18:9 – Page 2 – ChinaPhoneThai

จัดหนักในราคาเบา HomTom HT70 สองกล้อง แรม 4 รอม 64 หกพันมีทอน

  • -

จัดหนักในราคาเบา HomTom HT70 สองกล้อง แรม 4 รอม 64 หกพันมีทอน

จัดหนักใช่เล่นในราคาไม่ถึง 6 พันบาทกับ  HomTom HT70 มือถือจอใหญ่ขนาด 6 นิ้ว ที่เรียกได้ว่าสเป็คในหน้ากระดาษนั้นไม่ขี้เหร่และยังเทียบเท่ากับมือถือระดับเกือบหมื่นในปัจจุบันได้เลย โดยทาง HomTom จัดให้มาทั้งแรม 4 GB LPDDR3 ส่วนรอมนั้นก็ถือว่าให้มาเกินพอที่จะใช้งานปกติ โหลดแอป โหลดเกม เก็บเพลงฟังได้มากมายในขนาด 64 GB และถ้าหากยังไม่จุใจพอนั้นก็สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำได้อีกมากถึง 128 GB อีกด้วยหากไม่ใช้สองซิมทางด้านจอแสดงผลนั้นถือได้ว่า ราคาต่ำกว่าหกพันนี้หามือถือหน้าจอ 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ IPS LCD (1440 x 720 พิกเซล) ไม่มีอีกแล้ว และจอยังเป็นแบบจอยาวสัดส่วน 18:9 อีกด้วย ตามสมัยนิยม

ซื้อ HomTom HT70

และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือแบตเตอรี่ขนาด 10,000 mAh ลิเธียม-โพลิเมอร์ ที่เรียกได้ว่าใช้ทั้งวันก็เหลือแน่นอน แต่แม้ว่าจะให้มาจุใจขนาดนี้ ความหนาของมือถือนั้นก็เรียกได้ว่าไม่ได้หนาหนักเท่าไหร่เลย โดยเจ้า  HomTom HT70 นี้ถือว่าเป็นมือถือขนาด 6 นิ้วที่มีแบตเตอรี่ระดับ 10,000 mAh ที่ “บาง” ที่สุดในโลกเลยทีเดียว และนอกจากจะจุเยอะแล้วยังมีระบบชาร์จเร็ว 9V/ 3A ได้อีกด้วยผ่านทางมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่อย่าง USB-C ทางด้านท้ายเครื่อง

ระบบประมวลผลของ HT70 นั้นถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปจาก MediaTek MT6750T ที่ประกอบไปด้วย 4 x 1.5GHz ARM Cortex-A53, 4 x 1.0GHz ARM Cortex-A53 นั่นเองที่ทำให้ประหยัดพลังงานอีกด้วย

สุดท้ายนี้คงจะไม่กล่าวถึงกล้องหลังที่ให้มาสองตัว ในขนาด 16 Megapixels f/2.8 คู่กับ 5 MP พร้อม Dual-LED flashlight และระบบออโต้โฟกัส ส่วนกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 13 Megapixel f/2.2 ที่ในมือถือระดับต่ำกว่าหกพันนี้จะหากล้องครบขนาดนี้นั้นไม่ได้ง่ายๆ เลย

สุดท้ายนี้ขอสรุปเลยว่า HomTom HT70 นั้นเป็นโทรศัพท์ที่เด่นมากในด้านความจุแบตเตอรี่ที่ให้มามากกว่ามือถืออื่นๆ ในตลาดทั่วไป เกินสองเท่าตัว แต่มีขนาดที่บางจนน่าประหลาดใน ขนาดจอที่ใหญ่ถึง 6 นิ้วและกล้องที่ให้มาแบบจัดเต็ม ที่เรียกได้ว่าเกินค่าตัวที่กำเงินหกพันไปต้องมีทอนไปมากเลยทีเดียว

ซื้อ HomTom HT70

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

LEAGOO Power 5 จะรองรับการชาร์จแบบไร้สาย แบบ7.5 วัตต์

ความนิยมในการชาร์จแบบไร้สายเป็นที่เพิ่มขึ้นและแน่นอนเราได้เห็นแบรนด์ชื่อใหญ่ ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้กระโดดลงบนรถไฟขบวนใหญ่นี้มากมายด้วยเทคโนโลยีตัวนี้เช่น Samsung S9, iPhone X หรือ Xiaomi Mi MIX 2S และเช่นเคยแบรนด์ไต่เต้าระดับกลางก็สนใจที่จะเข้าร่วมเทคโนโลยีตัวนี้ด้วยนั่นก็คือ LEAGOO Power 5 ซึ่งจะสนับสนุนการชาร์จแบบไร้สาย 7.5 วัตต์ได้เร็วพอสมควรเลยทีเดียว

แน่นอนว่าสำหรับนักอนุรักษนิยมที่ยังคงมีวิธีการแบบเดิมในการชาร์จแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000 mAh และด้วยสายเคเบิลที่รองรับการชาร์จแบบเร็ว 5V / 5A ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีในการชาร์จจาก 0- 35% และใช้เวลาชาร์จเพียง 2.5 ชั่วโมงถึง100% ดังนั้นคุณจึงควรเลือกประเภทการชาร์จใด ๆ ที่คุณถนัดและสะดวกสำหรับตัวเอง แต่โปรดจำไว้ว่าอุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สายเป็นอุปกรณ์เสริมที่ไม่จำเป็นและเรายังไม่ทราบราคาของ LEAGOO ชาร์จตัวนี้

