุกครั้งกับยี่ห้อ OnePlus กับ OnePlus 6 ที่ทุกครั้งที่ OnePlus เปิดตัวมือถือใหม่ มันจะเต็มไปด้วยคุณสมบัติระดับเรือธงใหญ่ๆ เหมือนกับ (หรือบางอย่างนั้นดีกว่า) มือถือเรือธงเจ้าดังๆ ของโลก แต่ราคาที่ย่อมเยาว์เอื้อมถึงได้มากกว่า รวมทั้งยังมี Oxygen OS ที่เป็นตัวครอบ Android Oreo รุ่นล่าสุดและมีการอัปเดตอย่างรวดเร็วอีกด้วย ส่วนจะคุ้มขนาดไหนเราต้องไปดูกัน

จากรูปร่างภายนอกที่ทันสมัยตามสมัยนิยมด้วยการมี “ติ่ง” จอเหมือนมือถือค่ายแอปเปิลรุ่นเรือธง ทาง OnePlus ก็ทำออกมาได้อย่างลงตัว ไม่เป็นแถบกว้างมากนักอยู่บนหน้าจอขนาดเต็มเครื่อง 6.28 นิ้วแบบ Optic AMOLED ที่เรียกว่า Full Optic Screen สีสันสดตามแบบ AMOLED แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ในภายหลัง และมีความละเอียดขนาด Full HD+ 2280 x 1080 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9 โดยถือว่าขนาดจอใหญ่มากขึ้นจากรุ่นเก่าในขนาดเครื่องเท่าๆ เดิม ส่วนทางด้านหลังก็ใช้กระจก Gorilla Glass 5 รุ่นล่าสุดที่ทำให้ทั้งแกร่งและสวยงามจริงๆ

หน่วยประมวลผลด้านในนั้นใช้ Snapdragon 845 ระดับที่เรียกได้ว่าสูงสุดของโลกชิปเซ็ตในปัจจุบันแล้วร่วมกับเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง  RAM LPDDR4X และ ROM ที่เป็น UFS2.1 จัดว่าอะไรใหม่ล่าสุดในโลกมือถือ ก็รวมอยู่ที่นี่แล้ว

OXYGEN OS 5.1 ที่ครอบอยู่ภายในนั้นก็ถือว่าทาง OnePlus ทำการบ้านมาได้ดี โดยได้พัฒนา ROM นี้ที่ครอบลงบนระบบแอนดรอยด์และชิปเซ็ตอย่างลงตัว เสถียรและรวดเร็ว และยังรองรับผู้ที่ชอบเล่นเกมด้วยการมี Gaming mode ที่จะช่วยส่งพลังทั้งหมดไปยังการเล่นเกมโดยเฉพาะอีกด้วย

มาถึงเรื่องกล้อง กล้องหลังของ OnePlus 6 มาพร้อมกล้องคู่ โดยกล้องตัวแรกนั้นมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนตัวรองความละเอียด 20MP รูรับแสงทั้ง 2 ตัวเท่าๆ กันที่ f/1.7 และเซนเซอร์ขนาดใหญ่ ถึง1.2 ไมครอน เพื่อเก็บแสงและสีได้ดีขึ้น และลด Noise ในการถ่ายรปในที่ๆ มีแสงน้อย และยังมีโหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอ Bokeh และ ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงและสโลว์โมชั่นได้ 240 fps อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นกล้องที่ดีลำดับต้นๆ ของโลกมือถือเลยทีเดียว

นอกนั้นคุณสมบัติที่น่าสนใจก็เช่น Dash Charge, Bluetooth 5.0, มีสารกันน้ำ, ฯลฯ โดยสเป็คอื่นๆ โดยรวมนั้นเป็นไปตามด้านล่างนี้