สำหรับฮาร์ดแวร์ LEAGOO Power 5 มาพร้อมหน้าจอ FHD + 18: 9 ขนาด 5,99 นิ้วโปรเซสเซอร์ MT6763 ( Helio P23), 6 GB RAM, หน่วยความจำ 64 GB, กล้อง Sony ด้านหลัง 13MP + 5MP, Sony selfie หน้า 13MP แบตเตอรี่ความจุ 7000 mAh พร้อมเครื่องชาร์จไฟเร็ว 5V / 5A ชาร์จแบบไร้สายและ มากับAndroid 8.1 Oreo  คาดว่าราคาเปิดตัวจะอยู่ที่ประมาณ 229$ หรือประมาณ 7200 บาท

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

สมาชิคใหม่แบรนด์ Koolnee ในตระกูล K-series เร็วๆนี้

ด้วยแรงบันดาลใจจากความสำเร็จล่าสุดของ K1 และ K1 Trio Koolnee แบรนด์น้องใหม่ของจีนกำลังวางแผนที่จะเสริม K-series ในเร็ว ๆ นี้ด้วยหน้าจอโค้งอย่างน้อย 6 นิ้วหน้าจออัตราส่วน 18: 9 ซึ่งอาจออกแบบมาจากโทรศัพท์รุ่นก่อน ๆ เท่านั้น และแน่นอนนั่นคือการรักษาระดับราคาที่ควรจะเป็นและผู้ให้สามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

จากการคาดการและข่าวลือต่างมากมายของโมเดลใหม่นี้ผมคิดในทางส่วนตัวตัวว่าสเปคของเครื่องอาจไม่โดดเด่นอะไรมากมายคงเน้นไปที่สเปคระดับกลางหรือกลางค่อนไปทางสูงนิดหน่อยเนื่องจากเป็นแบรนด์ระดับน้องใหม่ที่มีข้อจำกัดในด้านการลงทุน สิ่งที่คาดเดาได้ไม่ยากผมคิดว่าน่าจะทำออกมาในรูปแบบเดิมคือเน้นรูปทรงสีสันที่สวยงามเน้นความงามของตัวเครื่องซึ่งน่าจะเป็นจุดแข็งของแบรนด์นี้ในตอนนี้

จากที่รู้กันดีว่า K1 Trio ได้ถูกปรับปรุงมาเป็นอย่างดีจากรุ่น K1 ธรรมดาแน่นอนในโมเดลต่อไปเราหวังว่าจะมีอะไรดีๆมากขึ้นในโมเดลใหม่ๆที่พวกเขากำลังวางแผนกันไไว้ ล่าสุดทาง office ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการออกโมเดลใหม่ว่าจะขึ้นอยู่กับการสอบถามโดยตรงที่พวกเขาได้มาซะเป็นส่วนใหญ่เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดนั่นเอง แล้วเราจะจับตาดูกันต่อไปของโมเดลที่จะออกมาในเร็วๆนี้

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Ulefone power 3S โดยละเอียด

จากความสำเร็จของUlefone 3 มาบัดนี้ ได้เข้ามาติดๆจากการที่มีคำเรียกร้องของผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้สเปคและราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายและมีความใกล้เคียงกับUlefone Power 3 แน่นอนณบัดนี้มีออกมาแล้วนั่นก็คือเจ้า Phone Power 3 S ตัวนี้นี่เอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีงบจำกัดและอยากได้สเปคมือถือที่ใช้งานได้ดีทีเดียวโดยการลดสเปคของแรมลงเล็กน้อยจาก 6 เป็น 4GB Ram นั่นเอง

สเปคทั่วไป

Display: 6.0 inch 2160 x 1080 pixels IPS Corning Gorilla Glass 4 screen 
CPU: MTK6763 Octa Core 2.0GHz 
System: Android 7.1
Storage: 4GB RAM + 64GB ROM 
Cameras: 16.0MP + 5.0MP dual back cameras and 13.0MP + 5.0MP dual front cameras
Sensors: Gyroscope, Gravity Sensor, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, E-compass, Fingerprint Sensor
Features: GPS, GLONASS
Bluetooth: 4.1 + HS
SIM Card: dual SIM dual standby, 2 x Nano SIM card and a TF card can be inserted at the same time
Network: 
2G: GSM B2/B3/B5/B8 
3G: WCDMA 900/2100MHz
4G: FDD-LTE 800/900/1800/2100/2600MHz