  • ระบบ : Android 8.1 Oreo ครอบด้วย OXYGEN OS 5.1
  • หน้าจอ : Full Optic AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2280 x 1080) อัตรส่วน 19:9
  • CPU : Qualcomm Snapdragon 845
  • GPU: Adreno 630
  • RAM : 6GB / 8GB LDDPR4X
  • ความจุ : 64GB/ 128GB / 256GB  UFS 2.1
  • กล้องหลังคู่ : 16MP f/1.7 Sony IMX519 และ 20MP f/1.7 Sony IMX376K  ระบบกันสั่น OIS + EIS
  • กล้องหน้า : 16MP f/2.0 Sony IMX371
  • ความปลอดภัย: สแกนนิ้วมือด้านหลัง 0.2 วินาที และรองรับการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า 0.4 วินาที
  • แบตเตอรี่ : 3,300 mAh + ชาร์จเร็ว Dash Charge
  • การเชื่อมต่อ : 4×4 MIMO Cat.16/13 4CA, NFC, Bluetooth 5.0, USB C, ช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • ขนาด : 155.7×75.4×7.75 มม.
  • น้ำหนัก 177 กรัม
  • เคลือบสารนาโนกันน้ำ

สำหรับราคาในไทยนั้นก็ถือว่าน่าสนใจมากและเพิ่มจากรุ่นที่แล้วอย่าง OnePlus 5T เล็กน้อย โดยมีสามสีให้เลือก ได้แก่ Mirror Black/ Midnight Black/ Silk White โดยจะเริ่มทยอยเปิดขายในแต่ละสีเร็วๆ นี้

ดู OnePlus 6@GearBest

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Sony IMX363 รีวิว Zenfone 5 ZE620KL Asus Flagship ให้คุณได้ใกล้iPhone X ด้วยราคาที่ต่ำกว่าครึ่ง

Zenfone แบรนด์ที่ทุกคนมักมองข้ามและเชื่อเหลือเกินว่ามีกลุ่มน้อยมากที่จะติดตามแบรนด์นี้ แต่คนที่เข้ามาได้ลองจะรู้เห็นถึงคุณภาพและข้อดีหลายๆอย่าง ตัวอย่างเช่นโมเดลนี้ Zenfone 5 ZE620KL

เคาะspecทั้งหมด

System

  • Android Oreo 8.1

Storage

  • eMCP 64GB
  • MicroSD card (up to 2TB)
  • 100GB free space (1 year) Google Drive

Display

  • 6.2-inch Full HD+ (2246 by 1080) Super IPS+ display
    90% screen-to-body ratio
  • 550nits brightness
  • 96% NTSC color gamut, supports DCI-P3
  • Corning® Gorilla® Glass for best screen protection
  • Capacitive touch panel with 10 points multi-touch (supports glove touch)

Processor

  • CPU:Qualcomm® Snapdragon™ 636 Mobile Platform with 14nm, 64-bit Octa-core Processor with AI BoostFinFET LPP (Low Power Plus) powersaving technology
  • GPU:Qualcomm® Adreno™ 509

Cameras

  • 5x light sensitivity low light photos (compared with a typical camera with 16MP, F1.7 & 1.12µm pixel size)
  • Sony flagship IMX363 12MP dual pixel image sensor – 1/2.55″ large sensor size, 1.4µm large pixel size
  • F1.8 aperture, 24mm equivalent focal length in 35mm film camera, 83° field of view
  • 0.03 seconds phase-detection autofocus (PDAF)
  • 4-axis, 4 stops optical image stabilization (OIS)
  • Pro (RAW file support / up to 32 seconds long exposure), Super Resolution (48MP), GIF Animation, Panorama, Time Lapse (with power saving mode)
  • Wide-angle camera #2: 120° (200% wider than normal) wide-angle camera200% wider view for more friends and scenery in the frame
  • Front camera: 8MP 84° field of view F2.0 aperture 24mm equivalent focal length in 35mm film camera
  • 4K UHD (3840 by 2160) video at 30 fps for main rear camera
  • 1080p FHD video recording at 30 / 60 fps, 720p HD video recording at 30 fps
  • 3-axis electronic image stabilization (OIS) for rear cameras
  • Slow Motion video (1080p at 120 fps / 720p at 240 fps)

Audio

  • Speaker: DUAL 5-magnet speaker with dual NXP Smart AMP for louder, deeper and less distorted sound effect
  • Hi-Res audio 192kHz/24-bit standard that is 4 times better than CD quality
  • DTS (Digital Theater System) Headphone:X™ 7.1 virtual surround sound for headphone support
  • Dual internal microphones with ASUS Noise Reduction Technology