งานประกอบ

เอากันตามตรงในเรื่อง Build Quality ถ้าไม่มีใครบอกว่านี้คือUlefone3 S คงไม่มีใครรู้แน่นอนเพราะรูปลักษณ์กายภาพทางภายนอกเหมือนกันแบบไม่มีที่ติเรียกได้ว่า Copy ทั้งหมดของ Power Ulefone3 มา ทั้งหมดเปลี่ยนแค่ไส้ในเท่านั้นเองและใส้ในที่เปลี่ยนก็เพียงแค่แรมลดมาเหลือแค่ 4 Gigabyteเท่านั้นเอง

system UI

อย่างที่เคยเกินเอาไว้ข้างต้นว่าเป็นโมเดลที่ถอดแบบผู้ที่มาเพราะฉะนั้นในเรื่องของ System ui หรืออะไรหลายๆเรื่องของโมเดลตัวนี้แทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากผู้ที่เลยแม้แต่น้อย System ui ก็เช่นเดียวกัน

system ระบบ

System ui ก็จะเหมือนกับ Stock Android 7.0และ 7.1 ทั่วไปที่จะมีหน้าตาของ ui ที่เรียบง่ายต่อการใช้งานสำหรับใครที่ชอบรูปแบบแบบคลีนๆแบบนี้ถือว่าเหมาะกับคนที่ชอบความเรียบง่ายได้อย่างดีทีเดียว

Perfromace ประสิทธฺภาพการทำงานเครี่อง

ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของโมเดลตัวนี้แทบไม่แตกต่างจากตัวผู้พี่เลยในการใช้งานจริงถ้าไม่สังเกตโดยละเอียดไม่สามารถแยกออกได้แน่นอน ทั้งในเรื่องของเซนเซอร์ จีพีเอส และการทำงานโดยรวม

และในอนาคตข่าวจากทาง Office ของ Ulefone ได้ให้คำมั่นในการอัพเป็น 8.0ในระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะตามไปดูกัน่อไป

BandMode

ในเรื่องการจับสัญญาณอีกประการหนึ่งสามารถใช้ได้ในประเทศไทยได้อย่างแน่นอนถึงแม้จะไม่มีคลื่น 850 แต่ก็ทดแทนด้วยคลื่น LTE 900 ได้อย่างสบายณปัจจุบัน และสามารถลองรับสัญญาณ 4g 3g ได้ทั้งสองซิมในเวลาเดียวกัน

เฟรมเรท

FPSพบว่าการทำงานอยู่ในระดับกลางๆทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้งานและการปรับตั้งของผู้ใช้เองด้วยครับ

กล้อง

รอมกล้องเช่นกันมีทุกๆอย่าง อย่างที่ Power3 ผู้พี่มีไม่มีอะไรผิดเพี้ยนต่างกันแค่ เซนเซอร์กล้องแค่นั้นที่ใช้กันคนละรหัสแต่ก็แทบแยกกันไม่ออกเพราะรหัสเซนเซอร์ที่ใช้ไม่ต่างกันมาก

ตัวอย่างภาพ

ถึงเซ็นเซอร์จะต่างกันแต่ภาพที่ได้ก็ไม่เห็นความแตกต่างมากนะแม้สังเกตโดยละเอียดก็แทบแยกไม่ออกมีความเหมือนที่แทบจะไม่แตกต่างกันเลยทีเดียวจากภาพที่เพื่อนๆจะได้เห็นตามที่แสดงไว้ด้านบน

สรุปแล้วหากให้คะแนนตัว Ulefone Power 3 กับ Ulefone Power 3Sกันแบบตัวต่อตัวเรียกได้ว่าผู้เขียนเองอาจให้คะแนน Ulefone Power 3 ลดลงแค่ 1 คะแนนเท่านั้นส่วนที่เหลือให้เท่ากันหมดโดยความที่ผู้เขียนเองได้ทดลองใช้งานจริงทั้ง 2 ตัวแล้วรวบรวมนำมาสรุปให้กับเพื่อนๆได้ได้ทราบข้อมูล เอาเป็นว่าใครสะดวกจะขยับแรมเพิ่มใช้งานตัว Ulefone Power 3ไปส่วนใครงบจำกัดก็ใช้งาน Ulefone Power 3S อย่างที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Blackview P10000 Pro ที่มากับแบตขนาดใหญ่อีกแล้ว

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันว่าแบตเตอรี่ Phone เป็นที่นิยมและมีกระแสตอบรับดีมากจากคนใช้ทั่วทุกมุมโลกจะเห็นได้ว่าแบรนด์ต่างๆได้ทำโมเดลลักษณะนี้ออกมาแทบทุกค่ายทุกแบรนด์และแน่นอน Blackview ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่วางแผนเรื่องนี้มานานและจะเห็นได้ว่าในสิ้นเดือนนี้เจ้าโมเดลตัวนี้Blackview P10000 Proจะออกมาให้ทุกคนได้เห็นกันแน่นอนกับแบตเตอรี่ 11000 มิลลิแอมป์

การแสดงผลที่เราเห็นในวิดีโอด้านบนจะเป็นแบบขนาด 6 นิ้วที่มีความละเอียด Full HD + (1080 * 2160)  ส่วนของบอดี้จะหนากว่าโทรศัพท์ทั่วไป แน่นอนเพราะจะต้องใช้แบตเตอรี่ 11000 ที่คุณได้รับ เนื่องจากเรากำลังพูดถึงแบตเตอรี่อีกครั้งคุณจะประหลาดใจที่ทราบว่าตามการทดสอบภายในที่ดำเนินการโดย บริษัท พวกเขาได้ประกาศว่าโทรศัพท์จะสามารถใช้งานได้ถึง 50 วันโดยการชาร์จเพียงครั้งเดียว เมื่อได้รับการยืนยันแบบนี้แล้วเราจะมองหาบางอย่างที่ไม่ธรรมดาของเจ้าโมเดลตัวนี้ พวกเขาจะใช้มันจับคู่กับซีรีส์ Mediatek P series เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เหล่านี้หรือไม่? เราจะต้องรอดูกันต่อไป