Sensor / SIM / WiFi

  • FM radio, WLAN 802.11 a/b/g/n/ac 2.4 & 5GHz, Bluetooth 5.0, NFC
  • Slot 1: 2G/3G/4G Nano SIM Card
  • Slot 2: 2G/3G/4G Nano SIM Card, or the microSD card (supports up to 2TB) at a time
  • LTE Cat13 UL up to 150Mbps / Cat12 DL up to 600Mbps
  • DC-HSPA+: UL 5.76 / DL 42Mbps
  • Rear fingerprint sensor (0.3 seconds unlock, supports 5 fingerprints), Face recognition, Accelerator, E-Compass, Gyroscope, Proximity sensor, Ambient light sensor, RGB sensor

Battery

  • 3300mAh with fast charging
  • 38 minutes charge to 60% capacity
  • Up to 17 hours Wi-Fi web browsing
  • Charging: 5V 2A 10W, supports up to 18W adapter
    [collapse]

Zenfone 5 ZE620KL มากลับ CPU Snapdragon 636 ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆด้วยซ้ำไปที่มากับcpuตัวนี้ และที่สำคัญที่เป็นจัดเด่น ของโมเดลตัวนี้นอกจากสเปคที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าสำหรับใครที่รักการถ่ายภาพ ในโมเดลตัวนี้ไม่ทำให้คุณได้ผิดหวังแน่นอน sensor Sony IMX363 ที่การันตีความสวยงามของภาพ..ไม่ว่าคุณจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมือโปรหากได้จับโมเดลนี้บอกได้เลยว่าคุณต้องติดใจแน่นอน เสริมกับเลนส์มุมกว้าง 120°ที่จะเพิ่มมุมมองได้กว้างขึ้นในการถ่ายภาพ ซึ่งคุณจะได้ภาพในมุมมองใหม่ๆที่คุณหาไม่ได้จากมือถือในเลนส์มุมปกติ

ในช่วงสัปดาห์นี้ Zenfone 5 ZE620KL ข่าวดีในช่วงโปรโมชั่น ได้ลดราคาให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น สามารถติดต่อสอบถามเราได้เลยหากคุณสนใจ กับโมเดลนี้ในสเปคที่ไม่ต่างกับiPhone X ด้วยราคาที่ต่ำกว่าครึ่ง อย่าช้ารีบติดต่อเราได้ทุกเวลา จนถึง31พ.ค61นี้เท่านั้น

ดู รีวิว Zenfone 5 ZE620KL ทั้งหมด

ดู ZE620KL@GearBest.com

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว HomTom HT70 18:9 10000mAh อาวุธอาวุธ

HomTom HT70 นั้นเป็นมือถือใหม่จาก Homtom ที่มีดีที่ความจุแบตเตอรี่ที่ให้มาเยอะถึง 10,000 mAh โดยถ้าคุณชอบมือถือที่เครื่องใหญ่แล้ว HT70 นั้นอาจจะเป็นมือถือที่ใช่สำหรับคุณก็ได้ โดยเจ้า HT70 เครื่องนี้นั้นทั้งใหญ่และหนักที่อาจจะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้เลย นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ

ดู HomTom HT70@GearBest.com

ก่อนอื่นเรามาดูที่รายละเอียดสเป็คของ HomTom HT70 กันก่อน

  • Display: 6.0 inch, 1440 x 720 Pixel Screen
  • CPU: MTK6750T Octa Core 1.5GHz
  • System: Android 7.0
  • RAM + ROM: 4GB RAM + 64GB ROM
  • Camera: 8.0MP ( SW 13.0MP ) front camera + 13.0MP ( SW 16.0MP ) + 2.0MP ( SW 5.0MP ) dual back cameras
  • Sensor: Fingerprint Sensor, E-compass, Gyroscope, Gravity Sensor, Ambient Light
  • Sensor, Proximity Sensor, Accelerometer, Geomagnetic Sensor
  • SIM Card: dual SIM dual standby. 2 x Nano SIM card and 1 TF card can be inserted at the same time
  • Feature: GPS, A-GPS
  • Bluetooth: 4.0
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: WCDMA B1/B2/B5/B8
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B7/B8/B20
  • TDD-LTE B40
  • หน้าจอ: 6.0 นิ้ว,  ความละเอียด1440 x 720 พิกเซล
  • CPU: MTK6750T Octa Core 1.5GHz
  • รุ่นแอนดรอยด์: Android 7.0
  • แรม + รอม: 4GB RAM + 64GB ROM
  • กล้อง: 8.0MP ( SW 13.0MP ) กล้องหน้า + 13.0MP ( SW 16.0MP ) + 2.0MP ( SW 5.0MP ) กล้องหลังคู่
  • เซนเซอร์: ลายนิ้วมือ, เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์, ไจโรสโคป, แรงโน้มถ่วง, แสงสว่าง
  • ซิมการ์ด: สองซิม ใช้งานได้พร้อมกันขนาด นาโนซิม x2 และใส่ micro SD การ์ดได้ในเวลาเดียวกัน
  • คุณสมบัติด้านสถานที่: GPS, A-GPS
  • บลูทูธ: 4.0
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz
  • 3G: WCDMA B1/B2/B5/B8
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B7/B8/B20
  • TDD-LTE B40

หน้าจอของ HT70 นั้นเป็นแบบใหม่ทันสมัยในอัตราส่วน 18:9 ทำให้มือถือนั้นยาวขึ้นและคุณสามารถเอาหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นนั้นเข้าไปอยู่ในมือถือขนาดเดิมได้ เราชอบมือถือที่มีหน้าจอยาวแบบนี้มาก โดยตอนนี้มือถือเรือธงในตลาดนั้นก็ต่างใช้อัตราส่วน 18:9 หรือ 21:9 กันทั้งนั้น

และจอนั้นใช้เป็น IPS LCD ซึ่งทำให้สามารถมองจอได้จากหลากหลายมุม สีสันที่ให้นั้นก็ถือว่าดีมาก

เราได้ทดสอบลำโพงและพบว่ามันดังพอทีจะใช้ฟังเพลง, ดูซีรีส์และแชทผ่านวิดีโอได้อย่างง่ายๆ เลยทีเดียว

การจับสัญญาณ GPS ของ HT70 นั้นดีมาก ส่วนการจับสัญญาณไวไฟนั้นพบว่าในระยะ 30 เมตรก็ยังจับสัญญาณได้ดี

GPS

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ติดเครื่องมาก็เป็นรุ่น 7.0 และยังอัปเดตผ่าน OTA ได้อย่างไร้ปัญหาในเจ้า HT70 นี้ ใช้งานได้อย่างไหลลื่น การแสดงผลภาพเคลื่อนไหวและการเลื่อนไถจอไปมานั้นทำได้อย่างลื่นไหล การเปลี่ยนสลับแอปก็ทำได้อย่างรวดเร็วและไร้การหยุดชะงัก

การใช้งานเพลย์สโตร์ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา เราดาวน์โหลดและติดตั้งรวมถึงอัปเดตแอปต่างๆ ได้ปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ

Update

จากนั้นเราก็มาดูถึงเซนเซอร์ต่างๆ ที่มีให้ใน HomTom HT70 โดยเราพบว่าแม้มือถือจีนส่วนใหญ่นั้นจะไม่มีไจโรสโคปและเข็มทิศ แต่ HT70 ตัวนี้นั้นมี เราได้ลองทดสอบการทำงานดูแล้วและถือว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีวิทยุ FM ที่ใช้งานได้ปกติ

เซนเซอร์ลายนิ้วมือเพิ่มความปลอดภัยก็ใช้งานได้ง่าย เร็วและแม่นยำ แค่เวลาครึ่งวินาทีจากตอนที่วางนิ้วลงไปที่เซนเซอร์ก็ปลดล็อกจอได้แล้ว

ปกป้องFingerprint

แรมที่ให้มา 4GB นั้นก็ถือได้ว่ามากพอสำหรับทุกการทำงาน แม้ตอนนี้มีมือถือที่ให้มาถืง 6GB แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นนัก แค่ 4GB ก็เพียงพอแล้ว