Blackview ยังเปิดเผยว่า P10000 Pro จะรองรับการชาร์จไฟแบบ 5V / 5A Type-C ที่สามารถชาร์จไฟได้เต็มประสิทธิภาพในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 25 นาทีเท่านั้น

โทรศัพท์ Blackview P10000 Pro จะมีให้เลือกสองรุ่นคือรุ่นกระจกนิรภัยแบบเรียบง่ายและอีกรุ่นคือแบบที่ห่อหุ้มหนังจากอิตาลีแท้ๆเพื่อความสะดวกสบายจับกระชับและดูพรีเมี่ยม

และคุณหละมีมือถือที่เป็นแบตเตอรี่โฟนในใจบ้างหรือยัง….แล้วเดี๋ยวเราจะตามข่าวของเจ้าตัวนี้มาบอกเพื่อนๆในคราวต่อไป

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

รีวิว Meiigoo Note8 โดยละเอียด โดย @Axe

Tags :

Category : รีวิว

ถือเป็นแบรนด์ไต่เต้าแบนนึงที่มาเงียบเงียบแต่มีการทำบอดี้ของตัวโทรศัพท์ที่สวยงามถึงแม้ว่าจะดูเหมือนหลายโมเดลจะเป็นตัวเลียนแบบจากอินเตอร์แบรนด์ซะส่วนใหญ่แต่คุณภาพของตัวเครื่องและ Build Quality ก็ไม่ทำให้ผู้ใช้ผิดหวัง นั่นคือ style Meiigoo Note8 เดี๋ยวผมจะพาไปดูรายละเอียดๆต่างๆของเจ้าตัวนี้กัน

สเปคทั่วไป

โปรเซสเซอร์ Octa Core 1.5GHz  4GB of RAM ประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ

●หน้าจอ 2160 x 1080 FHD + ขนาด 5.99 นิ้วจอแสดงผล 18: 9 เต็มรูปแบบกับบอดี้ที่ดูเพรียวบางเพื่อให้พอดีกับมือของคุณ

● Android 7.0 แพลตฟอร์มที่รวดเร็วและสดใหม่เพื่อช่วยให้คุณเชื่อมต่อและมีประสิทธิภาพในขณะที่คุณเดินทางหรืองานด้านต่างๆ

●หน่วยความจำ ROM ขนาด 64 GB และสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำได้ถึง TFGB 256GB ให้หน่วยความจำขนาดใหญ่สำหรับเพลงแอพพลิเคชันรูปภาพและวิดีโอ ฯลฯ

● 5.0MP (SW 8.0MP) กล้องด้านหน้าและกล้องด้านหลัง 16.0MP สร้างภาพบุคคลที่สวยงามและจับภาพที่สวยงามได้ทุกที่ทุกเวลา

คุณสมบัติพิเศษ:

●สแกนเนอร์ลายนิ้วมือ /  Incell Screen / 3D Glass โค้ง● GPS ●เซนเซอร์ตรวจจับแสงโดยรอบ / เซ็นเซอร์ตรวจจับความโน้มถ่วง / / Gyroscope / Accelerometer

●เครือข่าย: 2G: GSM 850/900/1800 / 1900MHz

3G: WCDMA 850/900 / 2100MHz

4G: FDD-LTE 800/900/1800/2100 / 2600MHz

งานประกอบ

ในเรื่องของงานประกอบแทบจะไม่ต้องพูดถึงเหมือนโมเดลของแบรนด์ไต่เต้าของจีนในตอนนี้ที่แทบบอกได้เลยว่ามีคุณภาพดีมากๆเกือบทุก Model ที่ทำออกมาในแบรนด์อื่นอื่นด้วยการแข่งขันกันทำออกตลาดต่างประเทศจึงทำให้งาน Build Quality ทำออกมาได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกค่ายทุกแบรนด์ แน่นอนเจ้าตัว Meiigoo Note8นี้ก็เช่นกัน

system UI

System ui เป็นสไตล์การของมือถือที่ทำมาออกตลาดในช่วงแรกแรกกับแบรนด์น้องใหม่จะเป็นสไตล์นี้กันหมดดูเหมือนจะใช้ ui ที่จ้างบริษัทหนึ่งทำแล้วใช้กันทั่วไปในสไตล์การสร้างมือถือที่กำลังจะออกตัวในค่ายที่เป็นน้องใหม่แรกๆแต่การทำงานไม่ได้มีข้อเสียหรือข้อติติงอะไรที่ดูเหมือนจะมีปัญหาเยอะให้เราลำบากใจหรือไม่สะดวกในการใช้งานเลยถือว่าเป็น ui ที่ใช้ได้ดีพอสมควร

system ระบบ

และแน่นอนในส่วนของรอมมากับ Android 7.0 ซึ่งจะมีลักษณะไม่แตกต่างจาก 7.0 ทั่วทั่วไปแต่ในโมเดลนี้จะมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือการสแกนลายนิ้วมือกับการปลดล็อคด้วยใบหน้าที่ติดมากับเครื่องตัวนี้ด้วยและมีการใช้งานฟีเจอร์ต่างต่างที่ทำให้เราใช้งานเครื่องได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นดังจะเห็นได้จากรูปภาพข้างบนนี้ เท่าที่ทดสอบฟีเจอร์ต่างๆทำงานได้ดีโดยเฉพาะปลดล็อคด้วยใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือที่แยกอิสระจากกันโดยที่ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ๋งเหมือนโมเดลอื่นๆที่ยังทำไม่สมบูรณ์