ใช้ RAMเท่าไหร่

ความจุหน่วยความจำรอมที่ให้นั้นมีมากถึง 64 GB และเมื่อหักส่วนของระบบไปแล้ว ผู้ใช้จะเหลือหน่วยความจำไว้ใช้ถึง 53GB ให้เก็บไฟล์

RAM ROM System

แล้วนอกจากนี้เรายังเพิ่มการ์ด TF หรือไมโครเอสดีการ์ดได้อีก หรือว่าใช้สล็อตที่ไม่ซ้ำกับที่ใส่ซิม ให้คุณเลือกได้เองเลย

ต่อมามาดูช่วงคลื่นที่ HT70 รองรับนั้นเราก็พบว่ารองรับได้เยอะและเพียงพอสำหรับเครือข่าย 2g/3g/4g ทั้งหมดของไทย

ส่วนเซนเซอร์กล้องนั้นก็เป็น SONY IMX135 และ GalaxyCore GC8024 โดยเรามีรูปตัวอย่างให้ชม โดยกล้องนั้นให้ภาพที่ดีพอสำหรับการอัปรูปไปไว้บนเฟซบุ๊คและอินสตาแกรมและการแชร์ผ่านโซเชียล

Sony IMX135

และมาถึงจุดขายที่สำคัญของ HT70 นั่นคือแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 10,000 mAh โดยให้มาขนาดนี้นั้นคุณสามารถใช้งานได้เต็มวันโดยไม่ต้องชาร์จแน่นอน และใช้งานแบบเปิดจอต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำและหากคุณใช้งานง่ายๆ อย่างแชทหรือเฟซบุ๊คก็ใช้ได้ 15 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ HomTom HT70 บ้าง? เขียนลงในช่องความคิดเห็นเฟซบุ๊คด้านล่างนี้เลย ทุกคนที่เขียนความคิดเห็นลงด้านล่างนี้จะได้รับส่วนลด 150 บาทในการซื้อผลิตภัณฑ์ครั้งต่อไปกับ ChinaPhoneThai โดยส่วนลดนั้นจะใช้ได้กับโทรศัพท์ที่ซื้อผ่านเวปไซต์ GearBest

ดู HomTom HT70@GearBest.com

มาลองดู HomTom HT70 ในร้านค้าออนไลน์กันโดยคลิกที่ปุ่ม และถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือในการสั่ง HT70 หรือมือถือรุ่นอื่นๆ กรุณาติดต่อเราได้โดยตรงและเราจะดูแลทุกขั้นตอนให้กับคุณเอง

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว 10,000mAh HomTom HT70 พร้อมภาพจริงของโทรศัพท์รุ่นนี

เรามีภาพจริงของ HomTom HT70 ที่มีหน้าจอแบบ 18:9 พร้อมแบต 10,000 mAh โดยคุณจะพบว่าตัวมือถือนั้นมาในทรงที่ใหญ่และแข็งแรงจริงๆ

คุณสามารถสั่งเจ้า HomTom HT70 ได้จากปุ่ม GearBest ทางด้านล้าง โดยถ้าหากคุณนั้นต้องการความช่วยเหลือในการสั่งแล้วล่ะก็ กรุณาติดต่อเราได้ที่เพจเฟซบุ๊ค Facebook ChinaPhoneThai หรือเปิดแชตของเราได้จากหน้านี้เลย

กรุณาให้ความคิดเห็นของคุณต่อ HomTom HT70 ในช่องคอมเมนต์เฟซบุ๊คทางด้านล่างของโพสต์นี้ด้วย และเราจะมีส่วนลดมูลค่า 150 บาทในการซื้อโทรศัพท์รุ่นไหนก็ได้ที่ GearBest ผ่านการซื้อจาก ChinaPhoneThai อีกด้วย

ซื้อ HomTom HT70@GearBest.com

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ทั้งราคาประหยัด Redmi Note 5 และเรือธง Mi Mix 2S