Perfromace ประสิทธฺภาพการทำงานเครี่อง

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าเจ้ามือถือตัวนี้มากับหน้าจอที่เป็น full hd Plus กับ Android 7.0 ROM ที่ 4 RAM ที่ 64 ใช้ gpu เป็นmali 860 ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานทั่วไปในการทำงานต่างๆเช่น Social หรือท่องเว็บหรือการดูยูทูปสามารถทำได้สบายโดยที่ไม่ติดขัดอะไรและผู้ใช้ต้องเป็นกังวลใจ

GPS

การทำงานของGPSถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยก็ว่าได้ใช้เวลาไม่มากในการจับสัญญาณแม้ว่าจะอยู่ในที่ร่มและไม่ได้ใช้ดาต้าหรือไวไฟช่วยแต่อย่างใด

BandMode

สำหรับใครที่กังวลเรื่อง 850 ในไทยไม่ต้องกลัวกับโมเดลนี้แน่นอนสามารถรับสัญญาณทุกเครือข่ายของไทยในโมเดลนี้อย่างสบายใจไม่ว่าคุณจะอยู่ในพื้นที่ไหนก็สามารถที่จะเลือกเครือข่ายที่เหมาะสมกับผู้ใช้ในพื้นที่นั้นนั้นได้โดยเฉพาะในเมืองไทยของเราซึ่งบางแห่งอาจยังต้องพึ่งสัญญาณ 850 อยู่ฉะนั้นสสำหรับโมเดลนี้ตัดกังวลเรื่องนี้ไปได้สบายเลย และแน่นอนมันสามารถรับ4/3 , 3/3 หรือเรียกง่ายๆว่ามันสามรถstanby 4g 3g ได้พร้อมกันสองซิมในเวลาเดียวกัน

ประสิทธิภาพการทำงานอื่นๆ

 

การทำงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพต่างๆเป็นไปในทางบวกทั้งหมดไม่ว่าจะในเรื่องของเซนเซอร์ที่ให้มาครบๆการจับไวไฟที่ดีคะแนนaututuที่สามารถคาดเดาการทำงานโดยรวมของเครื่องและทัชสกรีนที่มีความแม่นยำที่สูง อย่างที่เห็นในภาพด้านบนเป็นต้น และเพื่อนสามารถดูประสิทธิภาพต่างๆได้จากวีดีโอของล่างนี้

 

เฟรมเรท (สำหรับคอเกมส์)

จากการเทสFPSพบว่าการทำงานอยู่ในระดับกลางๆการเล่นเกมส์อาจจะต้องปรับตั้งให้เหมาะกับค่าที่ได้จึงจะสามารถเล่นได้อย่างไม่มีกระตุกทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้ในการปรับตั้งเองด้วยครับ

กล้อง

รอมของกล้องเป็นรอมที่ทำออกมาในมือถือแบรนด์ไต่เต้าน้องใหม่ที่นิยมกันจะออกมาในแนวนี้คือมีค่า setting และฟีเจอร์ต่างต่างดังที่เห็นในภาพซึ่งการใช้งานถือว่าพอใช้และอยู่กับการปรับตั้งและการใช้กล้องของผู้ใช้เองด้วยในการจะถ่ายรูปให้ออกมาดี แต่ในส่วนของโหมด โปเก้ก็ยังถือว่าเหมือนไต่เต้่ทั่วๆไปคือยังเป็น gimmick อยู่ไม่ได้ใช้ซอฟแวร์ช่วย

ตัวอย่างภาพ

สรุปโดยรวมของเจ้าMeiigoo note 8 ตัวนี้ในการใช้งานทั่วไปเช่น Social หรือดูคลิปต่างๆสามารถทำได้ด้วยดีเลยทีเดียวเนื่องจากมี CPU และ gpu ที่อยู่ในระดับกลางค่อนไปข้างบนและมีหน้าจอที่สวยงามในการใช้งานจึงสรุปได้ว่าการทำงานทั่วไปสามารถใช้งานได้อย่างดีทีเดียวส่วนจะมีข้อติในเรื่องของกล้องที่อาจจะต้องมีการปรับตั้งโดยผู้ใช้บ้างเล็กน้อยในการถ่ายรูปในสภาวะแสงต่างๆซึ่งภาพที่ได้ออกมาจะเป็นภาพที่ดีหากเราได้เรียนรู้การใช้งานของกล้องดังที่ผมโชว์ให้กับเพื่อนๆเห็นในภาพ

 

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Ulefone power 5 แบตเตอรี่โฟน 13000 mAh กำลังมา

ซื้อ Ulefone

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ Battery Phone ได้มีกระแสตอบรับเป็นอย่างมากทั่วโลก แต่ละแบรนด์ก็มีการทำแต่ละแบรนด์ก็มีการทำแบตเตอรี่มือถือที่มีความจุมากๆออกมาแข่งขันในตลาดมาแข่งขันในตลาด ซึ่งหลายๆแบรนด์ก็พัฒนาแบตเตอรี่ให้มากกว่า 10000 mAh และแน่นอนหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้คือ Ulefone Power 5เมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ Ulefone ประสบความสำเร็จ กับแบตเตอรี่ โฟนอย่าง Power 3 และจากนั้นก็ตามมาด้วย Power 3s แต่Ulefone ไม่หยุดอยู่แค่นั้นจากกระแสของการทำแบตเตอรี่โฟนที่มากกว่า 10000 mAh ทางค่ายได้งัดไม้ตายตบท้ายด้วยแบต 13000  mAh ซึ่งนั่นก็คือ Ulefone Power 5 นั่นเอง

เบื้องต้นที่เราได้รู้นอกจากขนาดของแบตแล้ว ยังมีรูปทรง ที่ดูคล้าย rugged phone และมากับหน้าจอ 18:9 ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ส่วนข้อมูลในเรื่องสเปค คาดว่าจะใช้ Helio P23 แรม6รอมที่64แต่นั่นก็เป็นแค่การคาดเดา ซึ่งเมื่อPower 5 เปิดตัวมาจริงๆในกลางเดือนเมษานี้เราอาจเห็นอะไรที่ surprise จากแบรนด์Ulefone ก็เป็นได้ แล้วเราจะนำข่าวคราวมาให้ท่านทราบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเจ้าPower5ตัวนี้ในลำดับค่อๆไป

ซื้อ Ulefone

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Umidigi A1 กับ Soc Mt6739 รุ่น ล่างตัวใหม่ที่น่าจะเปิดตัวเป็นตัวแรกที่มากับ Android 8.1

วันนี้เรามีข่าวเกี่ยวกับ UMIDIGI A1 ที่กำลังจะมา  จาก Weibo social network ซึ่งคาดกันว่าน่าเป็น6739ตัวแรกที่มากับ ระบบ Android 8.1 Oreo ดังจะเห็นได้จากภาพ และถ้าคุณดูอย่างรอบคอบคุณสามารถสังเกตุไอคอนสัญญาณ 4G ทำงานพร้อมกันได้ นั้นคือ 4/4ที่คนไทยพูดกันนั่นเอง

จากข้อมูลที่มีอยู่ดูเหมือนว่า UMIDIGI A1 จะมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ MT6739 กับแรม 2 GB และที่เก็บข้อมูลภายใน 16 GB ขนาดการแสดงผล 5,5 นิ้วที่มีอัตราส่วนภาพ 18: 9  ตามแผนการขยายตลาดล่าสุดของ UMIDIGI คาดว่าโทรศัพท์จะรองรับคลื่นความถี่ LTE ทั่วโลกและอุปกรณ์มาพร้อมกับ USB Port Type-C และการชาร์จไฟเร็ว 5V / 2A และนั่นก็คือทุกอย่างที่เรารู้เกี่ยวกับรายละเอียดฮาร์ดแวร์สำหรับตอนนี้

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือคาดว่าราคาสำหรับ UMIDIGI A1 จะอยู่ประมาณ $ 100 ซึ่งดูดีมากหากพิจารณาจากโดยรวม อาจเป็นทางเลือกที่ดีมากในส่วนของงบประมาณทางเลือกในตลาด คุณคิดอย่างไร ? ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม UMIDIGI A1 ได้จากเวปไซค์ของเรา

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Elephone U pro รีวิวโดยละเอียด

Tags :

Category : รีวิว

ซื้อ Elephone U

Elephone U pro ได้เปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ ถือว่าเป็นแบรนด์แรกที่กล้าจะทำอะไรที่แตกต่างจากแบรนด์ไต่เต้าทั่วไปในผู้ผลิตมือถือจีนทั้งหมด กล่าวคือเป็นแบรนด์ต้นๆก็ว่าได้ที่กล้าจะทำมือถือที่เป็นกล้องคู่ที่แท้จริงออกมาให้ผู้ใช้ได้ใช้กันโดยก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ 1-2 แบรนด์ที่จับกล้องคู่แบบที่เป็นกล้องคู่จึงมาใส่ในโมเดลของตัวเองจากนี้ไปเราคงจะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์ไต่เต้าของจีนจากการเริ่มต้นของ U pro นี่เอง

สเปคทั่วไป

  • Elephone U Pro 4G Phablet 5.99 นิ้ว Android 8.0
  • หน้าจอ:5.99 นิ้ว 2160 x 1080 พิกเซล Corning Gorilla 5
  • ซีพียู: Qualcomm Snapdragon 660 Octa Core 2.2GHz 
  • ระบบ: Android 8.0
  • พื้นที่จัดเก็บ: แรม 6GB + ROM 128GB
  • กล้อง: กล้องด้านหน้า 8.0MP และกล้องด้านหลังแบบคู่ 13.0MP + 13.0MP
  • เซนเซอร์: Gravity Sensor, Fingerprint Sensor, Hall Sensor, Gyroscope, E-Compass, Proximity Sensor, Ambient Light Sensor
  • ซิมการ์ด: dual SIM dual standby, 2 x Nano SIM cards or 1 TF card + 1 Nano SIM card
  • 2G: GSM 850/900/1800/1900MHz CDMA BC0
  • 3G: WCDMA 900/2100MHz TD-SCDMA B34/B39
  • 4G: FDD-LTE B1/B3/B5/B7/B20 TDD-LTE B38/B39/B40/B41