สายมือถือของแรง สเป็คดี ราคาถูกและมีมาตรฐาน ต้องมียื่ห้อ Xiaomi อยู่ในดวงใจมาตลอดแน่นอน และเมื่อเร็วๆ นี้ทาง Xiaomi ก็ได้เปิดตัวมือถือสองรุ่น สองตลาด ได้แก่ มือถือระดับกลางที่เรียนกได้ว่าท็อปของรุ่นกลางแล้วนั่นคือ Redmi Note 5  และอีกรุ่นที่เป็นที่จับตามองของทั้งโลกนั่นคือ Mi Mix 2S  ตัวท็อปขอบบางเฉียบ งานดีไซน์ช็อคโลกมาตั้งแต่รุ่นแรกที่ทำเอาหลายๆ เจ้าต้องหันมาทำมือถือขอบบางไปตามๆ กัน ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ทาง Mi ประเทศไทยก็ได้วางแผนเปิดราคา พร้อมให้จองในเมืองไทยแล้ว

โดยหากจะเริ่มกันที่ตัว Redmi Note 5 นั้น ก็ขอบอกเลยว่าสเป็คที่จัดมานั้นเมื่อลงมาในราคานี้ ในมาตรฐานของ Xiaomi แล้ว ในช่วงราคาเดียวกันหาคู่แข่งยาก โดยทาง Mi นั้นจัดมาให้ดังนี้

  • หน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+  (2160 x 1080) อัตราส่วน 18:9
  • CPU : Snapdragon 636
  • GPU : Adreno 509
  • RAM : 3GB / 4GB
  • ความจุ : 32GB / 64GB รองรับ MicroSD Card ถึง 256GB
  • กล้องหลังคู่ : 12MP (f/1.9) + 5MP (f/2.0), แฟลช Dual-LED
  • กล้องหน้า : 13MP LED Selfie + Beautify 4.0
  • วิทยุ FM
  • IR Blaster
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
  • ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • เซ็นเซอร์ :  accelerometer, gyro, proximity, compass
  • การเชื่อมต่อ :  Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0, MicroUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ : 4,000 mAh รองรับ Fast Charge 5V / 2A
  • ระบบ Android 8.1 ครอบด้วย MIUI 9.5

ซึ่งถือว่าครบมากๆ ในมือถือ CPU ระดับกลางนี้ แค่ยังเป็น micro USB เท่านั้นเองโดยเปิดราคามาในไทยทั้งหมดสองรุ่น พร้อมโปรอีกต่างหาก ดังต่อไปนี้

ซื้อ Xiaomi Note 5

และหากจะข้ามไปดูรุ่นใหญ่ Mi Mix 2S นั้นก็มีสเป็คที่เรียกว่าชนกับเรือธงทุกค่ายตอนนี้ได้เลย

  • หน้าจอ LCD ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2160)
  • CPU : Snapdragon 845
  • GPU : Adreno 630
  • RAM : 6GB/8GB
  • ความจุ : 64GB/128GB
  • กล้องหลังคู่ : 12MP (f/1.8) + 12MP (f/2.4) IMX363, ซูมออพติคอล 2 เท่า
  • กล้องหน้า : 5MP (f/2.0)
  • ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. (พร้อมมีอแดปเตอร์ USB-C เป็น 3.5 มม.ในกล่อง)
  • เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือด้านหลัง
  • เซ็นเซอร์ : accelerometer, gyro, proximity, compass
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, BT 5.0, USB-C 2.0
  • แบตเตอรี่ : 3,400 mAh รองรับ QC 3.0 และชาร์จไร้สาย
  • ระบบ Android 8.0 ครอบ MIUI 9.5

และจากที่เคยมีการทดสอบกล้องของ Mi Mix 2 นั้นก็บอกได้เลยว่าพัฒนาจาก Xiaomi ที่เคยมีชื่อเรื่องกล้องไม่ค่อยดีนั้น พัฒนาไปมากท้าชนเรือธงปีนี้ได้ทุกเครื่องเลยทีเดียว


หากใครพร้อมจะมีเครื่องสเป็คแรง ราคาสบายมือไว้เป็นเจ้าของก็บอกได้เลยว่าสองรุ่นนี้คือตัวเด่นในตลาดราคาของแต่ละรุ่นเลยทีเดียว

ซื้อ Xiaomi Mix 2S

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

แบตเล็ก Oukitel K7 ไม่ แบตหมื่น ต้องมาแล้ว

หากจะพูดถึงชื่อเสียงของ Oukitel หลายคนคงประทับใจยื่ห้อมือถือจีนนี้จากขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่โตเกินหน้าเกินตายี่ห้อจากฝั่งอเมริกาหรือเกาหลีแน่นอน โดย Oukital K7 ที่เราจะแนะนำในวันนี้

ดู Official Oukitel

นั้นก็เช่นกัน โดยแบตเตอรี่นั้นเป็นจุดขายหลักที่ 10,000 mAh เลยทีเดียว

โดยทาง Oukitel นั้นเพิ่งจะเปิดตัววิดีโอพรีวิวเจ้า K7 ตัวนี้ไปเร็วๆ นี้รวมถึงสเป็คของมือถือตัวนี้ด้วย โดยจากรูปร่างภายนอกที่เป็นโลหะ และฝาหลังเป็นพื้นผิวแบบหนังนั้นบอกได้เลยว่าไม่ซ้ำกับการออกแบบมือถือในสมัยนี้เลย (แต่เหมือนกับเรโทร เอามือถือยุคก่อนสมาร์ทโฟนมาทำใหม่มากกว่า) และยังดูหรูหราอีกด้วย

และที่สะดุดตาทางด้านหน้าก็คือหน้าจอขนาด 6 นิ้วแบบสมัยนิยมสัดส่วน 18:9 ที่ความละเอียดระดับ Full HD 2160 x 1080 พิกเซล ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และขอบที่เรียกได้ว่าถึงไม่บางมากแต่ก็ไม่ได้ดูหนาแบบสมาร์ทโฟน 16:9 หรอก และตอนนี้ที่เปิดตัวมาก็มีแต่สีดำเท่านั้น โดยมีมิติกว้างยาวหนาอยู่ที่ 78 x 168 x 14.5 mm ซึ่งแม้จะดูหนาแต่ก็เพราะว่าต้องให้ที่ทางกับแบตเตอรี่นั่นเอง

จากภายนอกเข้าสู่ภายในโดยเริ่มจากชิปเซ็ตจาก MediaTek MT6750T ที่ไม่ได้ขี้เหร่เลยทีเดียวมาพร้อมกับแรม 4 GB และรอม 64 GB ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอกับมาตรฐานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน โดยถ้าอยากจะเพิ่มหน่วยความจำภายนอกจาก Micro SD แล้วล่ะก็ คุณก็ต้องชั่งใจกับระบบ Dual Sim สองซิม ให้เหลือแค่ซิมเดียวเอาที่ไปใส่การ์ดแล้ว

เรื่องการเชื่อมต่อก็มีเครือข่าย 4G ปกติทั่วไปมาพร้อม Wifi ที่มาครบทุกย่านความถี่ปัจจุบันและ Bluetooth 4.2 ที่เรียกได้ว่าไม่รู้จะเอามากกว่านี้ไปทำไมในปัจจุบัน และมาพร้อมกับแอนดรอยด์ 8.0 Oreo ล่าสุดใหม่อบจากเตาเลยทีเดียว ส่วนกล้องนั้นก็ไม่ใช่ธรรมดา ให้กล้องคู่ความละเอียด 13 MP + 2 MP มาเป็นกล้องหลัง และกล้องหน้าที่ 5 MP  ให้เซลฟี่กันได้แบบยาวๆ ไป

ส่วนจุดขายก็ต้องวกกลับมาพูดกันอีกที ไม่พูดไม่ได้หรอกกับแบตระดับหมื่น 10,000 mAh นี้ที่ไม่ใช่แค่ใหญ่และทน แต่ยังเร็วอีกด้วย (ชาร์จเร็ว อย่าคิดมาก) ที่ 9V/2A เลยทีเดียว เรียกได้ว่า ถ้าไม่หนักหนาจริงๆ แบตก็คงไม่มีวันหมดแน่ๆ