งานประกอบ

ในเรื่องของงานประกอบของเจ้า Elephone U proตัวนี้แทบจะไม่มีข้อติดเลยทีเดียวกับความสวยงามและเฉพาะอย่างยิ่งใครที่ชอบจอที่เป็นแบบไร้ขอบและโค้งมนทำให้ความรู้สึกถึงความพรีเมี่ยมมากๆประกอบกับหน้าจอที่เป็น Super amoled ทำให้ดูเจ้ามือถือตัวนี้มีความเป็นอินเตอร์แบรนด์เข้าใกล้อินเตอร์แบรนด์เลยทีเดียวและด้วยราคากับสเปคที่มากับเครื่องแบบนี้ทำให้ทุกคนต้องหยุดตัดสินใจเมื่อจะซื้อมือถืออินเตอร์แบรนด์ในราคาที่สูงกว่านี้ เกือบครึ่ง

system UI

System ui ของเครื่องดูแปลกตาและมีความสวยงามเรียบง่ายภายในตัวประกอบกลับมาคู่กับจอที่เป็นไร้ขอบโค้งมนและเป็น Super amoled ทำให้ดูมีความสบายตาและสวยงามเวลามองจากหน้าจอ และดูมีความกลมกลืนระหว่าง Pure Android กับ System ที่มี ui ครอบอยู่เรียกว่าผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

system ระบบ

System ของระบบที่มากับ Android 8.0 ทำให้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้นในระบบของเครื่องจากภาพจะเห็นได้ว่ามีฟีเจอร์ต่างๆที่ไม่เคยเห็นจาก Android 7.1.1 เพิ่มมาเล็กน้อยแต่ในอนาคตหากมีการ OTA ก็จะสามารถมีฟีเจอร์ต่างต่างในการใช้งาน Android 8.0 ได้อย่างสมบูรณ์แต่ถึงแม้จะเป็นตัว Beta ใน Android 8.0 ความลื่นไหลของตัวระบบเองก็ไม่ทำให้เราเสียอารมณ์ในการใช้งานระบบของเครื่องไหลลื่นและ Smooth เลยทีเดียวในการใช้งานทั่วไปยังไม่เห็นการหยุดของ App ต่างๆที่ไม่สมบูรณ์ให้เห็นผมจึงสรุปได้ว่า Android 8.0 ตัว Beta นี้ในอนาคตถ้าอัพเดทโดยสมบูรณ์จะสามารถใช้งานได้ดีกับเจ้า Elephone U proตัวนี้อย่างแน่นอน

ฟั่งชั่นและลูกเล่นเก๋ๆ

Perfromace ประสิทธฺภาพการทำงานเครี่อง

อย่างที่บอกเพื่อนๆไว้ข้างต้นเจ้า Elephone U Pro ตัวนี้มากับ CPU สแนปดรากอน 660 และ gpu adreno 512 หน้าจอ Super amoled FHD Plus มากับ Ram ที่ 6 romที่ 128 หลักการทำงานของ CPU สแนปดรากอน 660 ตัวนี้ทำงานแบ่งเป็น 2 cluster ด้วยกันวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงสุด 2.2 กิ๊กกะเฮิร์ท

GPS

การทำงานของจีพีเอสไม่มีที่ติรับสัญญาณได้ดีเยี่ยมแม้อยู่ในที่ร่มมีความแม่นยำสูงมากและจับได้รวดเร็วถือได้ว่าเป็นข้อเด่นอีกข้อของเจ้า U pro เลยก็ว่าได้

การรับสัญญาณโทรศัพท์

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ snap 660 ของเจ้า U pro ตัวนี้ก็คือสามารถสนทนาโดยการใช้4Gในการโทรออกหรือแม้กระทั่งการออนที่ดูเหมือนจะเป็น4g/4g (จากการเทสของผู้เขียนเอง) คือการออนสัญญาณ 4gทั้งสองซิมในเวลาเดียวกันนั่นเอง เข้าใจแบบง่ายๆ^^

แบตเตอรี่

การควบคุมการบริโภคพลังงานในซีพียูตัวนี้ก็ถือมาดีมากในการเปรียบเทียบกับซีพียูต่างค่ายอย่าง Helio p23 mtk6763 ที่ถือว่าจัดเป็นซีพียูที่ประหยัดเหมือนกัน การใช้งานที่12ชม.กับการเปิดหน้าจอเทสตลอดถือว่าจัดเป็นครึ่งหนึ่งเทียบเท่า Helio p23 ในแบต 6000 mAh เลยทีเดียว

การทำงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพต่างๆเป็นไปในทางบวกทั้งหมดไม่ว่าจะในเรื่องของเซนเซอร์ที่ให้มาครบๆการจับไวไฟที่ดีคะแนนaututuที่สามารถคาดเดาการทำงานโดยรวมของเครื่องและคะแนนการทำงานของซีพียูที่ดูดีในแอฟ bench mark อย่างที่เห็นในภาพด้านบนเป็นต้น

เฟรมเรท (สำหรับคอเกมส์)