เราคงไม่ต้องรอกันอีกนานมากกับ Oukitel K7 มือถือแบตอึดนี้ เนื่องจากมีข่าวถึงราคาเปิดตัวมาแล้วที่ 180 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็คงไม่เกินเจ็ดพันแน่นอน เรียกได้ว่าราคานี้ สเป็คนี้ ถ้าไม่กล่าวว่า “คุ้ม” ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไรแล้ว ขอให้ติดตามเว็ปของเราให้ดีๆ หากใครฝันอยากเป็นเจ้าของ รอฟังข่าวดีได้เลย

ดู Official Oukitel

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

UmiDigi A1 Pro มีใครให้มากกว่านี้ในราคาต่ำกว่า 4000 ได้ไหม?

UmiDigi A1 Pro นั้นถือว่าเป็นมือถือระดับต้นสำหรับผู้มีงบจำกัด แต่ว่าจากสเป็คของเจ้า UmiDigi A1 Pro นั้นเราขอบอกได้เลยว่า “ไม่ธรรมดา” ในราคาที่ต่ำกว่า 4500 นี้เรียกได้ว่า แทบจะไร้คู่แข่งเลยทีเดียวของมือถือจากแผ่นดินมังกรเครื่องนี้

ซื้อ UmiDigi A1 Pro

จากตัวเครื่องภายนอกเราจะเห็นได้ว่าหน้าจอของ UmiDigi A1 Pro นั้นเป็นแบบ 18:9 ซึ่งเป็นหน้าจอที่เป็นอัตราส่วนที่นิยมกันในโทรศัพท์ในปัจจุบัน (ที่แม้แต่บางรุ่นจากเจ้าใหญ่ๆ ยังตามไม่ทันเลย) ที่ทำให้หน้าจอขนาด 5.5″ นั้นอยู่ในบอดี้ของโทรศัทพ์ 5.0″ แบบก่อนได้เลย ส่วนความละเอียดเป็นแบบ HD+ และไม่ใช่แค่ด้านหน้าแต่ด้านหลังก็เป็นพลาสติกที่ดูดีเกินราคา และทนทานอีกด้วย

ด้านสมองกลหน่วยประมวลผลด้านในก็ใช่ย่อย โดยมีชิป SoC เป็น MediaTek M6739 พร้อมแรมขนาด 3 GB และหน่วยความจำรอมขนาด 16 GB แต่ถ้าคิดว่าแค่นี้สมัยนี้จะพอเหรอ ก็ไม่ต้องห่วงไป สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเข้าไปได้เองให้จุใจได้อีกถึง 256 GB เลยทีเดียว

กล้องนั้นถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เพราะในมือถือระดับนี้ จะมีกล้องหลังคู่นั้นก็ไม่ธรรมดาแล้ว แล้วยังเป็นกล้องคู่เซนเซอร์จาก Samsung อีกด้วยที่คุณภาพ 13 MP f/2.0 และ 5 MP ที่เรียกได้ว่าลูกเล่นตัวกล้องนั้นเหลือๆ สำหรับราคานี้เลยทีเดียว กล้องหน้าก็ให้มาอย่างไม่กั๊กกันที่ 5 MP ที่ให้ selfie กันยาวๆ ไปได้เลย

แบตเตอรี่ที่ให้มา 3150 mAh นั้นถือว่าใช้งานได้ครบวันอย่างง่ายๆ นอกจากนี้สเป็คอื่นๆ อย่างเช่นการใส่ได้ 2 ซิม 4G LTE ที่พร้อมใช้งานทั้งสองซิมคู่กันในเวลาเดียวกันได้ Bluetooth 4.0 การปลดล็อคหน้าจอด้วย FaceID ได้ และการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน USB-C แบบใหม่นั้น ก็ถือว่าถ้าคุณจะหามือถือที่จัดเต็มขนาดนี้ในช่วงราคาต่ำกว่าสี่พันแล้วล่ะก็ คงจะเป็นอะไรที่ยากแน่ๆคงจะเป็นอะไรที่ยากแน่ๆ

ซื้อ UmiDigi A1 Pro@Gearbest.com

ไป ช้อปปิ้ง


ล่าสุด

หา