จากการเทสFPSพบว่าการทำงานราบรื่นเลยทีเดียวแม้ในขณะเปลี่ยนฉากเฟรมเรทก็ไม่ตกแบบน่าใจหายตัวเลขขยับเพียงเล็กน้อยอยู่ในช่วง 58-60 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีทีเดี่ยวแน่นอนผมคิดว่า U pro ตัวนี้ไม่ทำให้คอเกมส์ผิดหวังแน่นอน

กล้อง

 

รอมกล้องที่ดูฉีกออไปจากเดิมและเป็นการตัดสินใจของElephoneด้วยก็ว่าได้ได้ที่เอาซอฟแวร์กล้องของArcsoftเข้ามาช่วยในการทำงานของกล้องโดยฌฉพาะการการในโหมด Bokehหรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอที่กำลังฮิตกันอยู่ในตอนนี้แต่ส่วนตัวที่ทดสอบในเบื้องต้นยังเห็นสิ่งทีต้องปรับปรุงอยู่เล็กน้อยซึ่งคงต้องคอยOTA กันสักระยะหนึ่งในส่วนของกล้องที่ในโหมด Bokehยังดูไม่ฉลาดพอซึ่งแน่นอนหากไม่ฉลาดพอการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอแบบมือสมัครเล่นแบบผมคงเป็นงานยากพอตัว^^แต่สำหรับในโหมดของกล้องอื่นๆและลูกเล่นถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมากครับ ดังที่จะโชว์ให้เพื่อนๆเห็นจากภาพด้านล่างนี้เป็นต้น

ตัวอย่างภาพ

สรุปโดยรวมของเจ้า Elephone U pro ตัวนี้ในความรู้สึกส่วนตัวผมว่ามันได้ใจคนใช้งานโดยทั่งไปอย่างผมเลยทีเดียวและคิดว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆคนที่ได้สัมผัสมันตัวเป็นๆทั้งงความลื่นไหลในการใช้งานแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องกังวลในการให้งานต่อวันอยู่ที่จะเหลือเท่าไร่แค่นั้นและที่สำคัญรูปทรงกับสเปคที่ได้เมื่อเทียบกับราคาส่วนตัวผมว่ามันคุ้มค่ามากสำหรับใครที่มองหามือถือสักตัวที่ดูโดดเด่น

สำหรับข้อติเพียงเล็กน้อยก็คือในเรื่องของรอมกล้องที่เป็นโหมดโปเก้แค่นั้นที่เราอาจต้องรออัพเดทและรอมแอนดรอยด์ 8.0ที่ยังเป็นตัวเบต้าอยู่นั่นเองแต่ลึกๆส่วนตัวเท่าที่รู้จักแบรนด์นี้มาบ้างแน่นอนคิดว่าการอัพเดทจะมาในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอนครับ

ภาพเปรียบเทียบ elephone u pro กับ s8+

ซื้อ Elephone U

ไป ช้อปปิ้ง


  • -

Oukitel U18 5,xxx vs iPhone X 30,xxx

นี่คือการออกแบบมือถือที่โดยทั่วไปจะเป็นแบบนี้ศะส่วนมากหากมีอินเตอร์แบรนด์ทำรูปทรงใดๆออกมา..เพื่อเป็นทางเลือกของนักเล่นโทรศัพท์ก็ว่าได้หลายๆแบรนด์ทำรูปทรงแบบ ไอโฟนเอ๊กซ์กันออกมาแน่นอนรวมถึง Oukitel U18 ตัวนี้ด้วย

คุณสมบัติหลัก:

  • OUKITEL U18 4G Phablet 5.85 นิ้ว Android 7.0 MTK6750T Octa Core 4000mAh แบตเตอรี่กล้องด้านหลังคู่การจดจำลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า
  • System: Android 7.0
  • การจัดเก็บ: แรม 4GB + ROM 64GB
  • กล้อง: กล้องด้านหลัง 13.0MP + 5.0MP (SW 16.0MP + 5.0MP) และกล้องด้านหน้า 8.0MP (SW 13.0MP)
  • เครือข่าย: 2G: GSM 850/900/1800 / 1900MHz
  • 3G: WCDMA 900 / 2100MHz
  • 4G: FDD-LTE B1 / B3 / B7 / B8 / B20

เทียบกับสเปคที่เพื่อนๆเห็นด้านบนอาจเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งในการเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจหากซื้อมืถือสักเครื่องซึ่งแล้วแต่การตัดสินใจส่วนตัวของเพื่อนๆเอง

และนี่คือการเปรียบเทียบรูปลักษณ์ระหว่าง U18 และ i phone x ให้ทุกคนได้เห็นในเรื่องของหน้าจอที่ดูเหมือนกันแต่มีความต่างในรายละเอียดดังที่เห็นในภาพ

และแน่นอนกับราคาที่เป็นทางเลือกให้กับใช้มือถือที่มีคุณภาพอีกแบรนด์หนึ่งนั่นคือ Oukitel รอให้คุณมีประสบการณ์กับเจ้า Oukitel ตัวนี้อยู่หากสนใจคลิ๊กตามลิ้งที่อยู่ด้านล่างได้เลยครับ

โปรดติดต่อเราสำหรับความช่วยเหลือในการออเดอร์สินค้าครับ

ซื้อ Oukitel U18

ไป ช้อปปิ้ง


ล่าสุด

หา